จากผลสำรวจภาวะการครองชีพของครัวเรือนไทยล่าสุดของศูนย์วิจัยกสิกรไทย สะท้อนว่า หลายๆ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับภาระค่าครองชีพยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ครัวเรือนส่วนใหญ่จะชั่งน้ำหนักก่อนที่จะตัดสินใจใช้จ่าย โดยเฉพาะรายการรายจ่ายในส่วนที่อยู่นอกเหนือไปจากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จาก 5 ภาพสะท้อนการบริโภคของคนไทย
1. ดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน (KR-ECI) ในเดือนมี.ค. 2559 ยังคงลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และต่ำสุดในรอบ 6 เดือน จาก 44.2 ในเดือนก.พ. 2559 มาอยู่ที่ 43.6 โดยครัวเรือนส่วนใหญ่มีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านรายได้ ซึ่ง ณ ขณะนี้ เครื่องชี้รายได้ที่แท้จริงในและนอกภาคเกษตร ยังคงไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน จนสามารถชดเชย/ลบล้างมุมมองเชิงลบของหลายครัวเรือนที่มีต่อภาระหนี้สิน
2.ดัชนีมุมมองเรื่องค่าตอบแทนจากการทำงานในเดือนมี.ค. 2559 ลดลงมาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนจาก 47.1 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2559 เหลือเพียง 46.9 และดัชนีมุมมองต่อภาระในการชำระหนี้ ดิ่งลงแตะระดับ 42.5 ในเดือนมีนาคม 2559 จากระดับ 44.1 ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งก็เป็นสถานการณ์ที่สอดคล้องกับสถิติหนี้ครัวเรือนในภาพรวม ซึ่ง คาดว่า ระดับหนี้ครัวเรือนอาจทรงตัว-มีโอกาสขยับขึ้นเล็กน้อย 81.5%-82.0% ต่อจีดีพีในช่วงสิ้นไตรมาส 1/2559 จากระดับ 81.5% ต่อจีดีพีในช่วงปลายปี 2558
3.บรรยากาศการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังของครัวเรือนทุกภาคส่วนนับตั้งแต่เริ่มต้นปี 2559 เป็นต้นมา เป็นภาพสะท้อนข้อเท็จจริงหนึ่งที่ว่า ตราบใดที่สัญญาณด้านรายได้ของครัวเรือนยังคงไม่กระเตื้องขึ้นอย่างเด่นชัด และ/หรือ มีปัจจัยพิเศษมากระตุ้นการตัดสินใจใช้จ่ายแล้ว คงต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าที่การบริโภคจะฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกติ และการบริโภคภาคเอกชนในปี 2559 อาจขยายตัวที่เพียง 1.9% ซึ่งต่ำลงกว่าตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ 2.1% จากประเด็นเสี่ยงของเศรษฐกิจในภาพใหญ่ อาทิ ภัยแล้ง และความเปราะบางของเศรษฐกิจโลก น่าจะมีผลกดดันให้การฟื้นตัวของรายได้ภาคครัวเรือนอยู่ในกรอบที่ค่อนข้างจำกัด และอาจจะยังไม่สามารถชดเชยกับภาระหนี้และค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น
4.ทิศทางการฟื้นตัวที่ค่อนข้างช้าของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า และปัญหาภัยแล้งที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นกว่าในปีที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเปราะบางให้กับเศรษฐกิจไทยในภาพใหญ่แล้ว ก็อาจมีส่วนกระตุ้นความกังวลลงไปในระดับภาคครัวเรือน ผ่านสถานการณ์ด้านรายได้และการมีงานทำ ที่ในหลายๆ ภาคส่วนก็จะมีความผันแปรไปตามวัฏจักรเศรษฐกิจ
5.จากการติดตามเครื่องชี้ด้านแรงงานตั้งแต่ต้นปี 2559 เป็นต้นมา พบว่า จำนวนผู้มีงานทำในภาคเกษตรและภาคการผลิต ที่มีสัดส่วนรวมกันประมาณ 47% ของผู้มีงานทำทั้งหมด ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของช่วงเดียวกันในปี 2558 แม้ว่าจำนวนผู้มีงานทำในภาพรวมจะมีค่าเฉลี่ยที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าในปีก่อนหน้าก็ตามซึ่งภาพดังกล่าว ก็เป็นสัญญาณที่ตอกย้ำว่า ประเด็นเรื่องรายได้ฟื้นตัวช้าจะยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยกดดันบรรยากาศการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง

คาดการณ์ภาวะการบริโภค
ใน 3 เดือนข้างหน้า ครัวเรือนส่วนใหญ่ยังคงมีมุมมองที่ระมัดระวังต่อประเด็นค่าครองชีพ ซึ่งอาจสะท้อนว่า บรรยากาศการใช้จ่ายด้านการอุปโภคบริโภคอาจเผชิญกรอบการฟื้นตัวที่จำกัดต่อเนื่องไปในช่วงหลายเดือนข้างหน้า โดยดัชนีสะท้อนการคาดการณ์ของครัวเรือนในช่วง 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI) ที่ปรับตัวลดลงมาที่ 45.0 ซึ่งต่ำสุดในรอบ 8 เดือน จากระดับ 45.7 ในเดือนก่อนหน้า
แต่ยังยิ้มได้บ้างเพราะดัชนีองค์ประกอบที่สะท้อนมุมมองต่อรายได้และเงินออมในช่วง 3 เดือนข้างหน้า เพิ่มขึ้นมาที่ 49.1 และ 48.9 จากระดับ 48.6 และ 48.7 ในเดือนก่อนหน้า ตามลำดับ ซึ่งอาจเป็นนัยว่า ครัวเรือนยังมีความคาดหวังว่า สถานการณ์รายได้น่าจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น ตามภาพรวมเศรษฐกิจที่น่าจะทยอยได้รับอานิสงส์จากการที่รัฐบาลเร่งรัดผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการจัดทำงบกลางปี และโครงการลงทุนของรัฐบาล ที่น่าจะช่วยกระตุ้นการจ้างงานได้เพิ่มมากขึ้น
โดยความหวังในระยะข้างหน้าจะอยู่ที่ว่า การใช้จ่ายของรัฐบาล ทั้งในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและโครงการต่างๆ จะสามารถช่วยหนุนการฟื้นตัวของสถานการณ์เศรษฐกิจในภาพใหญ่ พร้อมๆ กับประคับประคองความเชื่อมั่นในระดับครัวเรือน ได้หรือไม่ในระยะต่อจากนี้ เมื่ออีกหลายบททดสอบยังรออยู่ ทั้งประเด็นความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจที่อาจลากยาวเข้าสู่ช่วงกลางปี และตารางเวลาสำหรับเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองที่ยังคงเดินหน้าต่อไป
ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, เมษายน 2559

