เพราะ การบริหารจัดการธุรกรรมทางการเงินที่ดี คือหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ทุกธุรกิจก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง แม้แต่ธุรกิจ SMEs เองก็เช่นกัน
ยิ่งในยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่ภาครัฐผลักดันให้ประเทศไทยเข้าสู่ระบบ National e-Payment ด้วยแล้ว บรรดาผู้ประกอบการ SMEs หรือนิติบุคคลต่างๆ ยิ่งต้องปรับตัวและเรียนรู้วิธีการบริหารจัดการธุรกรรมทางการเงินที่ทันสมัย สะดวกรวดเร็ว และง่ายที่สุด เพื่อรองรับการมาถึงของสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) และรับมือกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป แน่นอนว่าถ้าธุรกิจใครไหวตัวทันก็ไปต่อได้เร็ว ในขณะที่คนช้ามักจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ที่ผ่านมา SMEs ยังคุ้นชินกับพฤติกรรมแบบเดิม “การรับ – โอน – จ่าย” เช็ค หรือเงินสด ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเดินทางไปสาขาธนาคาร หากมาใช้ออนไลน์ก็กังวลเรื่องความปลอดภัย อาจส่งผลกระทบทั้ง เวลาในการโฟกัสเรื่องธุรกิจด้านอื่นๆ ที่ลดลง และอาจเสียโอกาสทางธุรกิจ
Marketeer มี 3 เคล็ดลับเรื่องการเงินง่ายๆ ให้ SMEs นิติบุคคล หรือธุรกิจอื่นๆ ใช้เป็นแนวทางในการบริหารธุรกิจเพื่อก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0

1.รับง่ายหลายช่องทาง
ผู้ประกอบการยุคใหม่ต้องรู้จักเพิ่มช่องทางการรับเงินให้หลากหลาย มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรกับผู้ซื้อและผู้ขาย เพราะหากธุรกิจสามารถรับเงินจากลูกค้าได้หลายช่องทาง ก็ช่วยให้ปิดการขายมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้ด้วย
2.โอนสะดวก
เลือกช่องทางการทำธุรกรรมทางการเงินอย่างชาญฉลาด ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากหรือซ้ำซ้อน เพื่อความสะดวกทั้งตัวเราและคู่ค้า รวมถึงลดค่าธรรมเนียม เพราะค่าธรรมเนียมที่เสียไปเท่ากับกำไรที่เราต้องได้
3.จ่ายตรงเวลาและปลอดภัย
ธุรกิจจะไปได้ดีผู้ประกอบการต้องสร้างความเชื่อมั่นและเครดิตที่ดี เช่น การจ่ายเงินตรงเวลา ทั้งค่าใช้จ่ายส่วนต่างๆ รวมถึงเงินเดือนลูกน้อง นอกจากจะได้ความเชื่อมั่นแล้ว ถ้าจ่ายตรงเวลาลูกน้องแฮปปี้งานก็ออกมาดี
เครื่องมือที่อำนวยความสะดวกและตอบโจทย์ทั้ง 3 ทริคนี้คือ เทคโนโลยี “พร้อมเพย์นิติบุคคล” ที่ใช้ร่วมกับบริการธุรกรรมออนไลน์ จะช่วยให้ธุรกิจมีความคล่องตัว ลดต้นทุน เพิ่มความสามารถการแข่งขันในยุคไทยแลนด์ 4.0
พร้อมเพย์นิติบุคคล ดีอย่างไร
- สร้างโอกาสทางการค้า ด้วยการเพิ่มทางเลือกการรับเงินจากลูกค้าและผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคล
- ลดค่าใช้จ่ายในการจัดการเงินสด อย่างการนำเงินสดเข้าธนาคารทุกวัน
- ลดต้นทุนค่าธรรมเนียมการรับ-โอน ทั้งโอนข้ามเขตและโอนต่างธนาคาร ทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้น
- ตั้งโอนอัตโนมัติให้กับคู่ค้า จ่ายเงินเดือนได้ตรงเวลา สร้างเครดิตและความเชื่อมั่นให้กับธุรกิจ
- รับเงินภาษีคืนจากภาครัฐได้ง่ายและเร็ว
เพื่อให้ธุรกิจได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากการใช้ “พร้อมเพย์นิติบุคคล” ดังนั้น SMEs ต้องรู้จัก เปรียบเทียบข้อมูลก่อนเลือกใช้บริการ
ซึ่งหากศึกษาข้อมูลให้เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว จะเห็นว่าธนาคารที่ให้บริการพร้อมเพย์นิติบุคคลที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับผู้ประกอบการคือบริการจาก กรุงศรีพร้อมเพย์ สำหรับนิติบุคคล ที่ให้โอนฟรีไม่จำกัดครั้ง ที่สำคัญคือฟรีนานกว่าที่อื่นๆ

ชีวิตง่ายๆ ของ Smart SMEs
- ฟรี โอนเงิน Direct Credit พร้อมเพย์นิติบุคคล
- ฟรี โอนเงินต่างธนาคาร (SMART Credit)
- ฟรี โอนจ่ายเงินเดือน (Payroll)
- ฟรี นานกว่า รับสิทธิ์โอนฟรีถึง 30 มิ.ย. 2561
- ฟรี ค่าธรรมเนียมรายปี (ปีแรก) และค่าติดตั้งระบบ Krungsri CashLink สำหรับลูกค้าที่มีบัญชีกรุงศรี พร้อมเพย์ และสมัครใช้บริการ Krungsri CashLink ระหว่างวันที่ 16 มี.ค. – 30 มิ.ย.60
ผูกบัญชีนิติบุคคลกับกรุงศรีง่ายนิดเดียว

ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกภาคส่วนในประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่ยุค Cashless Society และการชำระเงินทุกอย่างจะเข้าสู่ระบบ E-Payment ในเร็วๆ นี้
สำหรับ SMEs แน่นอนว่าถ้าใครมองการไกล รู้จักปรับตัว และเตรียมพร้อมรับมือก่อน ธุรกิจก็จะก้าวไปข้าวหน้าตามยุคสมัย และหากใครที่มีวิสัยทัศน์รู้จักเลือกเครื่องมือและผู้ให้บริการที่ส่งเสริมธุรกิจ ก็จะก้าวไปข้างหน้าอย่างเต็มศักยภาพ
อย่าปล่อยให้ธุรกิจคุณล้าหลัง เพียงเพราะติดอยู่กับธุรกรรมรูปแบบเดิมๆ
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.krungsri.com/bank/th/promptpay/businesspromptpay.html
