หากฉายภาพตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอที ประจำปี 2558 จะพบว่า มีอัตราเติบโตอยู่ที่ 2-3% เท่านั้น เมือเทียบการเติบโตเมื่อปี 2557 ที่มีอัตราเติบโตอยู่ที่ 5% โดยสินค้ากลุ่มไอที เป็นกลุ่มต้องน่าจับตาที่สุดสำหรับปีนี้ต่อเนื่องไปถึงปี 2559 จากการก้าวเข้ามาของ 4G ที่คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการได้ในปีหน้า ด้าน “แอร์” ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าจับตาในปี 2559 จากสภาพอากาศของเมืองไทยที่มีแต่ ร้อน ร้อนมาก ร้อนมากที่สุด จึงมีการประเมินว่าจะสามารถเติบโตได้ถึง 20% ขณะที่กำลังซื้อท้ายปีในไตรมาส 4 ปี 2558 ทั้งเดือนพฤศจิกายนและตุลาคม ต่างเป็นบวก จึงคาดว่ากำลังซื้อเริ่มกลับมาแล้ว แต่อาจไม่เปรี้ยงปร้างมาก จริงอยู่ที่ภาพรวมของเศรษฐกิจทุกคนยังไม่มั่นใจ แต่บางภูมิภาคเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นแล้ว โดยดูจากจำนวนคนที่มาช้อปปิ้งในห้างที่เริ่มเพิ่มขึ้น และอีกอย่างยังไม่มีปัจจัยอื่นๆมากระทบ โดยเฉพาะปัจจัยด้านการเมืองที่อยู่ในช่วง (คาดว่า) สงบ จึงทำให้คนเริ่มมีความมั่นใจในการจับจ่าย โดยปีหน้าคงจะเป็นอีกปีที่ท้าทายสำหรับคนในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า จึงมีการประเมินว่าในปี 2559 ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอที น่าจะมีอัตราเติบโตอยู่ที่ประมาณ 5%

เจ็บสุดคือทีวี แต่ยังมีความหวังว่า “ฟุตบอลยูโร” จะปลุกตลาดอีกครั้ง

ภาพรวมทีวีในปี 2558 มีการประมาณการว่าจะติดลบถึง 10% เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสนใจทีวีลดลง เพราะการเกิดขึ้นของดีไวซ์ที่สามารถทดแทนทีวีได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันในภาพรวมการผลักดันที่จะทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้ “ทีวีจอใหญ่” ยังไม่สัมฤทธิ์ผลเท่าที่ควรในเชิงการตลาด ไม่ว่าจะเป็นขนาดของจอหรือว่าเรื่องคุณภาพ 4K หรือ HD ที่ทั้งประเทศยังต้องการการโปรโมทที่มากขึ้นกว่านี้ จึงทำให้มูลค่าตลาดทีวีลดลง อีกปัจจัยหนึ่งคือเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2557 ซึ่งมีอีเว้นท์ใหญ่ๆอย่าง ฟุตบอลโลก มาช่วยหนุน แต่ปีนี้ไม่มีอีเว้นท์ใหญ่ๆเลย แต่ปีหน้าจะมี 2 อีเว้นท์ใหญ่ๆ คือ ฟุตบอลยูโร และ โอลิมปิก 2016 ซึ่งจะทำให้ตลาดทรงตัวหรือโตขึ้นเล็กน้อย แต่จะไม่ทำให้ตกไปกว่านี้แล้ว สำหรับการแข่งขันในปี 2559 ของตลาดทีวี ต่อไปแต่ละแบรนด์จะเน้นแข่งกันที่สร้าง Benefit ให้แก่ลูกค้าโดย Sales Promotion ก็ยังมีบ้าง แต่จะต้องเน้นบอกลูกค้าว่าจะได้ประโยชน์อะไร เช่นเทคโนโลยี 4K หรือ HD TV ซึ่งจะเป็นการแข่งขันในเชิงบวก

 

“ตลาดสมาร์ทโฟน” ซุปเปอร์ฮีโร่ประจำปีวอก

“ตลาดสมาร์ทโฟน” ในปีนี้คาดการณ์ว่าจะโตประมาณ 5% ซึ่งปรกติตอนที่ตลาดสมาร์ทโฟนเป็นตัวดึงตลาดขึ้นมาโต 8-9% ในช่วง 2-3 ปีที่แล้ว โดยปี 2559 คาดว่าจะเติบโตได้สูงถึง 20% จากการก้าวเข้ามาของ 4G ที่เป็นประเด็นฮอตฮิตอยู่ในขณะนี้ ที่ถึงแม้ว่าจะมีผู้บริโภคบางส่วนมีดีไวซ์ที่รอบรับ 4G อยู่แล้วแต่ยังอยู่ในจำนวนที่น้อยอยู่ ซึ่งหากเราฉายภาพตลาดสมาร์ทโฟนออกเป็น 3 เหลี่ยม จะพบว่าตลาดบนมี 4G ทุกรุ่นแล้ว เนื่องจากการมาถึงของเทคโนโลยีที่เร็วกว่า ไม่ว่าจะเป็น iPhone 6 หรือ Samsung Galaxy S5 แต่ฐานกลางกับฐานล่าง ยังมีอัตราครอบครองยังไม่สูงมาก ซึ่งเมื่อเริ่มกลุ่มโอโปเรเตอร์เริ่มโปรโมท 4G อย่างจริงจังตั้งแต่ราวเดือนมกราคมเป็นต้นไปจะทำให้ตนกลุ่มนี้เริ่มรู้สึกไม่อยากตกเทรนด์ ปัจจัยนี้จึงเป็นผลให้เกิดการซื้อทดแทนเกิด ขณะเดียวกันฝั่งผู้ผลิต จากที่จับแต่เซกเมนต์ ไฮเอนด์ แต่ตอนนี้ทั้งกลางและล่างต่างต้องการ 4G จึงทำให้ต้องหันมาโฟกัสกลุ่มนี้อย่างจริงจัง

 

“ตลาดแอร์” ยังสดใส จากอากาศ (ร้อน) ที่เป็นใจ?

ถึงแม้ว่าปี 2558 สภาพเศรษฐกิจจะไม่ค่อยดีแต่ “ตลาดแอร์” สามารถโตได้ถึง 13% จากสภาพอากาศที่ร้อน ร้อนมาก ร้อนมากที่สุดของเมืองไทย โดยปี 2559 คาดการณ์ว่าอากาศจะร้อนมากขึ้น (อีกแล้ว) และร้อนยาวขึ้น จึงมีการประเมินว่า “ตลาดแอร์” อาจจะโตได้ถึง 20% ด้วยซ้ำไป ด้านการแข่งขันในตลาดแอร์ปีหน้า จะเป็นปีที่แข่งขันรุ่นแรงมาก เนื่องจากฐานการผลิตแอร์เจ้าใหญ่ๆ ยังอยู่ในไทย เพราะฉะนั้นแต่ละแบรนด์จึงต้องทำให้การขายภายในประเทศดีอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากการเติบโตที่สูงทั้งคุณภาพและราคาซึ่ง ณ ตอนนี้ยังไม่เห็นสัญญาณถึงราคาที่จะลดลง สำหรับช่วงเวลาที่ร้อนมากๆก็จะเน้นแข่งในด้านของแพ็กเกจ และมีโปรโมชชั่นอยู่บ้าง

 

“ตลาดคอมพิวเตอร์” กลับมาโตอีกครั้งหลังจากติดลบในปีก่อน

ภามรวม”ตลาดคอมพิวเตอร์” โตถึง 16% ในปี 2558 ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีขึ้นจากการที่ติดลบถึง 8% ใน 2557 จากการที่ผู้ผลิตปรับตัวเองได้กับตลาด Notebook พร้อมกับการเปิดตัวของ Windows 10 และอีกหนึ่งปัจจัยคือการที่ผู้บริโภคเริ่มมีการรับรู้แล้วว่า สมาร์ทโฟน มาทดแทนสินค้าในกลุ่มนี้ยังไม่ได้ โดยคาดว่าปี 2559 จะโตขึ้นประมาณ 10%

 

เครื่องใช้ไฟฟ้า “ชิ้นเล็ก” จะเริ่มกลับมาบูม แต่ “ชิ้นใหญ่” โตขึ้นเล็กน้อย

ปี 2558 คาดว่าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านชิ้นเล็ก จะโตขึ้นประมาณ 10% แต่เนื่องจากฐานตลาดไม่ใหญ่มากอยู่แล้ว โดยต่อจากนี้เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กจะเริ่มกลับมาบูม จากเทรนด์ของคนในเมืองที่ต้องการใช้เครื่องชิ้นเล็กมากขึ้น เช่น สินค้าที่ใช้เตรียมอาหารจำพวกเครื่องปั่น, เครื่องบด ที่ทุนเวลาของคนได้ อีกส่วนคือ เครื่องเครื่องดูฝุ่นฟากเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านชิ้นใหญ่ คาดว่าจะโตขึ้นประมาณ 2% ในปี 2558

 

“ตลาดกล้อง” กลับมาโต “มิลเลอร์เลส” คือตัวขับเคลื่อน

โดยภาพรวม “ตลาดกล้อง” กลับมาโตอีกครั้งในเปอร์เซนต์ที่ไม่สูงมากคือประมาณ 5% จากปรกติซึ่งจะติดลบ 2 ดิจิ โดยติดลบมา 4-5 ปีแล้ว ด้วยผู้บริโภคนิยมใช้กล้องถ่ายภาพในการทำงาน หรือท่องเที่ยวมากขึ้น ซึ่งถึงแม้จะโตขึ้นแต่ว่าฐานตลาดกลับเล็กลงไปเยอะ โดยตัวขับเคลื่อนยังคงเป็นกล้องมิลเลอร์เลส สำหรับแนวโน้นปี 2559 คาดว่าจะดีขึ้น จากที่ไตรมาส 4 ของปีนี้ที่เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว คนเริ่มมีความมั่นใจที่จะซื้อ

 

“เครื่องใช้ไฟฟ้า” ภายในบ้านโตขึ้นจากเทรนด์ที่เริ่มเปลี่ยนไป

สินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Electrical Appliances) มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากในปัจจุบันเทรนด์ผู้บริโภคส่วนใหญ่มองหาอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่มีฟังชั่นการใช้งานที่อำนวยความสะดวกและประหยัดพลังงาน โดยผู้ผลิตได้มีการพัฒนาสินค้าใหม่ๆให้มีความหลากหลายทั้งฟังค์ชั่นและดีไซน์เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยตลาดเครื่องซักผ้าปี 2558 น่าจะติดลบนิดหน่อยประมาณ 1-2% ด้านตลาดตู้เย็นน่าจะโตอยู่ที่ประมาณ 1% ด้านสินค้ากลุ่มเครื่องเสียงจะเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่โต ด้วยลูกค้านิยมสินค้าที่มีคุณภาพเสียง Hi-Quality และมีดีไซน์ที่สวยงาม รวมทั้ง Wireless Audio ที่สามารถเชื่อมต่อบลูทูธเป็นส่วนช่วยเสริมคุณภาพเสียงของทีวีจอใหญ่และยังมีดีไซน์สวยทันสมัยโดยจะมี 4G เข้ามาช่วยขับเคลื่อน รวมถึงสินค้าที่เป็น “Lifestyle Gadget” ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับชีวิต อาทิ การใส่ใจสุขภาพ รวมถึงการทำกิจกรรม Outdoor Activity ต่างๆ

 

4 ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีในปี 2559

1. เร็วกว่า

2.ใหญ่กว่า

3.ดีกว่า

4.หลากหลายกว่า

 

ที่มา : Power Mall, ธันวาคม 2558