ต้องยอมรับว่าเมืองไทยเป็นเมือง “ร้อน” บางคนอาจบอกว่า “ร้อนมาก” และไม่ใช่แค่ร้อนแต่เฉพาะฤดูร้อนอย่างเดียว เพราะต้องเรียกว่า “ร้อนกันตลอดทั้งปี” น่าจะเหมาะสมกว่า ดังนั้นคนไทยจึงต้องมี “วิธีคลายร้อน” ไว้รับมือกับอากาศสุดจะบรรยายนี้
และหนึ่งวิธีที่ว่านั่นก็คือการใช้ “แป้งเย็น” ยิ่งตอนอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ได้แป้งเย็นมาประที่ตัวประที่แก้ม เพียงเท่านี้ก็ทำให้พี่น้องชาวไทยคลายร้อน สบายตัวกันแบบง่ายๆ แถมไม่ต้องเสียสตางค์มากมาย
ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนระอุขนาดนี้ จึงส่งผลให้ “ตลาดแป้งเย็น” ร้อนแรงไม่แพ้กัน ตัวเลขมูลค่าตลาดรวมของตลาดแป้งเย็นในปีที่ผ่านมา (ปี59) นั้นสูงถึงหลัก 2,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกปี [ข้อมูลจาก: บมจ. บริทิช ดิสเพนซารี่ คอนซูมเมอร์ , มี.ค. 60]
ตรางูเสริมไลน์สินค้าแป้งเย็น สูตรใหม่ “ไวลด์ ทานาคา” ลีดด้วยโฆษณาคูลๆ ที่ดูแล้วอยากประแป้งเหลือเกิน
เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา “แป้งเย็นตรางู” ได้ฤกษ์เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในชื่อเรียก “แป้งเย็นตรางู สูตรใหม่ ไวลด์ ทานาคา” แป้งเย็นที่มีส่วนผสมของ “ทานาคา” สุดยอดสูตรลับเรื่องความงาม (Secret of Beauty) ที่ชาวต่างชาติยกให้เป็นสมุนไพรที่ดีต่อผิวพรรณ แต่หลายคนอาจไม่ทราบหรือไม่เคยได้ทดลอง
ซึ่งการใช้งาน ทานาคา ตามวิธีดั้งเดิมคือการนำผงแป้งที่ได้จากการบดทานาคาจนละเอียด มาผสมน้ำและทาลงบนแก้ม ใบหน้าหรือส่วนอื่นๆ และอาจเป็นเพราะด้วยกรรมวิธีการใช้ที่ค่อนข้างยุ่งยาก บวกกับเป็นพืชสมุนไพรที่ไม่แพร่หลายทำให้หลายคนอาจลืมสรรพคุณที่สุดยอดของทานาคาไป
แป้งเย็นตรางู จึงเลือกหยิบเอาประโยชน์และสรรพคุณที่ดีต่อผิวใน ทานาคา มาเป็นส่วนประกอบของแป้งเย็นสูตรใหม่ “ไวลด์ ทานาคา” ที่สำคัญยังสามารถ “ใช้ทาหน้า” ได้ รวมถึงทุกส่วนของร่างกาย เพื่อสร้างความสดชื่น ลดอาการคัน รวมถึงได้สรรพคุณทานาคาเพื่อบำรุงผิวให้ดีขึ้นได้อีกด้วย
นอกจากผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ทางแป้งเย็นตรางูเปิดตัวเพื่อรุกตลาดแล้ว พวกเขายังเปิดตัวหนังโฆษณาชิ้นใหม่ที่มาพร้อมกับ Key Message สุดน่ารัก “ทานาคา #ทาหน้าค่า” หวังเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ New Gen มากขึ้น โฆษณาสุดคูลเรื่องนี้ไม่ได้โฟกัสไปที่เรื่องความเย็นสุดขั้วเหมือนหนังโฆษณาแป้งเย็นทั่วไป แต่พวกเขากลับเลือกหยิบเอาวิธีใช้แป้งทานาคามาเล่น นั่นก็คือการ “ประแป้งที่บริเวณแก้ม” นั่นเอง
พร้อมยังนำเสนอผ่านกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เท่ได้และเป็นตัวของตัวเอง เลือกทำในสิ่งที่ชอบ เลือกใช้ชีวิตในแบบที่ใช่ไม่ต้องตามใคร และในหนังโฆษณายังไม่จำเป็นต้อง Tie-in สินค้าลงไปให้ผู้บริโภคอึดอัด กลับเลือกให้ภาพและดนตรีเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความเท่ของเด็กยุคใหม่ และสื่อสารให้ผู้บริโภคทราบว่า “แป้งเย็นตรางูใช้ทาหน้าได้” ซึ่งตลอดมาแป้งเย็นตรางู น่าจะเป็นแป้งเย็นแบรนด์เดียวที่ผู้บริโภคกล้านำมาใช้ประหน้ากันจริงๆ
นอกจากข้อความที่สื่อสารออกมาแล้ว หนังโฆษณาเรื่องนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของแป้งตรางูที่เท่ โดดเด่น ไม่จำเป็นต้องตามใครเช่นกัน รวมถึงการที่แบรนด์ยังคงเลือกใช้ “กระป๋องเหล็ก” ที่บางคนอาจมองว่าเชย แต่ความจริงแล้วกระป๋องเหล็กคือความคลาสสิครวมถึงคุณภาพที่ไม่เปลี่ยนแปลง และกระป๋องเหล็กสามารถช่วยเก็บรักษาคุณภาพของแป้งเย็นได้ยาวนานกว่า รวมถึงยังเป็นเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์มาตลอด 125 ปี อีกด้วย
พลัง Micro-Influencers ของตรางู “ประแป้งหน้าขาวเต็มโซเชียล”
นอกจากหนังโฆษณาที่ใช้เป็นลีดในการสื่อสารทางการตลาดแล้ว แป้งตรางูยังใช้พลังของ Micro-Influencers ซึ่งเป็นเหล่าผู้ใช้งานจริงและแชร์ประสบการณ์ต่างๆ ลงบนสื่อโซเชียลของตนเอง
ซึ่งผู้บริโภคส่วนใหญ่มักจะทาหน้าขาวๆ ด้วยแป้งเย็นตรางู พร้อมแคปชั่นสนุกๆ เกี่ยวกับอากาศร้อนบ้าง แป้งเย็นตรางูเย็นถึงใจบ้าง
นอกจากจะเกิดเป็นเทรนด์ฮิตในการทาหน้าดับร้อนแบบนี้ แป้งเย็นตรางูยังมีแคมเปญอย่าง “ทาหน้าค่า” ให้ทุกคนได้ร่วมสนุกกัน พร้อมมีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลพิเศษจากแป้งเย็นตรางูอีกด้วย
สามารถติดตามรายละเอียดและร่วมสนุกกับแคมเปญได้ที่ https://www.facebook.com/SnakeBrandFanPage/
