ประกันโควิด เจอ จ่าย จบ คือระเบิดของธุรกิจประกันภัย (วิเคราะห์)

ประกันโควิด เจอ จ่าย จบ

ในปีที่ผ่านมา บริษัทประกัน อาจจะมองว่าคือโอกาสในการสร้างรายได้ จากความกลัวของคนทำประกันที่เลือกทำเพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับอนาคตที่ไม่แน่นอน

ส่วนปีนี้ประกันโควิด เจอ จ่าย จบ คือฝันร้ายของบริษัทประกันภัย จากการติดเชื้อและเคลมประกันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จนบริษัทประกันภัยบางรายประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน และความสามารถในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เคลมประกันได้ทันที

เหตุการณ์นี้ทำให้ เอเชีย ประกันภัย ต้องปิดตัวลงจากการถูกเพิกถอนใบอนุญาต

และ คปภ. ยังประกาศมาตรการเสริมสภาพคล่องให้กับ 3 บริษัท ได้แก่ สินมั่นคงประกันภัย, ไทยประกันภัย และ เดอะ วัน ประกันภัย โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2564 จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565 เพื่อให้ทั้ง 3 บริษัทมีสภาพคล่องทางการเงินที่มากพอจ่ายค่าสินไหมทดแทนกับลูกค้าจากการเคลมประกันโควิด-19

เพื่อประคองไม่ให้บริษัทเหล่านี้ต้องปิดตัวลงจากการขาดสภาพคล่องอีกด้วย

ถ้าเรามองไปที่ 3 บริษัทประกันภัยที่ได้รับมาตรการเสริมสภาพคล่อง ในช่วงเวลาที่ผ่านมา บริษัทเหล่านี้ประสบกับความท้าทายจากประกันโควิด-19 อย่างไรบ้าง

เริ่มจาก สินมั่นคง ที่เพิ่งประกาศงบการเงินไปเมื่อวันที่ 11.11 ที่ผ่านมา และเคยเกิดเหตุการณ์ประกาศยกเลิกสัญญาเจอจ่ายจบ จนกลายเป็นที่วิจารณ์กันก่อนหน้านั้น

สิ้นสุดไตรมาสสามที่ผ่านมา สินมั่นคง ยังมีกรมธรรม์โควิดที่มีผลบังคับใช้ 2 ล้านกรมธรรม์ และ 99% เป็นกรมธรรม์ที่ครบอายุในเดือนเมษายน 2565

และสินมั่นคงยังคาดการณ์ว่าจะต้องจ่ายค่าสินไหมประมาณกรมธรรม์ละ 82,000-83,000 บาท ซึ่งคาดการณ์สินไหมนี้คิดจากวิธีค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตามทุนประกันของกรมธรรม์ที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่

ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไตรมาสที่สินมั่นคงประกาศบอกเลิกสัญญาโควิด เจอ จ่าย จบ จน คปภ. ต้องประกาศห้ามยกเลิกสัญญา

สินมั่นคงประกันภัยต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนมากถึง 2,284.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 733.43 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ซึ่งสินไหมทดแทนที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่แล้วมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น

และทำให้ไตรมาส 2/2564 สินมั่นคงขาดทุน 359.43 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปี 2563 ที่เคยกำไร 218.03 ล้านบาท

ส่วนไตรมาส 3/2564 สินมั่นคงต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทน 6,815.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,265.36 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 339.63% จากช่วงเดียวกันของปี 2563

สินไหมที่ต้องจ่ายในไตรมาสนี้มาจากสินไหมโควิด-19 มากถึง 6,002.91 ล้านบาท และสินไหมประเภทอื่น ๆ 812.78 ล้านบาท

และการจ่ายค่าสินไหมจากโควิด-19 นี้เองส่งผลให้สินมั่นคงขาดทุนในไตรมาส 3 สูงถึง 3,662.39 ล้านบาทเลยทีเดียว

 

 

มาต่อที่ ไทยประกันภัย บริษัทในเครือของ บริษัท เครือไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

ในไตรมาส 3/2564 บริษัท เครือไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ยังไม่ประกาศงบการเงิน

แต่เมื่อดูจากงบการเงินไตรมาส 2/2564 พบว่า ไทยประกันภัย มีจำนวนกรมธรรม์ที่ยังมีผลบังคับใช้ 1.3 ล้านกรมธรรม์ พร้อมคาดการณ์ความเสียหายต่อเคลม 50,000-200,000 บาท

นอกจากนี้ ในไตรมาส 2/2564 เครือไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) รายงานว่าในธุรกิจประกันภัยซึ่งมีไทยประกันภัยเป็นหนึ่งในธุรกิจประกันภัยในเครือของบริษัท มีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนเพิ่มขึ้น 417 ล้านบาท และส่วนใหญ่เป็นค่าสินไหมทดแทนจากประกันโควิด-19

จนในไตรมาส 3/2564 ธุรกิจประกันภัยในเครือไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ประสบกับสภาวะขาดทุนถึง 241 ล้านบาท ซึ่งผลพวงนี้มาจากประกันโควิด-19 

 

สุดท้าย เดอะ วัน ประกันภัย ที่เปลี่ยนชื่อมาจาก บริษัท สินทรัพย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน)

อ้างอิงจากงบการเงินไตรมาส 2/2564 เดอะ วัน ประกันภัย มีจำนวนกรมธรรม์ประกันภัยโควิดที่มีผลบังคับใช้ 1,006,480 กรมธรรม์ และมีอัตราส่วนความเสียหาย หรือ Loss Ratio ที่เกิดขึ้นจากประกันภัยโควิด-19 อยู่ที่ 84% นับจากวันแรกที่เดอะ วัน ประกันภัยออกกรมธรรม์ประกันโควิด-19

และการออกประกันภัยโควิด-19 นี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ขาดทุนถึง 147.78 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้การออก ประกันโควิด เจอ จ่าย จบ ในมุมการหาลูกค้าใหม่ ๆ อาจจะประสบความสำเร็จจากจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นประกันที่ตอบโจทย์ความกลัวของลูกค้า

แต่ในทางกลับกันประกันในรูปแบบนี้ประสบความล้มเหลวอย่างใหญ่หลวง จากการประเมินความเสี่ยงที่ผิดพลาด เพราะบริษัทอาจจะไม่คิดว่าโควิด-19 ที่แผลงฤทธิ์ในปี 2021 มีการระบาดที่รวดเร็วจากการติดเชื้อที่ง่ายขึ้น และเกิดคลัสเตอร์ใหม่ ๆ จากสถานที่ต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว พร้อมกับความตั้งใจของคนบางกลุ่มที่พาตัวเองไปติดเชื้อเพื่อต้องการเงินประกันจากเจอ จ่าย จบ

 

 

Marketeer FYI

มาตรการเสริมสภาพคล่องที่ คปภ. นำมาใช้กับ 3 บริษัทประกันภัย ประกอบด้วย

1. ยกเว้นการคำนวณเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงด้านการประกันภัยจากการรับประกันภัย COVID-19
2. ให้สามารถนับเงินกู้ยืมด้อยสิทธิตามลักษณะที่กำหนดมาเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ได้ 

3. ผ่อนผันการดำรงอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ขั้นต่ำ
4. ยกเว้นการนำค่าเผื่อความผันผวนที่เรียกว่า provision of adverse deviation (PAD) มาคำนวณเงินกองทุน
5. สามารถนำเบี้ยประกันภัยค้างรับที่มีระยะเวลาการค้างชำระไม่เกิน 30 วันมาใช้ในเป็นสินทรัพย์หนุนหลัง
6. สามารถนำเบี้ยประกันภัยค้างรับที่มีระยะเวลาการค้างชำระไม่เกิน 30 วันมาใช้ในการคำนวณเงินสำรอง
7. อนุญาตให้บริษัทมีสัดส่วนของเงินสดและเงินฝากธนาคารที่บริษัทใช้สำหรับการบริหารสภาพคล่องได้เกิน 5%

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน