NVDR คือใคร ทำไมถึงมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของหลายๆ บริษัท

ถ้าเราได้เปิดดูรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทต่าง ๆ ในตลาดหลักทรัพย์ฯ

เราจะเห็นชื่อ บริษัท ไทย เอ็นวีดีอาร์ จำกัด ปรากฏอยู่ในรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่เสมอ

อย่างเช่น KBANK ธนาคารกสิกรไทย, BBL ธนาคารกรุงเทพ ไทย เอ็นวีดีอาร์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่ง

หุ้น BDMS กรุงเทพดุสิตเวชการ, SCC ปูนซิเมนต์ไทย, CPALL ซีพีออลล์, AOT ท่าอากาศยานไทย ไทยเอ็นวีดีอาร์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสอง

และยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับต้น ๆ ของบริษัทหลักทรัพย์อีกเป็นจำนวนมากที่เราไม่ได้กล่าวมา

การเข้าไปลงทุนในหุ้นต่าง ๆ จำนวนมาก ในปัจจุบัน ไทย เอ็นวีดีอาร์ จึงกลายเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่อันดับสองในตลาดหลักทรัพย์ไทย

ไทย เอ็นวีดีอาร์ คือใคร ทำไมถึงขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ของตลาดหลักทรัพย์ไทย หลายคนอาจจะสงสัย

ความจริงแล้ว ไทย เอ็นวีดีอาร์ เป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเปิดทางให้นักลงทุนต่างชาติสามารถซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทยได้มากขึ้น

เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีข้อจำกัดเรื่อง Foreign Limit หรือข้อจำกัดของสัดส่วนการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาซื้อหุ้นไทยโดยตรง เนื่องจากหลายบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีข้อจำกัดเรื่องการควบคุมสัดส่วนผู้ถือหุ้นของชาวต่างชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามามีสัดส่วนถือหุ้นและมีสิทธิ์ออกเสียงมากกว่าคนไทย

โดยไทย เอ็นวีดีอาร์ มีจุดเริ่มต้นมาจาก Pain Point ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี  2540 เป็นปีที่ประเทศไทยประสบกับวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง จนเกิดสภาพคล่องด้านเศรษฐกิจการลงทุนที่ลดลงมาก

ในเวลานั้นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ หลายบริษัทได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ แต่ติดปัญหาเรื่อง Foreign Limit ทำให้ไม่สามารถเข้ามาลงทุนในบริษัทตลาดหลักทรัพย์ไทยได้สะดวกนัก

เมื่อประเทศไทยต้องการเงินลงทุนจากชาวต่างชาติ แต่ติดปัญหาดังกล่าว

ในปี 2543 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจึงมีข้อกำหนดการซื้อหุ้นของนักลงทุนต่างชาติในรูปแบบ NVDR หรือ Non-Voting Depository Receipt ในแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงในไทย

หุ้นที่ซื้อขายในรูปแบบNVDRต้องใช้ชื่อในนามบริษัท ไทย เอ็นวีดีอาร์ จำกัด บริษัทที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งขึ้นมาใหม่ เพื่อทำหน้ารวมคำสั่งซื้อหุ้นของนักลงทุนที่ซื้อในรูปแบบNVDRไปซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์โดยอัตโนมัติ

และนักลงทุนจะได้ตราสารNVDRเป็นเครื่องยืนยันว่านักลงทุนคนนั้นมีสิทธิ์ในหุ้นที่ซื้อไปโดยอัตโนมัติเช่นกัน

ส่วนหุ้นที่ซื้อในรูปแบบNVDRจะมีเครื่องหมาย-R ต่อท้าย เพื่อให้นักลงทุนทราบว่าหุ้นนี้ซื้อในรูปแบบ NVDR ไม่ใช่การซื้อขายแบบปกติ

การซื้อขายหุ้นในรูปแบบNVDRจะเป็นการซื้อขายตั๋วก็ได้ที่อยู่ในกระดานหลักทรัพย์ไทย คิดมูลค่าหุ้นตามมูลค่าซื้อขายหุ้นในราคาอ้างอิงกระดานซื้อขายตามปกติ และได้รับเงินปันผลตามปกติ นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติสามารถซื้อได้ แต่จะเน้นชาวต่างชาติเป็นหลักตามวัตถุประสงค์ที่ให้บริการ

แต่หุ้นในรูปแบบ NVDR ไม่สามารถออกเสียงในฐานะผู้ถือหุ้นในที่ประชุมได้

ไม่ใช่ว่าหุ้นที่อยู่ในนาม บริษัท ไทย เอ็นวีดีอาร์ จำกัด  เราไม่สามารถรู้ว่านักลงทุนรายไหนเป็นนักลงทุนหลักในหุ้นแต่ละตัวที่มีชื่อบริษัท ไทย เอ็นวีดีอาร์ จำกัด ปรากฏอยู่

เพราะเมื่อเราคลิกไปที่ซื้อบริษัท ไทย เอ็นวีดีอาร์ จำกัด ในส่วนผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จะมีชื่อของนักลงทุนปรากฏให้เห็นอยู่

และส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ตามวัตถุประสงค์หลักของNVDR

และหุ้นที่อยู่ในชื่อบริษัท ไทย เอ็นวีดีอาร์ จำกัด ยังเป็นตัวบอกกับเราได้ว่าต่างชาติสนใจหุ้นไทยแค่ไหน

แต่สัดส่วนการซื้อหุ้นจากบริษัท ไทย เอ็นวีดีอาร์ จำกัด ก็มีเพดานที่จำกัดที่ 25% เพื่อป้องกันต่างชาติมีหุ้นในธุรกิจไทยมากเกินไปเช่นกัน

ทั้งนี้ การซื้อหุ้นในรูปแบบNVDRแตกต่างจากหุ้น-F ต่อท้าย หุ้นที่ให้นักลงทุนต่างชาติซื้อขาย ในเรื่องของNVDRสามารถซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ทุกตัว

แต่หุ้น–F ต่อท้าย จะเป็นหุ้นที่แยกออกมาจากหุ้นหลัก ตามวัตถุประสงค์แต่ละบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ บางบริษัทไม่มีหุ้น -F ออกจำหน่าย

หุ้น-F เป็นหุ้นที่มีชื่อของตัวเองในกระดานซื้อขาย เพื่อให้ชาวต่างชาติซื้อโดยเฉพาะ เช่น SCB-F, KBANK-F ซึ่งราคาหุ้น-F อาจจะมีมูลค่าการซื้อขายแตกต่างจากหุ้นหลัก เพราะถือว่าเป็นหุ้นคนละชื่อกัน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน