Sourdough ทำความรู้จักขนมปังมีประโยชน์ที่ไม่เหมือนขนมปัง

สาระน่ารู้เกี่ยวกับขนมปัง Sourdough

 รสชาติติดเปรี้ยวและเนื้อหนึบหนับของขนมปังsourdoughนั้นกำเนิดขึ้นมาเมื่อราวหลายพันปีก่อน ขนมปังSourdoughถูกทำโดยชาวอียิปต์โบราณ ซึ่งเนื้อของ sourdough นั้นค่อนข้างเบากว่า ไม่เหมือนกับขนมปังที่ทำจากแป้งและน้ำชนิดอื่น ๆ

นักอบขนมปังยุคโบราณเหล่านี้ยังตระหนักได้อีกว่าพวกเขาสามารถผลิตขนมปังได้มากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเก็บแป้งบางส่วนไว้ ขนมปังSourdoughชิ้นแรกกำเนิดขึ้นมาด้วยความบังเอิญ ด้วยความเชื่อกันว่ายีสต์ธรรมชาติจะทำปฏิกิริยากับส่วนผสมขนมปังที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ และนั่นก็นำไปสู่การค้นพบsourdoughนั่นเอง

หลาย ๆ คนหันมาชื่นชอบขนมปังsourdoughกันมากขึ้นเรื่อย ๆ รายงานจาก One Nielsen แสดงให้เห็นว่ายอดขายsourdoughในอเมริกาสูงถึง 325.9 ล้านดอลลาร์ในปี 2019 (จาก CNBC)

ในขณะเดียวกันการทำขนมปังsourdoughที่บ้านก็เริ่มแพร่หลายมากขึ้น นักอบขนมปังหลาย ๆ คนเริ่มลองอบsourdoughในช่วงล็อกดาวน์ และบางคนก็ลองใช้วิธีแปลกใหม่ทีเดียว Seamus Blackley ผู้ผลิต Xbox นำความสนใจของเขาในศาสตร์อียิปต์และการอบขนมมารวมกัน โดยการสกัดยีสต์ด้วยหม้อโบราณและใข้สูตร 45,000 ปีมาทำขนมปังโบราณแบบชาวอียิปต์

ขนมปังsourdoughมีมานานแล้วตั้งแต่สมัยโบราณ ขนมปังSourdoughเป็นอาหารของนักสำรวจทองในสหรัฐอเมริกาในยุคตื่นทอง และมันกลายมาเป็นการฝึกสมาธิในช่วงล็อกดาวน์ อย่าเพิ่งหยุดอ่านนะ เรามีประวัติศาสตร์และประโยชน์มากมายมาเล่าให้ฟัง!

แม้ว่าเราอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับsourdoughและเคยซื้อมาชิมอยู่บ้าง แต่ถ้าไม่เคยทำsourdoughจริง ๆ อาจจะไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ จริง ๆ แล้วมีขนมปัง 2 ชนิด อย่างแรกก็คือขนมปังไร้เชื้อที่ถูกทำโดยไม่ใส่ตัวเร่งปฏิกิริยาซึ่งอาจจะเป็นยีสต์หรือหัวเชื้อที่ทำให้ขนมปังฟูขึ้น ตัวอย่างก็คือ จาปาตีอินเดีย ตอติยาเม็กซิกัน และขนมปังมัทซาห์ แต่ขนมปังแผ่นบางบางชนิดก็ใส่เชื้อ เช่น ขนมปังพิต้าและแป้งพิซซ่า

ไม่เหมือนกับขนมปังไร้เชื้อ ขนมปังใส่เชื้อต้องการส่วนผสมที่ทำให้แป้งโดว์ฟูขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปก็ใช้ยีสต์ธรรมชาติหรือยีสต์แห้ง แต่อย่างไรก็ตามsourdoughต้องการแป้งหมัก ซึ่งก็คือส่วนผสมที่หมักด้วยน้ำและแป้ง ในระหว่างกระบวนการหมักนั้นขนมปังก็จะฟูขึ้นจากยีสต์ที่ใส่เข้าไปนั่นเอง ซึ่งก็เป็นเพราะยีสต์ธรรมชาติและแบคทีเรียในแป้งเติบโตขึ้น การหมักsourdoughนี้ถูกเก็บไว้ใช้ซึ่งเรียกกันว่าหัวเชื้อsourdough

หัวเชื้อsourdoughและวิธีการหมักเหล่านี้ได้รับความใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะนับว่าเป็นหัวใจของการทำsourdoughและรสชาติอร่อยสุดเป็นเอกลักษณ์ ถึงขนาดที่ว่านักอบขนมบางท่านในสวีเดนสั่งจองหัวเชื้อsourdoughแม้แต่ตอนที่พวกเขาไปเที่ยว!

5 ประโยชน์ของsourdoughที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าขนมปังขาวทั่วไป

ในโลกแห่งกระแสการรับประทานขนมปัง คงต้องยกให้sourdough ผู้คนมากมายหันมาทำความรู้จัก อบ และรับประทานsourdoughกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เพียงเพราะรสชาติติดเปรี้ยวสุดแสนอร่อยแต่มันยังมีประโยชน์ต่อร่างกายของเราอีกด้วย เมื่อเปรียบเทียบกับขนมปังขาวตามท้องตลาดทั่วไป sourdoughนั้นเต็มไปด้วยประโยชน์มากมายที่ขนมปังทั่วไปไม่มี และนี่คือประโยชน์ 5 ข้อที่เราจะพูดถึง

1. ขนมปังsourdoughเป็นหนึ่งในขนมปังที่แปรรูปน้อยที่สุดชนิดหนึ่งที่เราสามารถรับประทานได้

ขนมปังsourdoughมีอายุราว ๆ 1,500 ปีก่อนคริสต์กาลในอียิปต์โบราณ มันเป็นขนมปังใช้หัวเชื้อเพียงชนิดเดียว จนกระทั่งประมาณ 200-300 ปีก่อนที่เริ่มมียีสต์ นั่นหมายความว่าเรากำลังรับประทานขนมปังชนิดใช้เชื้อนานกว่าใครเพื่อนเลยทีเดียว

อันที่จริง ขนมปังsourdoughนับเป็นขนมปังใช้เชื้อที่เก่าแก่ชนิดหนึ่งและแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาเลย ซึ่งทำให้มันเป็นหนึ่งในขนมปังที่แปรรูปน้อยที่สุดชนิดหนึ่ง ซึ่งก็ดีต่อสุขภาพมากกว่าอยู่แล้ว งานวิจัยแสดงว่าอาหารแปรรูปส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมาก ซึ่งรวมไปถึงอาจก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากขึ้น

2. ขนมปัง sourdough เป็นแหล่งพรีไบโอติก

หัวเชื้อที่ทำให้sourdoughฟูขึ้นนั่นแหละเต็มไปด้วยแบคทีเรียชนิดดี หัวเชื้อนั้นมีพรีไบโอติกและโพรไบโอติกจำนวนมาก โพรไบโอติกไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ที่ความร้อนสูงเมื่อเรานำขนมปังเข้าเตาอบ แต่พรีไบโอติกนั้นสามารถมีชีวิตอยู่ได้ แบคทีเรียในท้องของเรานั่นแหละที่เป็นอาหารของพรีไบโอติกและช่วยผลิตสารอาหารให้ร่างกายของเราซึ่งทำให้ร่างกายเราสามารถย่อยอาหารได้ดีขึ้น

3. ขนมปังsourdoughย่อยง่ายกว่าขนมปังทั่วไป

เมื่อแป้งขนมปังsourdoughฟูขึ้น แบคทีเรียจากหัวเชื้อจะทำการหมักและย่อยแป้งในขนมปังไปก่อน นั่นหมายความว่าเมื่อเรารับประทานsourdoughสักชิ้น มันจะย่อยได้ง่ายกว่า จริง ๆ แล้วถ้าเรามีปัญหาการย่อยขนมปังอื่นหรือแพ้กลูเตน เราอาจจะไม่มีปัญหาในการรับประทานsourdoughเลย นี่เป็นเรื่องสำคัญมากในหมู่คนที่แพ้กลูเตน

4. ขนมปังsourdoughมีสารอาหารมากกว่าขนมปังทั่วไป

อย่างที่กล่าวไป ก็มาจากกระบวนการหมักและแบคทีเรียดีเหล่านั้นนั่นแหละ

เมื่อแบคทีเรียในหัวเชื้อผสมกับแป้งมันสลายกรดไฟติกไปด้วย ซึ่งกรดไฟติกคือกรดที่พบได้ทั่วไปในแป้งสาลี มันขัดขวางร่างกายของเราจากการดูดซึมวิตามินและเกลือแร่

แต่เมื่อมันถูกทำลาย เราจะสามารถดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ได้ดีขึ้น อาทิ โพแทสเซียม แมกนีเซียม ซิงค์ และโฟเลตจากขนมปัง

5. ขนมปังsourdoughมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำกว่าขนมปังทั่วไป

ขนมปังทั่ว ๆ ไปทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้เรารู้สึกหิวง่ายและเร็ว แต่กระบวนการหมักในการทำsourdoughทำให้น้ำตาลและแป้งในขนมปังนั้นถูกผสมรวมกันและเป็นอาหารของยีสต์ธรรมชาติ จึงทำให้น้ำตาลเหลืออยู่ในขนมปังน้อยกว่าขนมปังทั่วไป นั่นหมายความว่าค่าดัชนีน้ำตาลในขนมปังsourdoughนั้นต่ำกว่า ดังนั้นแทนที่น้ำตาลในเลือดเราพุ่งสูงเมื่อรับประทานขนมปังsourdoughมันกลับทำให้ระดับน้ำตาลคงที่ ซึ่งป้องกันไม่ให้เราหิวง่ายและเร็ว

วิธีเลือกซื้อขนมปังsourdough

อย่างแรกเลยคือเราต้องเข้าใจก่อนว่าขนมปังsourdoughไม่เหมือนกันทุกชิ้น เมื่อมีร้านขายขนมปังsourdoughเยอะขึ้นมากในปัจจุบัน บางร้านอาจจะใช้ยีสต์แทนการหมักsourdough ขนมปังsourdoughแบบนี้จะมีรสชาติอร่อยแต่ไม่มีประโยชน์เหมือนเดิม ดังนั้น เลือกซื้อขนมปังsourdoughจากร้านเบเกอรี่ที่ทำเองดีกว่า ราคาอาจจะสูงกว่าแต่คุ้มค่าแน่นอน และจะมีประโยชน์ที่สุดหากเลือกซื้อขนมปังsourdoughโฮลวีต

 

ที่มา: mashed.com/cleanplates.com

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน