ผู้บริโภคชาวไทยใช้เวลาอยู่กับหน้าจอรวมๆ แล้วนานถึง 463 นาทีต่อวัน

54% ของเวลาที่ใช้บนหน้าจอ เป็นการชมวิดีโอคอนเทนท์นานถึง 4 ชั่วโมงต่อวัน (246 นาที, 4.1 ชั่วโมง) มากกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลก

ไนจีเรียติดอันดับประเทศที่ดูวิดีโอมากที่สุดในโลก คือ 4.5 ชั่วโมงต่อวัน

ฮังการีเป็นประเทศที่ใช้เวลาในการดูวิดีโอน้อยที่สุด คือ 2.5 ชั่วโมงต่อวัน

 

คนไทยนิยมวิดีโอตลก มิวสิควิดีโอ และรายการโทรทัศน์ย้อนหลัง โดยรับชมคอนเทนต์ช่องทางดิจิทัลจาก

ค้นหารายการที่ตนเองชื่นชอบ 42% (ทั่วโลก 30%)

เพื่อนๆ แชร์วิดีโอผ่านสื่อออนไลน์ 38% (ทั่วโลก 20%)

  • ชมโฆษณาโดยไม่กดข้ามหากเป็นโฆษณาประเภทที่ตนสนใจ36% (ทั่วโลก 30%) แบ่งเป็น
  • ชมโฆษณาที่สอดแทรกอารมณ์ขัน 33% (ทั่วโลก 37%)
  • ชมโฆษณาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน 32% (ทั่วโลก 19%)

 

3 แนวทางสร้างสรรค์วีดีโอคอนเทนต์ให้เหมาะกับคนไทย

  1. คนไทยรับได้กับการเป็นเป้าหมายทางการตลาด แต่ไม่ชอบถูกสะกดรอยตาม ผลวิจัยพบว่าผู้บริโภคชาวไทยเป็นกลุ่มที่ยอมรับได้มากที่สุดสำหรับการถูกจัดให้เป็นกลุ่มเป้าหมายของวิดีโอโฆษณาตามแบรนด์ที่ตนชื่นชอบ (ประเทศไทยรับได้ 43% ทั่วโลกรับได้ 40%) และตามความสนใจ (ประเทศไทยรับได้ 42% ทั่วโลกรับได้ 41%) แต่ชาวไทยจะยอมรับน้อยที่สุดหากเป็นโฆษณาที่เข้าถึงตนโดยเป็นผลมาจากการติดตามประวัติการเข้าเว็บไซต์ โดยเฉพาะการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (ประเทศไทยรับได้ 27% ทั่วโลกรับได้ 25%) ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า แอพพลิเคชั่นที่คำนึงถึงเรื่องความละเอียดอ่อนด้านความรู้สึกมาใช้กำหนดกลุ่มเป้าหมายน่าจะมีความเหมาะสมที่สุด
  2. ความสำคัญของปัจจัยแวดล้อม 43% ของผู้บริโภคชาวไทยกล่าวว่า ตนมีแนวโน้มที่จะข้าม (Skip) การชมวิดีโอโฆษณาออนไลน์น้อยลง และจะรู้สึกสนใจมากขึ้นหากโฆษณาวิดีโอออนไลน์นั้นมีการนำเสนอสิ่งตอบแทน ซึ่งเป็นรูปแบบโฆษณาที่คนไทยเปิดรับได้มากที่สุด นอกจากนี้ผู้บริโภคชาวไทยยังเปิดรับโฆษณาที่สามารถข้ามการรับชมได้ (ประเทศไทยรับได้ 28% ทั่วโลกรับได้ 34%) และโฆษณาในรูปแบบที่มี click-to-play ซึ่งให้อำนาจผู้บริโภคในการเลือกรับชม (ประเทศไทยยอมรับ 36% และทั่วโลกยอมรับ 28%) ผู้บริโภคยังรู้สึกด้วยว่าตนมีอำนาจในการเลือกรับชมโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลมากกว่าการชมผ่านโทรทัศน์ โดยคนไทยส่วนใหญ่เชื่อว่าอุปกรณ์ดิจิทัลที่ทำให้ตนรู้สึกว่ามีอำนาจมากที่สุดในการเลือกชมโฆษณาคือ แล็ปท็อป (ประเทศไทยลงความเห็น 69% ทั่วโลกลงความเห็น 63%)
  3. เนื้อหาสำคัญที่สุด ผลวิจัยระบุว่า การคำนึงถึงสื่อดิจิทัลตั้งแต่ขั้นตอนแรกของกระบวนการสร้างสรรค์งานโฆษณาเป็นสิ่งจำเป็น และควรคำนึงถึงความเหมาะสมของโฆษณาดังกล่าวเมื่อปรากฏบนจออุปกรณ์ต่างๆ และแม้รูปแบบของวิดีโอโฆษณาที่ผู้บริโภคสามารถกดข้ามได้ ยังคงเป็นสิ่งท้าทายสำหรับการสร้างสรรค์งานโฆษณา แต่ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ บริษัทจึงควรมุ่งสร้างความน่าสนใจให้เกิดขึ้นให้ได้ตั้งแต่ช่วงแรกของวิดีโอโฆษณา

AdReaction: Video Creative in a Digital World, โดยบริษัท มิลวาร์ด บราวน์ บริษัทวิจัยชั้นนำของโลก ซึ่งได้มีการสำรวจผู้ใช้งานอุปกรณ์มัลติสกรีนผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต อายุระหว่าง 16-45 ปี จำนวนกว่า 13,500 คน ใน 42 ประเทศ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 เป็นต้นมา

ที่มา มิลวาร์ด บราวน์



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน