แน่นอนว่า “คนเรา” อาจมีความคิดที่เห็นต่าง หรือมีมุมมองต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ไม่เหมือนกับคนอื่นๆ อยู่บ้าง ซึ่งการที่คนเรามีขั้วทางความคิดที่แตกต่างกันก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า “ฉันกับเธอ” หรือ “ผมกับคุณ” จะต้องเกลียดกันตลอดชีวิต แบบชนิดที่อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้เลยนิหน่า…

จากความจริงข้อนี้ ทำให้ Marketeer Online คิดถึงแคมเปญโฆษณาชิ้นหนึ่งจาก HEINEKEN® ที่ชื่อว่า “Worlds apart” ภายใต้แนวความคิดหลักของแบรนด์ #OpenYourWorld

แคมเปญ “Worlds apart” คือการทดลองแบบ Social Experiment ของ HEINEKEN® ที่นำเอาคนที่มีความคิดต่างกันแบบสุดขั้ว 3 คู่ ให้มาทำกิจกรรมร่วมกัน พร้อมเปิดใจคุยกันเพื่อให้รู้จักตัวตนที่แท้จริง รวมถึงเรียนรู้มุมมองอื่นๆ ของชีวิตที่ไม่ใช่แค่เรื่องราวที่ขัดแย้งกัน

ซึ่งทั้ง 6 คนที่ถูกเลือกมาทดลองในแคมเปญที่ว่านี้ คือเป็นบุคคลที่มีความแบบชนิดตรงกันข้ามกันแบบสุดขั้วในเรื่องของ “สิทธิสตรี” (Feminist) “สภาวะโลกร้อน” (Climate Change) และเรื่องของ “กลุ่มคนข้ามเพศ” (Transgender)

และท้ายที่สุดแล้ว…หลังจากที่แต่ละคู่ได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกัน รู้จักมุมมองอื่นของอีกฝั่งมากขึ้นกว่าเดิม ก็ถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจและตอบคำถามที่ว่า “คนเราจะสามารถร่วมสังคมกับคนที่มีความเห็นต่างกันได้หรือไม่?” ซึ่งคำตอบจะเป็นอย่างไร ต้องไปรับชมพร้อมๆ กัน…

https://youtu.be/8wYXw4K0A3g

 

“แตกต่าง แต่ไม่เห็นต้องแตกแยก” แค่เปิดใจเข้าหากัน

ที่ผ่านมาเรามักจะได้เห็นแคมเปญระดับโลกจากหลากหลายแบรนด์ดังที่หยิบจุดนี้มาเล่น เพราะเมื่อทุกคนสามารถหาจุดร่วมทางความคิด หรือ Common ground และเปิดใจเข้าหากัน ความแตกต่างทางความคิด หรือปัญหาความแตกแยกทางสังคมต่างๆ ก็สามารถทุเลาความรุนแรงไปได้

สำหรับรายละเอียดของแคมเปญ “Worlds apart” การทดลองแบบ Social Experiment ของ HEINEKEN®ในครั้งนี้ถูกแบ่งออกเป็น 4 พาร์ทหลัก ได้เเก่

1. THE ICE BREAKER: ละลายพฤติกรรมด้วยกิจกรรมต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

แน่นอนว่าคน 2 ขั้วที่มีความคิดต่างกันแบบสุดขีดแถมได้เพิ่งได้มีโอกาสพบกันครั้งแรก หากให้ทั้งคู่นั่งถกปัญหาแสดงอุดมคติที่ตนเองมีแบบใส่กันไม่ยั้งคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ HEINEKEN® จึงมีภารกิจง่ายๆ ให้แต่ละคู่ได้ลงมือทำ นั่นก็คือการช่วยกันประกอบเก้าอี้สำหรับให้เขาทั้ง 2 นั่งได้นั่งคุยกัน

เราจะเห็นว่าพวกเขาได้พักอุดมการณ์ความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันเอาไว้ ก่อนตั้งหน้าตั้งตาลงมือประกอบเก้าอี้ และช่วยเหลือกันจนสามารถประกอบเก้าอี้ทั้ง 2 ตัวได้สำเร็จ

ซึ่งกิจกรรมง่ายๆ ที่ว่านี้นอกจากจะเป็นกิจกรรมที่ทำให้แต่ละคู่ได้เริ่มสนทนากัน ยังสามารถสะท้อนให้เราเห็นถึงน้ำใจที่คนทั้งคู่แสดงออกมาและมอบให้แก่กันอีกด้วย

 

2.Q&A: เรียนรู้มุมอื่น ผ่านคำถามและคำตอบ

โจทย์ที่ 2 ของภารกิจ คือการเปิดโอกาสให้แต่ละคู่ได้พูดคุย ตั้งคำถาม และอธิบายตัวเองให้อีกฝั่งรู้จักมากขึ้น โดยการบอกกับอีกฝั่งให้ทราบว่าตนเองเป็นคนอย่างไร 5 คำตอบ พร้อมกับร่วมกันคิดหาจุดที่เขาทั้งคู่เหมือนกัน 3 อย่าง

ความจริงแล้วการถามและตอบของในภารกิจนี้ คือการให้คนทั้งคู่ได้มีโอกาสเปิดใจยอมรับตนเอง และยอมรับในตัวตนซึ่งกันและกันมากขึ้น และสิ่งสำคัญที่สุด คือการที่พวกเขาได้ร่วมกันคิดว่า “ในความแตกต่างที่มี พวกเขายังมีจุดไหนที่คล้ายกันบ้าง หรือจุดที่ทำให้พวกเขาทั้ง 2 สามารถอยู่ร่วมกันได้”

 

3. BRIDGE BUILDING: เชื่อมสะพานด้วยภารกิจที่ยากขึ้นมาอีกนิด

หลังจากที่ทั้งคู่เริ่มได้รู้จักกันมากขึ้น เรียนรู้ซึ่งกันและกันมากขึ้น ก็ถึงช่วงเวลาที่แต่ละคู่ต้องออกแรงเพื่อกระชับมิตรภาพให้แน่นแฟ้นขึ้นกว่าเดิม

ในพาร์ท THE ICE BREAKER พวกเขาได้ต่อเก้าอี้กันไปแล้ว ซึ่งดูเหมือนเป็นภารกิจที่ต่างคนต่างลงมือทำได้เพียงแค่ได้รับความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ จากอีกฝั่ง แต่สำหรับภารกิจBRIDEGE BUILDING คือการประกอบบาร์ขนาดใหญ่ งานนี้คือด่านพิสูจน์ความสามัคคีและความเสียสละของจริง

แน่นอนว่าไม่มีคู่ไหนประกอบไม่สำเร็จ! แถมยังสะท้อนให้เรารู้สึกได้ว่าพลังแห่งความสามัคคี และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันที่พวกเขามีให้แก่กัน ทำให้ปัญหาหรือภารกิจไหนๆ ก็ดูง่ายไปหมด

 

4. THE DECISION: ถึงเวลาตัดสินใจ

หลังจากที่แต่ละคู่ได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น มองเห็นมุมอื่นๆ ของอีกฝั่ง ที่มากกว่าแค่ความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน ก็ถึงเวลาที่เขาต้องตัดสินใจ

ภารกิจที่ 4 น่าจะเป็นภารกิจที่ง่ายแต่ต้องตัดสินใจมากที่สุดในเวลาเดียวกัน HEINEKEN® บอกให้แต่ละคนหยิบเบียร์มาคนละขวดวางลงบนบาร์ที่พวกเขาประกอบขึ้นมา ก่อนให้รับชมวิดีโอของแต่ละคนที่พูดความในใจลึกๆ ว่าที่จริงแล้วพวกเขารู้สึกอย่างไรกับอุดมคติที่ตัวเองมี

ต่อจากนั้น…ก็ถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องตัดสินใจ “ว่าจะนั่งดื่มเบียร์และพูดคุยกับอีกฝั่งต่อหรือไม่?” และผลที่ออกมา คือทุกคนยินดีที่จะนั่งคุยและเป็นเพื่อนกับอีกฝั่ง แม้จะรู้ดีคนทั้งคู่มีความแตกต่างกันในเรื่องความคิดก็ตาม

“เพราะความจริงบนโลกใบนี้ คนเราทุกคนก็ไม่ได้เห็นพ้องต้องกันไปซะทุกเรื่อง แต่ก็สามารถเป็นเพื่อนกันได้ อยู่ร่วมกันได้ เพียงแค่ยอมเปิดใจยอมรับซึ่งกันและกันเท่านั้นเอง!



ดูแคมเปญ แล้วย้อนมองแบรนด์

#OpenYourWorld คือ Key Massage หลักของแบรนด์ HEINEKEN® ที่แข็งแกร่งและสามารถบิดไปเล่นได้หลากหลายแง่มุม รวมถึงสร้างแคมเปญโฆษณาการตลาดดีๆ ออกมาให้เราได้ติดตามกันตลอด

แต่สำหรับคำว่า #OpenYourWorld ในแคมเปญ Worlds Apart ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปิดโลกใบใหม่ ค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ อีกต่อไป… เพราะความรู้สึกหลังจากได้ชมแคมเปญที่ว่าจบ ก็พบว่า #OpenYourWorld ของ HEINEKEN® ยังรวมถึงการ “เปิดใจ (OpenYourMind) เพื่อยอมรับตนเองและยอมรับความแตกต่างของผู้อื่นอีกด้วย”

สำหรับกระแสตอบรับของแคมเปญ “Worlds Apart#OpenYourWorld โดย HEINEKEN® และสื่อนอกหลายๆ เว็บไซต์ทั้ง Time, Campaign, Hypebeast, Creativity-online ได้หยิบเอาแคมเปญที่ว่านี้มาพูดถึง และบางเว็บไซต์ยังนำไปเปรียบเทียบกับแคมเปญจากแบรนด์อื่นที่ต้องการสื่อสารในข้อความเดียวกันนี้ แต่ยังมีจุดผิดพลาดที่ทำให้แคมเปญได้รับ Feedback กลับมาสวนทางจากความตั้งการที่วางเอาไว

แต่กลับกัน “Worlds Apart” จาก HEINEKEN® สามารถจูงใจผู้คนเข้าใจเรื่องมิตรภาพและการผูกมิตรในกลุ่มสังคมที่แตกแยกได้อย่างเห็นภาพ ทั้งยังนำเสนอได้ง่ายและใกล้ตัวมากกว่า

ซึ่งโดยปกติ ภาพลักษณ์และการทำการตลาดของ HEINEKEN® ที่โดดเด่นคงหนีไม่พ้นกีฬาอย่างฟุตบอล หรือกิจกรรมทางด้านดนตรี มิวสิคเฟสติวัล ทาง HEINEKEN® ยังเชื่อในเรื่องมิตรภาพง่ายๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างผู้คน (Together) อย่างเช่น “การที่พูดคุยกับผู้คนเพื่อแลกเปลี่ยนหรือสนทนาเรื่องราวต่างๆ ระหว่างกัน ได้ทำความารู้จักเรียนรู้ผู้อื่นมากขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นการผูกมิตรแบบง่ายๆ ที่อาจเกิดระหว่างที่กำลังนั่งดื่มเบียร์อยู่ก็เป็นได้

เฉกเช่นเดียวกับแคมเปญ “Worlds Apart” ที่สามารถนำคน 2 ขั้วความคิดขัดแย้งกัน ให้สามารถผูกมิตรและเป็นเพื่อนกันได้ในที่สุด เพราะเพียงแค่เปิดใจยอมรับ และหาจุดร่วมที่เข้ากันได้ (Common Ground) เพียงเท่านี้ก็ทำให้เราเป็นมิตรได้กับทุกคนบนโลกใบนี้

ที่มา : theheinekencompany.com


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer