“สเต๊ก” อาหารตะวันตกที่หารับประทานได้ง่ายในปัจจุบัน ไม่ว่าจะหันไปทางไหน เราก็สามารถพบเจอร้านสเต๊กอยู่ทั่วทุกมุมถนน ไม่ว่าจะเป็นร้านสเต๊กระดับ Premium ที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า หรือร้านสเต๊กแบบบ้าน ๆ ที่ตั้งอยู่ตามริมถนน สเต๊กก็นับเป็นอาหารที่อยู่คู่กับสังคมไทยเรื่อยมา รวมถึงยังมีร้านใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอีกด้วย

 

ในช่วงปีที่ผ่านมา จากการระบาดของโควิด-19 ถือว่าเป็นวิกฤตกับทุก ๆ ธุรกิจ รวมถึงธุรกิจร้านสเต๊กด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะแบรนด์ระดับกลาง-ใหญ่ ที่ได้รับผลกระทบหนักเนื่องจากการล็อกดาวน์ ที่จำเป็นต้องมีการปิดห้างสรรพสินค้า แต่กับแบรนด์เล็ก ๆ ที่ราคาต้นทุนไม่สูงมากกลับยังสามารถทำกำไรได้อยู่

 

 เบอร์ใหญ่ขาดทุนกันระนาว แต่เบอร์เล็กกลับทำกำไร

 

“Sizzler”

บริษัท เอสแอลอาร์ที จำกัด เจ้าของ Sizzler มีผลประกอบการดังนี้

ปี 2561  มีรายได้ 2,668 ล้านบาท กำไร 76 ล้านบาท

ปี 2562 มีรายได้ 2,690 ล้านบาท กำไร 124 ล้านบาท

ปี 2563 มีรายได้ 1,757 ล้านบาท ขาดทุน 53 ล้านบาท

 

“Santa Fe’ Steak”

บริษัท เคที เรสทัวรองท์ จำกัด เจ้าของ Sata Fe’s Steak มีผลประกอบการดังนี้

ปี 2561 มีรายได้ 1,158 ล้านบาท กำไร 46 ล้านบาท

ปี 2562 มีรายได้ 1,225 ล้านบาท กำไร 20 ล้านบาท

ปี 2563 มีรายได้ 879 ล้านบาท ขาดทุน 60 ล้านบาท

 

“Jeffer Steak”

บริษัท เจฟเฟอร์ เรสโตรองต์ จำกัด เจ้าของ Jeffer Steak มีผลประกอบการดังนี้

ปี 2561 มีรายได้ 611 ล้านบาท ขาดทุน 80 ล้านบาท

ปี 2562 มีรายได้ 522 ล้านบาท ขาดทุน 72 ล้านบาท

ปี 2563 มีรายได้ 312 ล้านบาท ขาดทุน 29 ล้านบาท

 

“Eat Am Are”

บริษัท อีท แอม อา กรุ๊ป จำกัด เจ้าของ Eat Am Are มีผลประกอบการดังนี้

ปี 2561 มีรายได้ 208 ล้านบาท กำไร 3 ล้านบาท

ปี 2562 มีรายได้ 279 ล้านบาท กำไร 2.4 ล้านบาท

ปี 2563 มีรายได้ 226 ล้านบาท กำไร 1.9 ล้านบาท

 

“สเต็กลุงหนวด”

บริษัท สเต็กลุงหนวด จำกัด เจ้าของแฟรนไชส์ สเต็กลุงหนวด มีผลประกอบการดังนี้

ปี 2561 มีรายได้ 295 ล้านบาท กำไร 25 ล้านบาท

ปี 2562 มีรายได้ 293 ล้านบาท กำไร 22 ล้านบาท

ปี 2563 มีรายได้ 321 ล้านบาท กำไร 29 ล้านบาท

 

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ร้านแบรนด์เล็กได้รับความนิยมในช่วงที่ผ่านมาคือ ปัจจัยอย่าง “โครงการของรัฐ” ที่ส่งผลให้ผู้คนเลือกนิยมบริโภคร้านที่เข้าร่วมโครงการมากกว่า เพราะมีราคาที่ถูกและเข้าถึงได้ง่ายกว่าร้านในห้างสรรพสินค้า

อย่างไรก็ดี ในปี 2565 นี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าธุรกิจร้านอาหารในปี 2565 จะพลิกกลับมาเติบโต 5.0%-9.9% จากที่หดตัว 11.0% ในปี 2564 แม้จะมีการระบาดของโอมิครอน แต่ได้แรงส่งจากราคาอาหารที่ปรับเพิ่มขึ้น และเงินเฟ้อมาหนุน

ร้านอาหารข้างทาง (Street Food) ที่มีหน้าร้านยังขยายตัวได้ต่อเนื่องและกลุ่มร้านอาหารข้างทางยังได้รับปัจจัยหนุนจากโครงการคนละครึ่งของภาครัฐ โดยคาดว่าร้านอาหารประเภทดังกล่าวยังคงได้รับความนิยมจากผู้บริโภค เนื่องจากเป็นเมนูพื้นฐานที่เข้าถึงได้ง่าย และราคาไม่สูง ประกอบกับผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามาขยายฐานการตลาดในเซกเมนต์นี้อย่างต่อเนื่อง

โดยคาดการณ์ว่าธุรกิจร้านอาหารข้างทางที่มีหน้าร้าน ในปี 2565 จะมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 1.84 -1.86 แสนล้านบาท หรือขยายตัว 2.0%-3.0% อย่างไรก็ดี ร้านอาหารในกลุ่มนี้มีความหนาแน่นของผู้เล่นเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรง และมีการหมุนเวียนเข้าออกของผู้เล่นสูง

 

*Info

แบรนด์ ราคาเฉลี่ย สาขา รายได้

(ปี 2563)

กำไร
Sizzler 200-500 57 สาขา 1,757 ล้านบาท -53 ล้านบาท
Santa Fe’ 100-250 116 สาขา 879 ล้านบาท -60 ล้านบาท
Jeffer 100-250 56 สาขา 312 ล้านบาท -29 ล้านบาท
Eat am Are 100-250 8 สาขา 226 ล้านบาท 1.9 ล้านบาท
สเต็กลุงหนวด 40-160 ประมาณ 90 สาขา 321 ล้านบาท 29 ล้านบาท

 

ที่มา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, เว็บไซต์ข้อมูล ธ. กสิกร, สาขาอ้างอิงจากเว็บไซต์และ Official page ของแบรนด์

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน