‘ฮอลล์’ เป็นตัวแทนของ ‘ความเย็นสดชื่น’ ที่ได้รับความนิยมในไทยมาตลอดระยะเวลา 55 ปี และวันนี้ก็ยังคงความเป็น ‘แบรนด์ลูกอมอันดับ 1 ในใจผู้บริโภค ด้วยรางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2020-2021 ใน หมวดลูกอม ซึ่งนับเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน

ปีนี้เป็นปีที่ 6 แล้วที่ฮอลล์ได้รับรางวัลนี้ ยินดีมากที่เรายังเป็นที่หนึ่งในใจผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง ดีใจที่ผู้บริโภคยังเห็นฮอลล์เป็นเบอร์ 1 ของตลาดเมืองไทยมาตลอด และไว้ใจในแบรนด์ว่าเป็นแบรนด์ที่รับฟังผู้บริโภค และมอบสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากที่สุด”

อนุรัก อากาวัล ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ลูกอมและหมากฝรั่ง – หมวดให้ความสดชื่น บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวขอบคุณผู้บริโภคทุกท่านที่ยังคงเลือกให้ฮอลล์เป็นตัวแทนความเย็นสดชื่นของลมหายใจทุกคน

ซึ่ง ณ วันนี้ ฮอลล์ที่ทุกท่านคุ้นเคย กำลังเปลี่ยนโฉมไปสู่รูปแบบใหม่ การสื่อสารที่แตกต่างไปจากเดิม พร้อม Key Tagline ใหม่ ‘หายใจแล้วไปต่อ’

กลยุทธ์ Create Excitement กระตุ้นตลาดระดับมหภาค

ภาพรวมของตลาดลูกอมปี 2020 ตัวเลขตกลงประมาณ 21% เมื่อเทียบกับปี 2019 เป็นผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลให้ร้านสะดวกซื้อซึ่งเป็นช่องทางตลาดใหญ่ที่สุดต้องปิดตัวและจำกัดเวลาขาย รวมถึงนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของลูกอมหายไป ผนวกกับลูกอมเป็นสินค้าที่คนมักบริโภคยามออกจากบ้าน เพื่อเสริมความมั่นใจในการพบปะผู้คน แต่เมื่อคนต้องอยู่บ้านมากขึ้น ความต้องการในการบริโภคจึงน้อยลง องค์ประกอบทั้งหมดกระทบชัดเจนต่อภาพรวมตลาด

ต่อทิศทางที่เกิดขึ้น ฮอลล์ในฐานะผู้นำได้อาสาเป็นหัวหอกที่จะขับเคลื่อนตลาดลูกอมในภาพรวมให้เติบโตขึ้นอีกครั้ง ด้วยกลยุทธ์ที่ให้ผู้บริโภคเห็นความสำคัญและบริโภคลูกอม ในทุก ๆ ช่วงเวลา

“ในช่วงที่คนต้องอยู่บ้านมากขึ้น เราพยายามสื่อสารเพื่อให้ผู้บริโภครับรู้ว่า จริง ๆ แล้วลูกอมไม่จำเป็นต้องกินนอกบ้านเพียงอย่างเดียว แต่มันเป็นการบริโภคเพื่อ ‘Refreshing Feeling’ บางทีเราทำงานที่บ้านแล้วเหนื่อย เราต้องมีอะไรที่จะเป็นตัวช่วยให้ตื่นตัวเพื่อทำงานต่อหรือดำเนินกิจกรรมต่อ

กลยุทธ์ของแบรนด์เราพยายามจะสร้าง Brand Proposition ให้โมเดิร์นมากขึ้น และพยายามบอกว่าการที่เรากินฮอลล์มันจะมีสิ่งที่เรียกว่า ‘Mental Recharge’ คือกินฮอลล์แล้วหยุดแป๊บนึงให้ได้ความเย็นสดชื่นมารีชาร์จแล้วไปทำต่อในสิ่งที่เราอยากทำ เช่น การเล่นกีฬา เล่นเกม หรือทำงาน มันใช้ได้หมด มันเป็นการรีเฟรชตัวเองแล้วไปต่อ

ซึ่งนี่เป็นที่มาของ Key Tagline ของเราคือ ‘Breathe For It … หายใจแล้วไปต่อ’ เป็นสิ่งที่เราปรับตัวใหม่ให้คนเห็นภาพมากขึ้นว่าผู้บริโภคสามารถอมฮอลล์เพื่อเติมความสดชื่นได้ในทุก ๆ ช่วงเวลา กับหลากหลายกิจกรรม”

การขับเคลื่อนในครั้งนี้ คุณอนุรักมองว่าไม่ใช่แค่การพัฒนาหรือสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ แต่เป็นส่วนสำคัญอย่างมากที่จะผลักดันตลาดระดับมหภาคให้เติบโตอีกครั้ง เฉกเช่นกับที่ฮอลล์ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

“ส่วนแบ่งการตลาดของฮอลล์ เราเป็นเบอร์ 1 ด้วยตัวเลข 18.8% และทิ้งที่ 2 ห่างมาก และยังเป็นแบรนด์ที่นำตลาดและพัฒนานวัตกรรมใหม่เพื่อขับเคลื่อนตลาดมาอย่างต่อเนื่อง เราเป็นผู้นำที่มี Ownership ในการขับเคลื่อนตลาด ไม่ใช่แค่เฉพาะแบรนด์เราอย่างเดียว

จะเห็นว่าในอดีตเราจะนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2013 เรามี ‘Hall XS’ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ตลาดเคยมีมา ช่วยให้ตลาดเติบโตไปถึง 20-30% เลยในตอนนั้น ซึ่งปีนี้เรามี ‘Halls XS Red Bull’ ออกมา สร้าง Excitement คือตลาดยังอยู่ในช่วงวิกฤตโควิด เราก็พยายามจะกระตุ้นยอดขายโดยสร้างความตื่นเต้นให้ลูกค้ากลับมาซื้อ ซึ่งผลที่ออกมาก็ดีมาก ๆ

โดยในช่วงไตรมาส 4 เริ่มกลับมาระดับหนึ่ง แม้ไม่ถึง 100% แต่ก็แตะถึงระดับ 85% โดยยอดที่หายไปมาจากนักท่องเที่ยวที่ยังไม่กลับมา ซึ่งเป็นถึง 20% ของ GDP ประเทศ ซึ่งแน่นอนมีผลกระทบถึงเรา”

ปรับ Brand Direction รับ New Generation

ฮอลล์ ได้มีการปรับทิศทางของแบรนด์ใหม่ โดยนำเสนอแคมเปญใหม่เสริมสร้างภาพลักษณ์โดยรวมของแบรนด์ให้ดูทันสมัยมากขึ้น เป็น Master Brand Campaign ที่เน้นสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านการทำกลยุทธ์ Awareness Communications ซึ่งเปลี่ยนไปทั้งคอนเทนต์ รูปแบบ และการสื่อสาร ทั้งหมด

อย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือโลโก้ใหม่ ที่เรียกว่า ‘H icon’ ซึ่งมีนัยหมายถึงการหายใจเข้าขึ้นข้างบน- หายใจออกลงข้างล่าง เป็นรูปตัวอักษร ‘H’ โดยสอดคล้องกับ Key Tagline ใหม่ ‘หายใจแล้วไปต่อ’ ซึ่งโลโก้ใหม่นี้จะเห็นในทุก ๆ แพ็กเกจ และทุก ๆ การสื่อสารของฮอลล์

“ทุกท่านคงคุ้นตาว่าหนังโฆษณาที่ผ่านมาของเราจะเน้นเล่นกับสภาพอากาศที่ร้อน ๆ หรืออารมณ์คนฉุนเฉียว พอกินฮอลล์แล้วอารมณ์เย็นขึ้น ซึ่งประสบความสำเร็จมาก ๆ  Meme ของฮอลล์ถูกพูดถึงตลอดเวลา แต่การเดินเกมไปข้างหน้าของเรามีการปรับเปลี่ยนเพื่อเจาะกลุ่ม New Generation เพราะ Gen Z ไม่ค่อยรู้จักฮอลล์ ต่างจากคนรุ่นก่อน ๆ ที่โตมากับเราตลอด 50 กว่าปี เราต้องทำให้สัมพันธ์และทันสมัยมากขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับกลุ่มใหม่ที่เราต้องการเข้าถึง และทำให้เขารับรู้ว่าทำไมต้องกินฮอลล์”

ทั้งนี้ การพลิกโฉมรูปแบบการโฆษณาในประเทศไทยในครั้งนี้ ได้รับกระแสตอบรับที่ดีเป็นอย่างมาก

“โฉมใหม่ของ TVC เราเปิดตัวด้วยไอเดียหลักที่ว่า ‘เตรียมลมหายใจเย็นสดชื่นไปกับฮอลล์’ นี่เป็นครั้งแรกที่เราใช้การดำเนินเรื่องแบบนี้ ต่างจากเดิมที่เราเน้นคนไทย วิถีชีวิตแบบไทย ๆ เป็นหลัก จะเห็นว่าฟีลที่ออกมาจะไปคนละแบบต่างจากแต่ก่อนมาก ๆ โมเดิร์นขึ้น รู้สึกถึงความ Inspiring ขึ้น ซึ่งกระแสตอบรับนั้นดีมาก ทั้งเรตติ้งและฟีดแบ็ก ดีมาก ๆ ซึ่งพร้อมกับการเปิดตัวหนังโฆษณาใหม่ เราก็เปลี่ยนแพ็กเกจใหม่ด้วยให้มี ‘H Icon’ บนกล่อง และภาพรวมที่ดูทันสมัยมากขึ้น ซึ่งจากสถิติก็จะเห็นว่าผลตอบรับดีมาก”

นอกจากนี้ ฮอลล์เริ่มปรับเปลี่ยนแกนหลักการสื่อสาร โดยเน้นไปที่ 3 กลุ่มไลฟ์สไตล์ ได้แก่ Gaming, Sport และ Music ซึ่งเป็นสิ่งที่ Gen Z มีส่วนร่วมและให้ความสนใจมากที่สุด ตามข้อมูลจาก Facebook Thailand

“ถ้าเราดูชีวิตคนตอนนี้มันมีหลายปัญหาที่ทำให้เหนื่อย ซึ่งฮอลล์สามารถช่วยได้ คือ Take a Break และ Recharge แล้วก็ไปทำต่อในสิ่งที่คุณชอบ นี่คือ New Strategy ที่เราแพลนไว้ และเราลงลึกในเรื่อง Digital Personalization ที่เราเจาะเพื่อให้เชื่อมโยงไปถึงกลุ่มความสนใจต่าง ๆ โดยเฉพาะมากขึ้น

โดยเรามีทั้งหมด 3 รูปแบบการโฆษณาตามกลุ่มที่เรากล่าวไว้ โดย  Ads บน  Facebook ก็จะแตกต่างไปตามสิ่งที่เขาสนใจหรือชื่นชอบ ชอบเกมก็จะเห็นโฆษณาที่เนื้อเรื่องเกี่ยวกับเกม ชอบ Sport หรือ Music ก็เป็นอีกแบบ ซึ่งก็จะตรงใจและตรงรูปแบบไลฟ์สไตล์มากขึ้น นี่คือสิ่งที่มอนเดลีซทำทั่วโลก โดยแต่ละประเทศอาจจะมีแคมเปญที่แตกต่างกันบ้าง แต่การสื่อสารเป็นแนวทางเดียวกันคือ หายใจแล้วไปต่อ”

คุณอนุรักกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการทำโฆษณาที่เข้าถึงในแต่ละรูปแบบไลฟ์สไตล์แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ฮอลล์ให้ความสำคัญคือ เรื่องของ ‘Gender Balance’ ที่พยายามให้การทำสื่อโฆษณาของเราครอบคลุมทุกเพศ โดยนักแสดงในหนังโฆษณาและภาพคนในสื่อดิจิทัลของเราจะไม่เจาะจงเฉพาะเพศใดเพศหนึ่ง แต่ต้องเท่าเทียมกันหมด ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของบริษัทมอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนลที่เน้นการส่งเสริมด้านความเท่าเทียมกันในสังคมด้วย

‘Halls XS Red Bull’ เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่เมืองไทย
สร้างกลุ่มลูกค้าใหม่ให้กับตลาดลูกอม

Halls XS Red Bull คือปรากฏการณ์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ อย่างมาก ไม่ใช่แค่เฉพาะประเทศเรา แต่แพร่กระจายไปทั้งโลก เอเชีย ยุโรป ไปยันอเมริกาใต้ยังมีการพูดถึง เป็น ‘Talk of the Town’ จริง ๆ”

คุณอนุรักพูดถึงการ Collaboration ครั้งสำคัญของฮอลล์ กับแบรนด์เครื่องดื่มให้พลังงานระดับโลกอย่าง  Red Bull เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ‘Halls XS Red Bull’ ที่สร้างแรงกระเพื่อมให้ตลาดและกระแสในเชิงบวกรอบทิศทาง

“จาก Brand Direction จะเห็นว่าเราต้องการโมเดิร์นมากขึ้น และเรามองว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับ Gen Z คือ เขาทำอะไรในชีวิตของเขา ซึ่งจริง ๆ เราทราบอยู่แล้วว่า Red Bull เป็น Global Brand ที่ทุกคนรู้จัก และเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคน Gen Z เมื่อต้องการ Energy Boost นี่เองเป็นที่มาของ ‘Halls XS Red Bull’

ซึ่งตั้งแต่เปิดตัว Hall XS เมื่อปี 2013 ครั้งนี้เป็นการใส่ความสร้างสรรค์ และเป็นอะไรที่เรียกว่าว้าวจริง ๆ ในตลาด เพราะ Halls XS Red Bull มีที่ประเทศไทยเป็นที่แรกในโลก”

โดยเหตุผลที่เลือก Red Bull ในครั้งนี้ คุณอนุรักเสริมว่ามาจากความเป็น Energy Drink อันดับ 1 ที่มี Branding แข็งแกร่ง รวมถึงเป็นแบรนด์ที่เก่าแก่และอยู่มานานในหลาย ๆ ประเทศเช่นเดียวกับฮอลล์ ซึ่งการ Collaboration ในครั้งนี้ยังสร้างผลเชิงบวกให้กับตลาดลูกอมอีกด้วย

“สิ่งที่เราได้ในการเป็นพาร์ตเนอร์กับ Red Bull คือเราได้กลุ่มผู้บริโภคใหม่ เราได้เปิดตลาดใหม่ให้กับลูกอม ซึ่งไปถึงกลุ่ม Sport, Gaming และ Music ซึ่งเมื่อก่อนผู้บริโภคกลุ่มนี้อาจไม่เคยลองกินฮอลล์ แต่ Halls XS Red Bull ก็เป็นตัวนำมาใน Category นี้ ซึ่งมีตัวเลขชัดเจนว่า เราโตในกลุ่มที่แตกต่างไปจากเดิม และยังเป็นกรณีศึกษาที่ดีมาก ๆ ของเราในการพัฒนาสินค้าต่อ ๆ ไปในอนาคต รวมถึงการที่เราจะเติบโตต่อไปอย่างไรในตลาดใหม่ ๆ

นอกจากนี้ ความทันสมัยในการตลาดของ Halls XS Red Bull สร้างอิมแพ็กอย่างมาก เราสามารถดึงคนที่ไม่เคยกินลูกอมเข้ามากินลูกอมได้ ซึ่งช่วยภาพรวมตลาดได้ และอย่างที่ย้ำเสมอ เราในฐานะผู้นำต้องช่วยตลาด เราต้องหาอะไรใหม่ ๆ ที่จะช่วยไม่ใช่แค่แบรนด์เราอย่างเดียว แต่ต้องให้ทั้งตลาดโต เราต้องนำพาตลาดให้เติบโตไปเช่นกัน”

พัฒนาผลิตภัณฑ์ส่งเสริม Well-being
ตามความต้องการของ ‘ผู้บริโภค’

“คนอาจจะสงสัยว่า ลูกอมจะส่งเสริม Well-Being  ได้อย่างไร นั่นเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เพราะถ้าเป็นมอนเดลีซแล้ว เราให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาวะที่ดีเป็นอันดับต้น ๆ ดังนั้น ไม่ว่าเป็นสินค้าประเภทใด เราจะพยายามทำให้ส่วนประกอบของเราดีต่อสุขภาพผู้บริโภคมากที่สุด และพยายามพัฒนานวัตกรรมใหม่ให้กับผู้บริโภคเสมอ”

คุณอนุรักกล่าวถึงแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เน้นส่งเสริม ‘Well-being’ หรือ สุขภาวะที่ดี ซึ่งนอกจากเป็นเทรนด์ระดับโลกแล้ว ยังเป็นแกนหลักที่มอนเดลีซและฮอลล์ให้ความสำคัญเสมอมา ยกตัวอย่างเช่น ‘Halls XS’ ซึ่งนับเป็นเจ้าแรกของลูกอม Sugar Free ในตลาด (ณ เวลานั้น) และ ‘Halls VITA-C Stick’ ลูกอมผสมวิตามินซีในไลน์อัพของ Halls Stick ที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุด

Well-being  คือแพลนที่เรากำลังเน้นหนัก โดยครึ่งหนึ่งของพอร์ตสินค้าเราตอนนี้เป็น Sugar Free เพราะพอร์ตที่ใหญ่ที่สุดของเราคือ ‘Halls XS’ ตอนเราเปิดตัวถือว่าว้าวมาก ๆ  เพราะนอกจากไม่เคยมีลูกอมเม็ดเล็กในตลาด ยังเป็นเจ้าแรกที่ทำแบบ Sugar Free อีกด้วย และเติบโตต่อเนื่องมาตลอด 4 ปีที่ผ่านมาแบบ Double-Digit อย่างไรก็ดี ผู้บริโภคอาจจะยังไม่ทราบว่า ‘Halls XS’ เป็น Sugar Free ด้วยรสชาติที่แทบจะเหมือนเดิมเลยคิดว่ามีน้ำตาลเยอะ ตอนนี้เราเลยเปลี่ยนการสื่อสารและแพ็กเกจที่เน้นเรื่อง Sugar Free ให้ชัดเจนมากขึ้น

ล่าสุด เรามีอีกหนึ่งนวัตกรรมที่เพิ่งเปิดตัวไปคือ ‘Halls Stick’ มาในแพ็กเกจโมเดิร์น พกสะดวก เหมาะกับ Gen Z และเปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ด้วย ‘Halls VITA-C Stick’ เป็นลูกอมที่คนมีความสุขกับการรับประทานเช่นเดิม แต่ที่สำคัญคือได้ผลบวกจากวิตามินซีเข้าสู่ร่างกายด้วย มาตอบโจทย์ตามเทรนด์ผู้บริโภคที่ต้องการวิตามินเสริมเข้าสู่ร่างกายมากขึ้น โดยเฉพาะวิตามินซีที่มีความต้องการสูงมากในตลาด

คุณอนุรักเสริมว่า ‘ผู้บริโภค’ คือแกนหลักที่กำหนดทิศทางการพัฒนานวัตกรรมสินค้าใหม่นั่นเอง ซึ่งฮอลล์มุ่งมั่นศึกษาลูกค้าและพยายามนำเสนอสิ่งที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด

“เราใช้ผู้บริโภคเป็นหลัก เราต้องใส่ใจในทุกจุด เพื่อพร้อมตอบโจทย์ในความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคตลอดเวลา สิ่งที่เราทำต้องตอบโจทย์ผู้บริโภคให้มากที่สุด เราใส่ใจกับเรื่อง Consumer Insights อย่างมาก เพราะผู้บริโภคจะบอกเราเองว่าเราควรทำแบบไหน เช่น เรื่องของเทรนด์สุขภาพ ในปี 2022 เราจะนำเสนอสิ่งใหม่ ๆ มากขึ้นแน่นอน  ซึ่งเป็น Global Direction Halls VITA-C Stick เป็นก้าวแรก และเราจะมุ่งไปในทิศทางนี้อย่างจริงจังมากขึ้นตามเทรนด์ของผู้บริโภค

นอกจาก Halls XS และ Halls VITA-C Stick ดังที่กล่าวไป ในส่วนของฮอลล์เม็ดใหญ่เราก็พยายามหานวัตกรรมใหม่ ๆ มาตอบโจทย์เรื่องส่วนประกอบอื่น ๆ ที่สามารถช่วยในการ Brain Boosting หรือส่วนประกอบต่าง ๆ ที่มีส่วนผสมของ Active Ingredient ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้คนอะไรในทำนองนั้น”

คุณอนุรักมั่นใจว่า ภายใต้ Key Tagline ‘หายใจแล้วไปต่อ’ จะยกระดับให้ฮอลล์ก้าวสู่ความเป็น Lifestyle Brand และเป็นมากกว่าแค่แบรนด์ลูกอม

“เราพยายามจับจุดว่าวัยรุ่นมี Passion มากมายให้ทำ แต่ไม่สามารถมีสมาธิกับทั้งหมดได้ตลอด เราก็เลยนำเสนอว่า ‘หายใจแล้วไปต่อ’ กินแล้วมีสมาธิและพร้อมที่จะขับเคลื่อนในสิ่งที่ทำ จะเรียกว่า Breathe Frame Passion

เราจะเป็นมากกว่าแบรนด์ลูกอม แต่เป็นพาร์ตเนอร์ของคนรุ่นใหม่ ผ่านความเข้าใจของเรา และคุณต้องการอะไรเดี๋ยวเราจะทำให้ นี่คือจุดขายที่ทำให้เราเป็นผู้นำ และ R&D ของเราค่อนข้างแข็งแรง คือเราไม่ได้คิดเร็วทำเร็ว เราใช้เวลาพัฒนาผลิตภัณฑ์พอสมควร เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจและเชื่อใจได้เลยว่า เมื่อออกมาจากฮอลล์ แล้ว มันจะไม่ใช่แค่ลูกอมที่กินแล้วอร่อย แต่จะดีกับร่างกายด้วยแน่นอน

เรามีความตั้งใจว่าในอนาคตสินค้าของเราจะเป็น Sugar Free แบบ 100% แต่ก็ต้องค่อย ๆ ดูว่าเราจะพัฒนาไปในทิศทางนั้นได้อย่างไร รวมถึงกลยุทธ์ใหม่กับการเป็น Partnership เรื่องสุขภาพจะมีอะไรใหม่ ๆ สนุก ๆ มาให้กับผู้บริโภค และตอบโจทย์สิ่งที่เขาต้องการได้อย่างตรงจุดแน่นอน”

แทนคำขอบคุณด้วยสินค้าคุณภาพ
พร้อมบิ๊กแคมเปญยกระดับตลาดและประเทศไทย

ฮอลล์อยู่กับผู้บริโภคมา 50 กว่าปีแล้ว อยากขอบคุณผู้บริโภคที่ไว้ใจในแบรนด์ มั่นใจในคุณภาพสินค้า เข้าใจและมั่นใจว่าแบรนด์เราทำเพื่อทุกคน เราพยายามสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ทุกคน และเพื่อตอบโจทย์ คนรุ่นใหม่ตลอดเวลา แม้ว่าเราจะเป็นผู้นำแต่เราก็ไม่หยุดพัฒนา เพราะถ้าเราไม่ทำจะไม่มีคนอื่นทำ เราต้องเป็นผู้นำของตลาดให้สมกับที่เป็นที่หนึ่ง อยากขอบคุณและบอกผู้บริโภคว่า ไว้ใจฮอลล์ได้ชัวร์ 100%”

ผู้บริหารฮอลล์ กล่าวขอบคุณถึงผู้บริโภคทุกท่านที่มั่นใจในแบรนด์และเลือกให้เป็น No.1 Brand Thailand เป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน

นอกจากนี้ ยังได้เกริ่นถึงแพลนบิ๊กแคมเปญที่จะเกิดขึ้นในควอเตอร์ 4 ปี 2021 ที่นอกจากกระตุ้นตลาดแล้ว ยังมีส่วนเสริมภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศไทยอีกด้วย

“กลยุทธ์ปีนี้เราตั้งใจต่อยอดสิ่งที่ทำมาจากปีที่แล้ว เรามีแพลนแคมเปญใหญ่มากในควอเตอร์ 4 ซึ่งตอนนี้แม้จะยังบอกรายละเอียดมากไม่ได้ แต่พูดได้เลยว่า นอกจากกระตุ้นตลาดแล้ว จะได้ประโยชน์ทั้งคอนซูเมอร์และประเทศของเราอีกด้วย

เราจะมาเล่นในเรื่องของความต้องการของผู้บริโภคและไลฟ์สไตล์เป็นหลัก คือจะชัดเจนแล้วว่า เราไม่ใช่แค่ลูกอมที่มา Refreshing แต่เราเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ เป็นการตอกย้ำ New Way และ New Thinking ของเราอีกครั้ง เพื่อให้คนไทยเข้าใจและเห็นภาพมากขึ้นผ่านกิจกรรมนี้ และอยากย้ำว่าเป็นแคมเปญใหญ่จริง ๆ รอติดตามได้เลย”



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน