ภาพรวมตลาดบ้านสร้างเองของไทยในปี 2025 ต้องเผชิญกับความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจ หนี้ครัวเรือนที่สูง และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ส่งผลให้มูลค่าตลาดรวมหดตัวลง 11% มาอยู่ที่ 190,134 ล้านบาท จากเดิมที่เคยสูงถึง 211,000 ล้านบาทในปี 2024 

แต่หากพิจารณาโครงสร้างตลาดอย่างละเอียด จะพบความน่าสนใจที่ซ่อนอยู่ คือสัดส่วนมูลค่าถึง 77% กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดหัวเมืองใหญ่อย่างเชียงใหม่ ชลบุรี และนครราชสีมา ในขณะที่พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีสัดส่วน 23%

คุณธนะสาร ธนทรัพย์สมบุญ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทิศทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการสร้างบ้านที่แท้จริงหรือเรียลดีมานด์ยังมีอยู่สูง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีที่ดินเป็นของตนเองและต้องการบ้านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง 

ซึ่งลูกค้ากลุ่มดังกล่าวยอมที่จะแลก “เวลา” เพื่อให้ได้บ้านที่สมบูรณ์แบบที่สุด และมองว่าช่วงเวลานี้คือ “จังหวะที่ดีที่สุด” ในการตัดสินใจสร้างบ้าน ก่อนที่ราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรงจะปรับตัวสูงขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ 

ซึ่งนั่นคือหนึ่งใน Pain Point สำคัญที่ทำให้แสนสิริ ตัดสินใจกระโดดลงมารุกตลาดรับสร้างบ้านอย่างเต็มตัวภายใต้แบรนด์ “ต้นแบบ Crafted by Sansiri” เพื่อแก้ปัญหาความยุ่งยากและงบประมาณที่มักบานปลาย

หัวใจสำคัญที่ “ต้นแบบ” นำมาใช้สู้ศึกความผันผวนของต้นทุนวัสดุ คือกลยุทธ์ “Fixed Cost” ที่การันตีราคาได้ตั้งแต่วันแรกที่เซ็นสัญญา โดยอาศัยความแข็งแกร่งของระบบพรีคาสท์ (Precast) จากโรงงานของแสนสิริเองจำนวน 6 โรงงาน บนพื้นที่ 200 ไร่ ในอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีกำลังการผลิตสูงถึง 3,600 ยูนิตต่อปี และใช้แรงงานถึง 2,000 คน เทคโนโลยีการผลิตแบบ Semi-Automated Carousel System ระดับมาตรฐานเยอรมนีนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ควบคุมคุณภาพได้ 100% แต่ยังช่วยประหยัดเวลาก่อสร้างลงได้ถึง 50% รวมถึงลดความสูญเสียจากวัสดุและบริหารงบประมาณได้อย่างคุ้มค่า

ทั้งด้วยจุดแข็งด้านบริการแบบ One Stop Service ที่ดึงเอาทีมสถาปนิกและวิศวกรมืออาชีพของแสนสิริมาดูแลการสร้างบ้านบนที่ดินส่วนตัว พร้อมกับการเป็นสมาชิกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) อย่างเป็นทางการ 

ทำให้แบรนด์สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้อย่างรวดเร็ว โดยหลังเปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2025 ต้นแบบสามารถกวาดยอดขายทะลุ 200 ล้านบาทในเวลาเพียง 6 เดือน และมีรายได้ ณ สิ้นปี 2025 อยู่ที่ 300 ล้านบาท 

สำหรับปี 2026 บริษัทเดินหน้าผลักดันธุรกิจใหม่นี้ให้เป็น New S-Curve อย่างเต็มตัว โดยตั้งเป้าหมายเติบโตแบบก้าวกระโดดกว่า 2 เท่า พุ่งเป้ายอดขายไว้ที่ 700 ล้านบาท ซึ่งสัญญานบวกเริ่มเห็นชัดเจนตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรกที่ทำยอดขายอัปเดตไปได้แล้ว 250 ล้านบาท หรือคิดเป็น 36% ของเป้าหมายทั้งปี

กลยุทธ์การเจาะตลาดของแสนสิริในปีนี้ มุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้า High-End และตลาดต่างจังหวัดที่มีแนวโน้มเติบโตสูงถึง 77% โดยตอบรับอินไซต์ของกลุ่มเจ้าของที่ดินที่ชื่นชอบในดีไซน์ของแสนสิริ ผ่านการนำเสนอแบบบ้านที่หลากหลายถึง 18 ซีรีส์ 104 แบบบ้าน ครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และบ้านแฝด ในระดับราคา 3.69 – 20 ล้านบาท 

ตลอดจนการเปิดตัวโมเดลใหม่เพื่อเจาะเซกเมนต์ “Private Residential” สำหรับการรับสร้างบ้านหรูขนาดใหญ่กว่า 1,000 ตารางเมตรโดยเฉพาะ ควบคู่ไปกับการวางแผน Roadmap ในอนาคตที่เตรียมรุกตลาดด้วยแบบบ้านเพื่อคนรักสัตว์, บ้านประหยัดพลังงาน และแผนขยายตัวสู่ตลาดบ้านพักตากอากาศ

เพื่อเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย แสนสิริได้เตรียมนำแบรนด์ “ต้นแบบ” เข้าร่วมงานมหกรรมรับสร้างบ้าน FOCUS 2026 ระหว่างวันที่ 18-22 มีนาคม 2569 ณ อิมแพ็ค ฮอลล์ 6 เมืองทองธานี