เมื่อแบรนด์น้ำแร่ต้องการเจาะตลาดครัวเรือน การจับมือกับยักษ์ใหญ่ด้านโลจิสติกส์จึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ
ล่าสุด บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ บริษัท แร่เบฟเวอเรจ จำกัด ผู้ผลิตน้ำแร่แบรนด์ 6ty Degrees
ภายใต้โมเดล “Deliver Wellness to Every Home” ที่นำร่องจัดส่งน้ำแร่ธรรมชาติถึงหน้าบ้านโดยไม่มีค่าจัดส่ง
เพื่อแก้ Pain Point สำคัญอย่าง “น้ำหนักสินค้า” ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการซื้อในปริมาณมาก พร้อมขยายฐานลูกค้าเข้าสู่ระดับครัวเรือนโดยตรง

ดึงศักยภาพเครือข่าย 50,000 จุด แก้โจทย์การจัดส่ง
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการขยายบทบาทจากผู้ให้บริการโลจิสติกส์ สู่การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจและสุขภาพของประเทศ
โดยอาศัยศักยภาพเครือข่ายจุดบริการกว่า 50,000 แห่ง และบุรุษไปรษณีย์กว่า 25,000 คนทั่วประเทศ เข้ามาช่วยยกระดับซัพพลายเชน กระจายสินค้าไปสู่ระดับครัวเรือนได้อย่างทั่วถึง
ด้านนางสาวรีน่า อุดมคุณธรรม ผู้ก่อตั้งบริษัท แร่เบฟเวอเรจ จำกัด กล่าวว่า บริษัทต้องการให้คนไทยเข้าถึงการดูแลสุขภาพได้ง่ายขึ้น โดยมีน้ำแร่ 6ty Degrees เป็นจุดเริ่มต้น
“ซึ่งการที่เราได้ไปรษณีย์ไทยมาร่วมพาร์ตเนอร์ คาดว่าจะช่วยอุดช่องโหว่เรื่องความยุ่งยากในการขนย้ายสินค้าหนักของลูกค้าได้อย่างตรงจุด”
เจาะตลาด 260,000 ครัวเรือน
สำหรับเป้าหมายการร่วมมือครั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าเจาะตลาดครัวเรือนไทยให้ได้ 1% หรือประมาณ 260,000 ครัวเรือน และคาดการณ์ยอดขายไว้ที่ 160 ล้านบาท
ซึ่งโมเดลนี้จะเริ่มให้บริการในวันที่ 1 เมษายน 2569 นำร่องในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ก่อนขยายสู่พื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ โดยเบื้องต้นสามารถสั่งซื้อผ่านบุรุษไปรษณีย์หรือทาง LINE ได้ทันที พร้อมจัดส่งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลภายใน 1 วัน

โมเดลธุรกิจที่ควบคู่ไปกับความยั่งยืน
นอกเหนือจากการกระจายสินค้า ทั้งสองบริษัทยังเชื่อมโยงมิติด้านสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการ Green Hub ของไปรษณีย์ไทย โดยลูกค้าสามารถนำขวดพลาสติกใช้แล้วมาส่งมอบที่จุดบริการทั้ง 50,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อส่งต่อไปยังกระบวนการรีไซเคิล สร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ครบวงจรตั้งแต่การส่งจนถึงการจัดการขยะ
ภาพรวมตลาดน้ำแร่ และแนวทางรับมือต้นทุน
สำหรับภาพรวมตลาดน้ำแร่ในประเทศไทย นางสาวรีน่า ให้ข้อมูลว่า ตลาดมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 12-14% ต่อปี โดยในอดีตตลาดมีมูลค่าราว 5,500 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตแตะระดับ 10,000 ล้านบาทในอีก 5 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้ ปัจจุบัน 6ty Degrees ดำเนินธุรกิจมาครบ 3 ปี มียอดขายกว่า 200 ล้านบาทต่อปี และตั้งเป้าที่จะทำยอดขายให้ถึง 1,000 ล้านบาท หรือครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 10% ในระยะเวลา 5 ปี
นอกจากนี้ แบรนด์ยังมีแผนเปิดตัวสินค้านวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงสิ้นเดือนนี้จะมีการเปิดตัวน้ำแร่ในบรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว เพื่อเจาะกลุ่มตลาดร้านอาหารและโรงแรม (HoReCa)
รับมือต้นทุนพลังงานและพลาสติก
สำหรับความท้าทายด้านปัจจัยทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะราคาพลังงานและต้นทุนการผลิต ดร.ดนันท์ มองว่าในระยะสั้น ไปรษณีย์ไทยได้หารือกับบริษัทน้ำมันเพื่อสำรองเชื้อเพลิงและปรับเส้นทางขนส่งให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ส่วนระยะกลางมีแผน 5 ปีในการทยอยเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV Fleet) และติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เพื่อลดความเสี่ยงด้านพลังงาน โดยยืนยันว่าไปรษณีย์ไทยจะยังไม่ปรับขึ้นค่าบริการในช่วงนี้เพื่อลดภาระผู้บริโภค
นอกจากนี้ ผู้บริหารของไปรษณีย์ไทยยังชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างระบบ “Delivery” ที่สั่งของแล้ววิ่งส่งทันที (Point-to-Point) ซึ่งใช้เชื้อเพลิงสูง กับระบบ “Logistics” ที่ใช้การรวมศูนย์สินค้าแล้วค่อยกระจายออกตามรอบนำจ่าย ซึ่งประหยัดพลังงานระดับประเทศได้มากกว่า
ดังนั้น ในสภาวะที่ต้นทุนพลังงานผันผวน การใช้ระบบโลจิสติกส์แบบรวมศูนย์จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจและช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงโดยรวม
ด้าน 6ty Degrees นางสาวรีน่า ระบุถึงต้นทุนขวดพลาสติกที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นว่า ขณะนี้ซัพพลายเออร์ยังยืนยันตรึงราคาให้จนถึงเดือนเมษายน บริษัทจะพยายามรักษาระดับราคาเดิมให้นานที่สุด เนื่องจากมองว่าน้ำดื่มเป็นสินค้าจำเป็น หากปรับราคาจะส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของผู้บริโภคในวงกว้าง
สรุปแล้วดีลนี้จึงไม่ใช่แค่การขายน้ำแร่ แต่คือการทดลองโมเดลใหม่ที่ใช้เครือข่ายโลจิสติกส์ระดับประเทศ มาเป็น “เครื่องมือสร้างตลาด” แทนการพึ่งพาช่องทางค้าปลีกแบบเดิม

