Video Streaming ดังในทวีปอเมริกาและยุโรปมานานแล้ว แต่สำหรับเอชียและประเทศไทย นี่คือตลาดที่ยังใหม่มาก กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในประเทศไทย เราจะเห็นผู้บริการ Video Streaming ให้บริการในไทยอย่าง Netflix, iFlix, HOOQ, Hollywood HDTV และอีกเป็นสิบเจ้า
แต่ไม่มีแบรนด์ไหนประสบความสำเร็จเหมือน Netflix … ทำไมถึงกล้าพูดแบบนั้น
1.Netflix ทำคอนเทนต์เป็นของตัวเอง
ในปี 2555 ซีรีส์เรื่องแรกของ Netflix ‘Lily Hammer’ ออกฉาย และประสบความสำเร็จอย่างมาก จน Netflix ทำซีรีส์ของตัวเองตั้งแต่นั้นมา โดยมีตั้งแต่ House of Cards, Orange is The New Black, Daredevil และอีกหลายเรื่องมาก ซึ่งจากความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ซีรีส์ที่ Netflix ทำ มีคุณภาพดีกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม ทั้งในแง่โปรดักชั่น และการเล่าเรื่อง
ในต่างประเทศ HBO ก็จะมี Game of Thrones กับ Westworld ที่เป็นตัวชูโรง ส่วน AMC ก็มี The Walking Dead กับ Breaking Bad แต่ของ Netflix ตอนนี้ถือเป็นผู้นำตลาดไปแล้วด้วยคอนเทนต์มหาศาล แถมเวลาปล่อยซีรีส์ออกมาเรื่องหนึ่ง ก็ปล่อยครบทุกตอนไม่มีกั๊กอีกด้วย
2.พยายามเข้าใจเรา
ทันทีที่คุณสมัคร Netflix ระบบจะถามคุณเลยว่า ชอบเรื่องไหนบ้าง หลังจากนั้น Netflix ก็จะหาคอนเทนต์ที่ใกล้เคียงมานำเสนอคุณ เช่น 4 จาก 5 เรื่องที่คุณชอบเป็นหนัง Action บู๊สะบั้นหั่นแหลก แต่ในขณะเดียวกัน 1 เรื่องที่เหลือเป็น Comedy Netflix ก็จะเสนอคอนเทนต์ตามสัดส่วนนั้นมาให้

โดยแต่ละเรื่องจะมี % บอกเลยว่า Match กับรสนิยมของเราเท่าไหร่ และถ้าเรื่องไหนดูแล้วชอบ ก็กดไลค์ไว้ เรื่องไหนไม่ชอบก็กดดิสไลค์ไว้ ระบบจะได้เรียนรู้ไปเรื่อยๆ
นอกจากนั้นระบบจะทำการเสนอทางเลือกใหม่ๆ ให้เราเช่น ส่วนใหญ่ผู้บริโภคที่ชอบดูซีรีส์เรื่องนี้ มีแนวโน้มสูงมากที่จะชอบเรื่องนี้ต่อด้วย เป็นต้น นี่คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลายคนดูซีรีส์เรื่องหนึ่งจบก็ต่ออีกเรื่อง.. ไม่จบไม่สิ้น
3.Multiple Devices
ปัจจุบันมีหน้าจอให้มองอย่างน้อย 3 เครื่อง เช่น Mobile Devices, Computer และ Smart TV ฉะนั้น Netflix ทำให้เราสามารถรับชมได้แบบไร้รอยต่อเช่น คุณสามารดู Netflix ผ่านทีวี ในตอนกลางคืน ตอนเช้าคุณมาดูต่อในสมาร์ทโฟนคุณก็สามารถรับชมต่อจากที่ค้างไว้ได้

โดย 1 Account สามารถรับได้ ตั้งแต่ 1, 2 และ 4 จอ ตามแพ็คเกจราคา และ 1 Account สามารถสร้าง Profile ให้คนในครอบครัวได้ถึง 5 Profile ซึ่งทำให้ Profile แต่ละคนมีรสนิยมไม่เหมือนกัน และ ผู้ปกครองสามารถตั้งโหมด Kids ให้ลูกหลานเพื่อจำกัดการเข้าถึงคอนเทนต์ได้
3 ปัจจัยด้านบนเป็นตุผลที่ทำให้ Netflix สร้างแบรนด์ สร้างฐานสมาชิกให้มากกว่า 100 ล้านคน จากบริการส่งดีวีดีเล็กๆในวันแรก ตอนนี้ในตลาดอเมริกา กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วที่คำว่า Watch Netflix แทนคำว่า Watch Movies
แต่ตลาดไทย ไม่ง่ายอย่างที่คิด
เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่าเว็บดูหนัง ดูซีรีส์เถื่อนในไทย สามารถเข้าถึงได้ง่ายมาก และยังมีผู้บริโภคชาวไทยเป็นจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้รู้สึกผิดด้วย ฉะนั้นการเปลี่ยนพฤติกรรมต้องใช้เวลา และอาจต้องลงทุนอะไรบางอย่าง
นอกจากนั้นยังต้องแข่งกับการคู่แข่งอย่างกล่องเคเบิ้ล ที่สามารถดูได้ทั้งกีฬา หนัง ซีรีส์ สารคดี การ์ตูน ช่องดิจิทัลทีวี และอื่นๆ อีกมาก สำหรับกลุ่มที่มีรายได้สูง การจ่ายเพิ่ม 300-400 บาท คงไม่มีปัญหา แต่สำหรับรายได้คนรายได้ปานกลางล่ะ… ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน
นอกจากนั้นคู่แข่ง Video Streaming โดยตรงก็มีคอนเทนต์ประเภทหนัง ซีรีส์ เป็นพันเรื่อง ซึ่งดังและสนุกไม่แพ้กัน ถึงแม้จะไม่ได้ผลิตโดย Netflix และคุณภาพไม่ได้ 4k แต่ก็ได้บริการที่ถูกในระดับ100 ถึง 200 บาท ต่อเดือน แถมมีโปรโมชั่นเรื่อยๆ อีกด้วย

ดังนั้นตอนนี้ Netflix จึงประกาศลุยไทยอย่างจริงจัง ทำซับไตเติ้ลภาษาไทย บนซีรีส์ดังๆเกือบทุกอัน และจะขยายให้ครบในเร็วๆ นี้
ส่วนการร่วมมือกับคนไทยในการผลิตคอนเทนต์นั้น Netflix เล่าว่า “ประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตที่น่าสนใจ เก่งในการเล่าเรื่อง ฉะนั้นถ้ามีความคืบหน้าเราจะแจ้งให้ทราบทันที ตอนนี้ In Process อยู่” เพราะในตอนนี้ Netflix มีซีรีส์สำหรับเจาะเกาลี อย่าง Man x Man หรือ Narcos ที่เป็นภาษาสเปนเกือบทั้งเรื่อง
