KBank Private Banking ผู้ให้บริการด้านการบริหารความมั่งคั่งอย่างครบวงจร ร่วมกับองค์กรสาธารณกุศลหลายแห่งในประเทศไทย จัดงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ
องค์กรสาธารณกุศลต้องปรับตัวอย่างไรในสถานการณ์ปัจจุบัน”

เชิญวิทยากรทรงคุณวุฒิจาก 3 องค์กรชั้นนำอย่าง เฟลชแมนฮิลลาร์ด, มูลนิธิก้าวคนละก้าว เเละเทใจดอทคอม ร่วมเปิดมุมมองในการยกระดับองค์กรสาธารณกุศลไทยให้รับมือกับโลกยุคโควิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ‘สื่อสารสำคัญ ปลุกปั้นด้วยใจ ปรับใช้นวัตกรรม’

จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ Private Banking Group Head ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า

“ด้วยวิสัยทัศน์และปรัชญาการดำเนินงานของ KBank Private Banking คือการส่งมอบความมั่งคั่งที่สมบูรณ์ (Perfect Wealth) ให้กับลูกค้า รวมถึงความสุขจากการให้และการแบ่งปันถือเป็นอีกส่วนที่สำคัญ ผ่านกลยุทธ์ S-Sharing หนึ่งในกลยุทธ์หลักขององค์กร มีเป้าหมายในการช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรสาธารณกุศลในประเทศไทยดำเนินงานอย่างมีศักยภาพ เพื่อผลักดันให้เกิดสังคมแห่งการแบ่งปันที่ยั่งยืนท่ามกลางภาวะที่โลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

การสื่อสารไม่มีสูตรสำเร็จ ต้องค้นหาว่าอะไรจะทำให้เรา ‘ตอบโจทย์อยู่เสมอ’

“ในวันที่ทุกอย่างถูกท้าทาย โลกแห่งการสื่อสารก็ต้องปรับตัวด้วยเช่นเดียวกัน แนวทางการประชาสัมพันธ์ที่ครอบคลุม พร้อมปรับเปลี่ยนตามรูปแบบการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของผู้คนในสังคมได้อย่างทันท่วงที คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพในการสื่อสารเจตนารมณ์ที่ดีขององค์กรสาธารณกุศลให้ประสบผลสำเร็จ”

โสพิส เกษมสหสิน รองประธานอาวุโส พาร์ตเนอร์ และผู้จัดการทั่วไป เฟลชแมนฮิลลาร์ด ประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาด้านการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ระดับโลก ระบุว่า

“ด้วยความหลากหลายของกลุ่มผู้บริจาค และประเด็นทางสังคมซึ่งอยู่ในความสนใจในปัจจุบัน รูปแบบการสื่อสารจึงไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว โดยสามารถเริ่มวางแผนด้วยการตอบคำถามหลัก 5 ข้อ ได้เเก่

(1) เป้าหมายขององค์กรคืออะไร ตอบโจทย์ของสังคมในวันนี้และอนาคตมากน้อยแค่ไหน

(2) การสื่อสารมีความสม่ำเสมอ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหรือไม่

(3) ระบบการบริจาคมีความสะดวกสบาย ใช้งานง่าย ตรงกับพฤติกรรมของกลุ่มผู้บริจาคเพียงใด

(4) ประสบการณ์โดยรวมของผู้บริจาคควรเป็นอย่างไรเพื่อสร้างความประทับใจอยู่เสมอ

(5) การบริหารเงินบริจาคมีการชี้แจงอย่างโปร่งใสและเห็นผลจริงหรือไม่ เมื่อตอบคำถามเหล่านี้ได้ องค์กรสาธารณกุศลก็จะสามารถวางกลยุทธ์การสื่อสารที่เหมาะสมและสอดคล้องกับเป้าหมายของตนได้”

สร้างนิยามใหม่ ปลุกพลังใจ จริงใจในทุกก้าว

นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของโครงการเล็ก ๆ ที่อำเภอบางสะพาน ไปจนถึงการสร้างประวัติศาสตร์ของการทำสาธารณกุศลระดับประเทศผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ของ ‘มูลนิธิก้าวคนละก้าว’ ชื่อของ ‘พี่ตูน’ ก็ได้อยู่ในใจของคนไทยหลายคน

และที่สำคัญกว่านั้น เขาได้พิสูจน์แล้วว่าเรื่องราวความมุ่งมั่นตั้งใจในการขับเคลื่อนสังคมด้วยการร่วมกันคนละเล็กละน้อย สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง และยังสามารถปลุกพลังใจให้ใครอีกหลายคนลุกขึ้นมาสร้างประโยชน์ทั้งเพื่อตัวเองและสังคมอีกด้วย

อาทิวราห์ คงมาลัย ผู้ก่อตั้งและประธานมูลนิธิก้าวคนละก้าว และทีมที่ปรึกษามูลนิธิ

ได้เล่าถึงการดำเนินโครงการของมูลนิธิว่า “ก้าวแรกของเรา คือการเริ่มต้นจากพลังใจที่ต้องการจะให้ โดยการใช้พละกำลังและเสียงเล็ก ๆ ที่เรามี มาถ่ายทอดเรื่องราวปัญหาสังคมหรือการขาดแคลนในด้านต่าง ๆ ให้กับประชาชนทั่วประเทศ

แม้ว่าวันนี้เราจะไม่สามารถออกมาทำกิจกรรมร่วมกันได้เนื่องจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป แต่พวกเราทุกคนก็ยังคงมีส่วนร่วมด้วยกันได้ ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การวิ่งแบบ virtual run หรือการบริจาคผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ ของเรา ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ แฟนเพจ รายการตลาดใจ

ได้มีการปรับเปลี่ยนตัวเองให้เป็นเหมือนพื้นที่ตรงกลาง เพื่อให้ทุกคนสามารถมาร่วมสมทบทุนหรือบริจาคสิ่งของจำเป็น โดยเราจะทำหน้าที่ช่วยส่งมอบกำลังใจเหล่านี้ไปให้กับกลุ่มคนหรือหน่วยงานที่ต้องการความช่วยเหลือต่อไป

รวมถึงกิจกรรมใหม่ “ก้าวเพื่อน้อง” ที่มุ่งเน้นสนับสนุนหาทุนการศึกษาให้แก่น้อง ๆ ที่ขาดแคลน ซึ่งเรามีความตั้งใจที่จะทำกิจกรรมนี้ในทุก ๆ ปี

“หนึ่งสิ่งที่เราเน้นย้ำอยู่เสมอในการระดมทุนสำหรับทุก ๆ โครงการ คือการสื่อสารอย่างจริงใจและโปร่งใส ทุกบาททุกสตางค์ที่เรารวบรวมได้จะนำไปบริจาคตามเป้าประสงค์ของโครงการ 100% โดยไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการสรุปชิ้นงาน เช่น การทำวิดีโอสั้น ๆ เพื่อบอกเล่าตั้งแต่จุดเริ่มต้นไปจนถึงผลลัพธ์ที่สำเร็จอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นเหมือนการสรุปปิดกล่องของขวัญที่ทุกคนมีส่วนร่วมด้วยกัน และที่สำคัญที่สุด เราอยากขอขอบคุณทุกกำลังใจดี ๆ ที่ทุกคนมอบให้ และอยากเห็นทุกคนได้รับรอยยิ้มและภาพแห่งความสุขนี้ไปพร้อม ๆ กันกับเราเสมอ”

ชูนวัตกรรม ทำประโยชน์เพื่อสังคมแบบรอบด้านด้วย Crowdfunding

‘เทใจ’ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 9 ปีที่แล้ว ด้วยจุดประสงค์เริ่มต้นที่อยากช่วยเหลือสนับสนุนองค์กรสาธารณกุศลขนาดเล็กที่อาจจะยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก หรือยังเข้าไม่ถึงแหล่งทุน

จนเมื่อเวลาผ่านไป เว็บไซต์เทใจดอทคอม ได้กลายเป็นแพลตฟอร์มการบริจาคเพื่อพัฒนาสังคมออนไลน์แห่งแรกและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยได้มีการนำนวัตกรรมที่น่าสนใจอย่าง Crowdfunding มาประยุกต์ใช้ เพื่อเป็นพื้นที่ในการรวบรวมโครงการช่วยเหลือสังคมดี ๆ มากมาย และมีกลไกในการเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้บริจาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอด้า จิรไพศาลกุล ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการกลุ่ม Thai Young Philanthropist Network และ CEO เทใจดอทคอม

เล่าถึงการเข้าถึงกลุ่มผู้บริจาคในยุคปัจจุบันว่า “เมื่อผู้คนย้ายไปอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น รูปแบบการบริจาคจึงต้องปรับเปลี่ยนตามไปด้วย กลุ่มผู้บริจาคหลักในยุคนี้ คือกลุ่มคนอายุตั้งแต่ 20 – 50 ปี ที่ไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนจากการบริจาคเป็นเงินสด เป็นการบริจาคผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นเท่านั้น แต่ยังมองหาความสะดวกสบาย รวดเร็ว และชัดเจนในทุกๆ การบริจาค และเชื่อมั่นว่าการบริจาคนั้น คืออีกหนึ่งเครื่องมือในการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่พวกเขาต้องการ”

“เทใจ เป็นเหมือนพื้นที่ออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้โครงการต่างๆ มาเข้าร่วม พร้อมกับระบบการคัดกรอง ตรวจสอบ และติดตามผลที่ละเอียดและเชื่อถือได้

เราต้องการสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันในสังคมไทยให้มีระบบการบริหารจัดการที่ดี เพื่อผลักดันให้เกิดการแบ่งปันและกระจายทรัพยากรไปในวงกว้างและทั่วถึง เพื่อส่งต่อไปยังกลุ่มคนที่ต้องการความช่วยเหลือมากขึ้น

หลักการของ Crowdfunding ที่เน้นการรวบรวมข้อมูลของโครงการต่างๆ ที่มีความหลากหลายทางประเด็นสังคมมาไว้ในพื้นที่เดียวกัน และยังสามารถแจกแจงรายละเอียดการจัดสรรทุนในแต่ละโครงการได้ จึงเข้ามาตอบโจทย์ปณิธานนี้ได้อย่างลงตัว”

“ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อเข้าถึงความสนใจของกลุ่มผู้บริจาคใหม่ ๆ มากขึ้น เรายังได้ให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลของผู้บริจาคที่เข้าร่วมสมาชิกกับเราในรูปแบบ social listening เพื่อศึกษาความสนใจและพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในการบริจาค และนำไปพัฒนาต่อยอดแพลตฟอร์มของเรา เพื่อร่วมสร้างชุมชนการบริจาคออนไลน์ที่แข็งแกร่งต่อไป”

“เเละสรุปสุดท้าย การสื่อสารที่ถูกต้อง ถูกทาง และถูกใจ คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมให้องค์กรสาธารณกุศลสามารถปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการให้ในสังคมไทยให้มีความสร้างสรรค์และทันสมัยมากขึ้น

รวมถึงเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของกลุ่มผู้บริจาคในยุคนิวนอร์มอลได้อย่างตรงจุด เพื่อสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนสามารถร่วมกันเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมต่อไป” จิรวัฒน์ กล่าวปิดท้าย



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน