Yves Rocher เปิดกลยุทธ์ปี 2565 รุกเทรนด์ตลาด Sustainable Brand

Yves Rocher (อีฟ โรเช่) แบรนด์ความงามจากประเทศฝรั่งเศส เปิดกลยุทธ์แผนธุรกิจปี 65 ตอบรับเทรนด์ตลาด Sustainable Brand ยังคงสานต่อแนวคิดรักษ์โลก พร้อมทั้งเตรียมปรับกลยุทธ์ให้เป็น Digital Marketing มากขึ้น แต่ยังคงไม่ทิ้งหน้าร้าน เพื่อตอบสนองลูกค้าทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ให้ควบคู่ไปตามกลยุทธ์ Omni-Channel 

คุณวิลาสินี ภาณุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท อีฟ โรเช่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากประเทศฝรั่งเศส ภายใต้แบรนด์ “Yves Rocher (อีฟ โรเช่)กล่าวถึงแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2565 ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ มุ่งดำเนินธุรกิจภายใต้โจทย์หลักคือการพัฒนาองค์กรและสิ่งแวดล้อมให้เติบโตไปด้วยกัน ซึ่งบริษัทยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติมายาวนานกว่า 60 ปี นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งแบรนด์Yves Rocherที่ประเทศฝรั่งเศส และกว่า 22 ปีในประเทศไทย

โดยระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลต่อภาพรวมของตลาดธุรกิจความงาม ในปี 2563 มีมูลค่าตลาดลดลง 11% แต่บริษัทสามารถปิดยอดไปได้กว่า 6% และในปี 2564 มูลค่าตลาดความงามโดยรวมลดลง 12% แต่บริษัทสามารถเติบโตได้ราว 7% จากการปรับตัวและสร้างภาพลักษณ์ให้ดึงดูดและเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่และโลกดิจิทัล 

โดยจะมีการ Digital Transformation ทั้งการปรับรูปแบบการสื่อสารและเข้าสู่ช่องทางออนไลน์ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมซึ่งซื้อสินค้าออนไลน์กันมากขึ้นอันส่งผลมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19  บริษัทจึงได้เพิ่มและปรับกลยุทธ์ในการทำการตลาด รวมทั้งช่องทางการจำหน่าย ผนวกกับการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในโมเดลใหม่ โดยเน้นการใช้กลยุทธ์ Omni-Channel อย่างเต็มที่ เพื่อเชื่อมโยงทุกช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์

โดยมีการกำหนดสัดส่วนออนไลน์และออฟไลน์ไว้ที่ 40:60 (40% ออนไลน์ : 60% ออฟไลน์) โดยช่องทางออนไลน์จะแบ่งเป็นการจัดจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์ม เช่น Shoppee, Lazada 70% และอีก 30% จะจัดจำหน่ายผ่านช่องทาง Official เช่น Line Official, Facebook Page เป็นต้น

ส่วนเป้าหมายการดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าการเติบโตที่ 19% จากปีก่อน โดยจะมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเส้นผม ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนในการสร้างรายได้กว่า 75% และอีก 25% ของรายได้จะมาจากผลิตภัณฑ์อื่น ๆ

รวมทั้งบริษัทฯ ยังเตรียมที่จะผลักดันธุรกิจที่เป็นบริการนวด โดยจะมีการเปิดตัวใหม่อีกครั้ง และคาดว่าจะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับรายได้ในปีนี้ โดยตั้งเป้าไว้ว่าต้องโต 20% นับจากตัวเลขก่อนการระบาด

ในส่วนของหน้าร้าน ทางแบรนด์ได้มีการลดจำนวนหน้าร้านลงจากเดิม 128 สาขา เหลือเพียง 70 สาขา เนื่องจากในช่วงของการล็อกดาวน์ ส่วนของหน้าร้านจำเป็นต้องปิดหมด 100% จึงทำให้ทางแบรนด์จำเป็นต้องจำกัดค่าใช้จ่าย รวมถึงในปัจจุบันผู้คนเดินห้างน้อยลงกว่าแต่ก่อนเยอะ ทำให้ traffic ลดลงเหลือเพียง 30% จากแต่ก่อน

ในปี 2022 นี้ทางแบรนด์ยังตั้งเป้าสำหรับยอด member ว่าจะต้องเติบโตให้ได้กว่า 30% โดยลูกค้าส่วนมากจะเป็นวัย 30 กว่า เนื่องจากมีกำลังซื้อสูง รวมถึงยังมีลูกค้าวัยรุ่น (ช่วงอายุ 20 ต้น ๆ) ที่เพิ่มเข้ามาแทนที่ลูกค้าเก่าที่อาจจะหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ไปแล้ว

นอกจากนี้ Yves Rocher ยังกำหนดจัดงาน ACTs OF LOVE TOGETHER FAIR โดยมีกิจกรรมต่า ๆ ที่มีความหลากหลายในการสร้างการรับรู้และกระตุ้นจิตสำนึกให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงและให้ความสำคัญในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน สามารถเข้าร่วมกิจกรรมของทางแบรนด์ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 5-6 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 11.00 น. ณ Warehouse 30 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน