เซอร์ซี่ แลนนิสเตอร์ หนึ่งในตัวละครที่มีคนเกลียด และชอบมากที่สุด ใน Game of Thrones

<SPOILER ALERT มีการเปิดเผยเนื้อหาหลายส่วน>

ที่ผ่านมา เธอมีบทบาทอยู่เบื้องหลังการบริหารมาโดยตลอด สำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง แต่หลังจากที่เธอก้าวขึ้นเป็นราชินีของอาณาจักรในท้ายซีซั่นที่ 6 พอเปิดมาในซีซั่น 7 เราจึงเห็นความคิดของเธอได้ชัดเจน เพราะบทบาทของเธอเปรียบได้กับ CEO ของ Westeros

Marketeer เห็นจุดที่น่าสนใจและขอ Recap ฉากต่างๆ ใน Game of Thrones ซีซั่น 7เพื่อมาเปรียบให้เห็นว่า Mindsets ของการเป็นผู้นำต้องมีอะไรบ้าง

 

เวลาวางแผนรบ ไม่ว่าจะหนังสงครามเรื่องไหน ผู้นำจะมีแผนที่หรือกระดานใหญ่ๆ ไว้วางแผนทั้งสิ้น เช่นเดียวกับ เซอร์ซี่ ที่เธอสั่งให้วาดภาพอาณาจักรทั้งเจ็ดไว้ที่พื้นใน Red Keep เลย ซึ่งเป็นแผนที่ที่ใหญ่ที่สุดในเรื่องเมื่อเทียบกับแผนที่ของทีมอื่นๆ ทำให้เธอสามารถวางแผนกับน้องชายสุดที่รักได้อย่างรอบคอบ

ในการทำงานก็เช่นกัน ถ้าทีมของคุณกำลังระดมสมองกันอยู่ แล้วใช้กระดาษ A4 ต้องใช้กี่แผ่นถึงจะพอ แล้วต้องเอาเทปมาต่อกันทีละแผ่นรึเปล่า…หากคุณเคยไปเห็น Startup หรือ ทีมที่กำลังคิด Innovation อะไรสักอย่าง ต้องใช้อย่างน้อยฝาหนัง หรือกระดานใหญ่ๆ ในการขีดเขียน ทำ Mind Map ให้เห็นภาพ ที่สำคัญสิ่งเหล่านี้ต้องวางในพื้นที่ที่คนเห็นได้ด้วย เวลาคิดอะไรไม่ออก ก็จะกลับมาดูที่ Map นี้อีกครั้ง เพื่อดูแผนการใหญ่ทั้งหมด

 

เดิมแลนนิสเตอร์ปกครองอาณาจักรทั้ง 7 แต่ในตอนล่าสุด เจมี่เตือนเซอร์ซี่ว่า จริงๆ แล้วตอนนี้มีแค่ 3 อาณาจักรที่ปกครองอยู่ ฉะนั้นเซอร์ซี่จึงต้องหาพรรคพวกใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม ซึ่งก็ได้ ยูรอน เกรย์จอย เป็นคำตอบ แต่ก็ต้องแลกเปลี่ยนกับสิ่งที่ยูรอนต้องการ นั่นก็คือการแต่งงานนั่นเอง

หรือแม้แต่ จอน สโนว์ ก็ต้องตระเวนหาพรรคพวกอยู่บ่อยครั้ง เพราะเขารู้ว่ากองกำลังที่มีนั้นไม่พอ ฉะนั้นหน้าที่ของผู้นำคือรู้จุดอ่อนของตัวเอง และถ้าทำเองไม่ได้ ก็ต้องยอมลดอีโก้ หาพันธมิตรมาช่วย

ปัจจุบันธุรกิจไม่สามารถทำเองได้ทั้งหมด บริษัทใหญ่ๆ ยังต้องร่วมมือกัน หรือไม่ก็ซื้อบริษัทเล็กๆ มาไว้ในพอร์ต และการเลือกพันธมิตรนั้นต้องตอบ Win-Win ทั้งสองฝ่าย.. บริษัทใหญ่ต้องการนวัตกรรม Startup ต้องการทรัพยากร เป็นต้น

 

หลังจากที่เซอร์ซี่เดินไถ่บาปไปทั่วเมือง เธอก็กลับมาพร้อม บอดี้การ์ดที่แข็งแกร่งที่สุด จาก Qyburn, หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีของเธอ หลังจากนั้นไม่มีใครแตะต้องเธอได้อีกเลย และตอนที่เธอต้องการเคลียร์เสี้ยนหนามทั้งหมด เธอก็ใช้ Wild Fire ที่พัฒนามาตั้งแต่รุ่นพ่อ จัดการปัญหาของเธอแบบไม่ลังเล

ด้านข่าวกรองเธอก็มีสายลับเด็ก ‘Little Birds’ ที่สามารถสอดแนมได้ทั้งเมือง โดยไม่มีใครสงสัย และในซีซั่น 7 เมื่อเธอถูกตั้งคำถามว่าจะรับมือกับมังกรอย่างไร เธอก็มีหน้าไม้ที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพีเตรียมพร้อมรับมือ

ในสงครามถึงแม้ว่าจะสู้กันด้วยดาบและหอก แต่สิ่งที่จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมได้ก็คือ เทคโนโลยีที่สร้างความแตกต่าง (Differentiator) ทาร์แกเรียนมีมังกร โดธราคีมีกองทัพม้า ไออ้อนบอร์นมีกองเรือเหล็ก วินเทอร์เฟลมีสตาร์ก ไทเรลมีอาหาร ดอร์นมีหอกและยาพิษ

ในธุรกิจก็เช่นกัน หากสินค้าของคุณไม่ได้ต่างจากคนอื่น และสามารถลอกเลียนแบบได้ง่าย โอกาสที่คุณจะอยู่รอดก็แทบไม่เหลือ ฉะนั้นอย่าลืมจัดงบประมาณลงทุนกับ R&D ไว้ด้วย

 

ถึงแม้จะฉลาดขนาดไหน เซอร์ซี่ก็ทำผิดพลาดไว้มาก แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเห็นจากเธอเลย คือ การท้อแท้สิ้นหวัง แม้แต่ตอนเดินไถ่บาปรอบเมือง เธอก็ร้องไห้แค่อึดใจเท่านั้น ก่อนที่จะลุกขึ้นมาแข็งแกร่งกว่าเดิม

ในซีซั่น 7 เจมี่ ถามถึงลูกที่ตายไป เธอก็ตอบว่า “ฉันรักพวกเขา ฉันรักมาก แต่พวกเรายังอยู่ และเราคือแลนนิสเตอร์รุ่นสุดท้ายที่จะทวงทุกอย่างคืน” หากการเสียลูกทั้ง 3 คนไป ยังไม่สามารถหยุด Passion ของเธอได้ ก็คงไม่มีอะไรอีกแล้วที่ทำได้

ในการทำงานก็เช่นกัน หากคุณเป็นผู้นำหรือผู้สร้างสิ่งใหม่ๆ คุณต้องกับพบกับความผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง และนั่นเป็นเรื่องที่ดี แต่อย่าให้ความผิดพลาดในอดีต มาขัดขวางการทำงานของคุณ เรียนรู้จากความผิดพลาดนั้นและ เริ่มต้นใหม่

 

ถึงแม้ว่า เซอร์ซี่ จะอยู่ฝ่ายที่ทำเรื่องชั่วช้ามากกว่าคนอื่น แต่ก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เธอทำนั้นมีประสิทธิภาพ และเด็ดขาดทุกครั้ง ฉะนั้นเวลาดูหนัง ดูซีรีส์ ก็เลือกเอาด้านดีๆ เก็บมาคิดกันด้วยนะครับ

ที่มา : https://www.facebook.com/GameOfThrones/



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน