Ericsson Mobility Report ได้คาดการณ์เทคโนโลยี 5G จะมีการใช้งานสูงถึง 150 ล้านภายในปี 2564 ซึ่งการเติบโตของ5G นี้ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ ที่จะช่วยให้อุตสาหกรรมต่างๆ สามารถบุกเบิกโอกาสทางธุรกิจและนวัตกรรมใหม่ๆ มากขึ้น

เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน และสหรัฐอเมริกา กลุ่มแรกที่ใช้ 5G

ประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน และสหรัฐอเมริกาต่างเป็นประเทศที่คาดว่าเป็นกลุ่มประเทศแรกๆ ที่จะมีปริมาณการใช้งาน 5G ที่พุ่งสูงขึ้นมากที่สุดในโลก โดยเครือข่าย 5G นี้จะช่วยให้อุปกรณ์ประเภทใหม่ๆ สามารถเชื่อมต่อสื่อสารและเข้าหากันได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดรูปแบบการใช้งานสื่อสารใหม่ๆ ที่จะรองรับ Internet of Things (IoT) อีกทั้งยังเปิดประตูให้กับอุตสาหกรรมและวงการต่างๆ ได้สามารถบุกเบิกและสร้างโอกาสทางธุรกิจและนวัตกรรมใหม่ๆ มากขึ้นผ่านความก้าวหน้าของระบบICT อีกด้วย

VDO on Smart Phone ผลักดันดาต้าเติบโต 6 เท่า

แทรฟฟิคการรับส่งข้อมูลส่วนใหญ่ทั่วโลกจะอยู่ในรูปแบบวิดีโอ คาดว่าปริมาณแทรฟฟิคการรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายโมบายทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นมากถึง 10 เท่าตัวในปี 2564 โดยกว่า 70% ของข้อมูลทั้งหมดจะเป็นวิดีโอ และในปัจจุบัน การเข้าดูวิดีโอผ่านเว็บไซต์ YouTube มีปริมาณสูงถึง 70% ของการดูทั้งหมด ในขณะที่การรับชมวิดีโอแบบเสียเงินรายเดือน เช่น Netflix สูงถึง 20% ในตลาดต่างๆ ที่มีการให้บริการ

และการเพิ่มขึ้นของการดูวิดีโอผ่านเครือข่ายเคลื่อนที่เป็นปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันให้เกิดปริมาณการรับส่งข้อมูลต่อสมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่องสูงขึ้นกว่าเดิมถึง 6 เท่าในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป (ปี 2558 ถึง 2564) โดยปริมาณการรับส่งข้อมูลต่อสมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่องในอเมริกาเหนือจะเพิ่มขึ้นจาก 3.8 เป็น 22 กิกะไบต์ในหนึ่งเดือนเมื่อถึงปี 2564 ส่วนในแถบยุโรปตะวันตกนั้นจะเพิ่มขึ้นจาก 2 เป็น 18 กิกะไบต์ต่อเดือน และในภาคพื้นเอเชีย จะเพิ่มขึ้นเป็น 6.9 กิกะไบต์ต่อเดือน

ในปัจจุบันมีการใช้เครือข่ายโมบายบรอดแบนด์เพิ่มขึ้น 20 เครื่องในทุกๆ วินาที โดยจะเป็นการเปิดใช้บริการ LTE มากถึง 15 รายโดยการใช้งานที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกได้ทำให้ปริมาณแทรฟฟิคการรับส่งข้อมูลมีมากขึ้นตามไปด้วย

หากพิจารณาในปัจจุบัน จำนวนการใช้งานโทรศัพท์โมบายทั่วโลกนั้นค่อนข้างใกล้เคียงกับจำนวนประชากรบนโลก แต่ในปี 2559 จำนวนการใช้งานแค่สมาร์ทโฟนอย่างเดียวจะแตะ 4 พันล้านอย่างแน่นอน

5G มา Internet of Things เกิดขึ้นจริง

อิริคสันให้ความเห็นว่า 5G จะเป็นมากกว่าเครือข่ายโมบายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง แต่จะทำให้ Internet of Things เกิดขึ้นได้จริงในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยที่ผ่านมาอีริคสันได้สร้างอุปกรณ์ต้นแบบเพื่อใช้ในการทดสอบการนำ 5G ร่วมกับระบบการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับระบบการขนส่งสาธารณะ ซึ่งจะสามารถช่วยการประหยัดทรัพยากรต่างๆ ลดการปัญหาการจราจร และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยอีริคสันเชื่อว่าระบบ ICT จะยิ่งถูกนำมาปรับใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ มากขึ้น เมื่อระบบ 5G สามารถนำมาใช้งานจริงในอนาคตอันใกล้นี้

จีนใช้ LTE มากที่สุดในโลก

สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นประเทศที่มีการใช้ LTE มากที่สุดในโลก แซงหน้าสหรัฐอเมริกา เมื่อถึงปลายปี 2558 สาธารณรัฐประชาชนจีนจะมีการใช้งานLTE สูงถึง 350 ล้าน นับเป็นปริมาณกว่า 35% ของการใช้งาน LTE ทั้งโลกรวมกัน ยังมีการคาดการณ์ไว้ด้วยว่าสาธารณรัฐประชาชนจีนจะมีปริมาณการใช้กว่า 1.2 พันล้านใน 5 ปีข้างหน้าหรือในปี 2564

แอฟริกากลายเป็นทวีปที่มีการใช้โมบายอย่างทั่วถึงมากขึ้น

ในปี 2553ทั่วแอฟริกามีการใช้งานเครือข่ายโมบายประมาณ 500 ล้านเครื่อง และเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าเป็น 1 พันล้านเครื่องในสิ้นปี 2558 โดยการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายโมบายนี้ยังช่วยเพิ่มโอกาสด้านธุรกิจการเงินออนไลน์ให้กับผู้ที่ไม่มีบัญชีเงินฝากเป็นของตัวกว่า 70% ในทวีปอีกด้วย

ICT จะช่วยเสริมศักยภาพให้กับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ระบบ ICTจะช่วยประหยัดการใช้พลังงานและลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก (GHG) ในภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ โดยการลดการปล่อยก๊าซคิดเป็นคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยรวมอาจจะมากถึง 10 กิกะตัน ซึ่งคิดเป็น 15% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดในปี 2573 หรือมากกว่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปรวมกันเสียอีก

ที่มา http://www.ericsson.com/mobility-report

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer