บริษัทวิจัย PYMNTS ได้เผยรายงานว่าผู้บริโภคได้ใช้จ่ายเงินไปกับการซื้อสินค้าที่ Amazon มากกว่า Walmart ซึ่ง Scott Murray ผู้เป็นนักวิเคราะห์ข้อมูลของ Pymnts.com ได้กล่าวว่า Amazon ได้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ อย่างมั่นคง และกำลังจะก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการค้าปลีกรายใหม่ โดย PYMNTS มองว่ากำลังเกิดการแข่งขันอย่างหนักหน่วงระหว่างสองบริษัทยักษ์ใหญ่นี้ พวกเขาได้พิจารณาข้อมูลเกี่ยวกับการใช้จ่ายของผู้บริโภคทั้งหมดว่าเจ้าไหนจะได้รับชัยชนะไปในช่วงสิ้นปีของเดือน 2021
และพวกเขาก็ได้พบว่า Amazon มีสัดส่วนในการใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในบ้านของคนอเมริกันมากกว่า Walmart เกือบถึง 5 เท่า โดยสินค้าเหล่านั้นประกอบไปด้วย เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ สินค้าด้านกีฬา สินค้าสำหรับการทำงานอดิเรกต่าง ๆ เพลง และหนังสือ ในขณะที่ Walmart ยังคงเป็นร้านค้าปลีกที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในโลก ด้วยรายได้อันมหาศาลกว่า 573 พันล้านดอลลาร์ ในขณะที่ Amazom มีรายได้ 470 พันล้านดอลลาร์ในปี 2021 แต่แนวโน้มของ Amazon กำลังพัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ
จากข้อมูลของ PYMNTS ได้กล่าวไว้ว่าผู้บริโภคของ Amazon ได้ใช้จ่ายประมาณ 3.8% ของการใช้จ่ายของผู้บริโภคทั้งหมดในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมากกว่าที่ทั้ง Amazon เองหรือ Walmart เคยทำได้มาก่อน โดยยึดจากข้อมูลที่ PYMNTS ที่ได้คอยติดตามเรื่อยมาตั้งแต่ในปี 2014 ผู้บริโภคชาวอเมริกันได้ใช้จ่าย 510.4 พันล้านดอลลาร์ในปี 2021 ให้กับ Amazon ซึ่งเทียบเท่ากับ 9.4% ของการใช้จ่ายของผู้บริโภคสินค้าปลีกทั้งหมด ในขณะที่ Walmart ได้ไป 472 พันล้านดอลลาร์หรือคิดเป็น 8.6% ของการใช้จ่ายของผู้บริโภคสินค้าปลีกทั้งหมด และถ้ารวมสองเจ้าใหญ่นี้เข้าด้วยกันจะหมายความว่า ทุก ๆ 100 ดอลลาร์ที่คนอเมริกันใช้จ่าย 18 ดอลลาร์ได้ตกเป็นของ 2 เจ้านี้
ในรายงานนี้ยังชี้ให้เห็นอีกว่าในปี 2021 เมื่อเปรียบเทียบจากสินค้าประเภทเดียวกัน การใช้จ่ายภายในบ้านของชาวอเมริกันโดยเฉลี่ยไปกับเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ กับ Amazon มากกว่า Walmart โดยที่มีการใช้จ่ายไปกับเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ กับ Amazon 25 เปอร์เซ็นต์ และมีการใช้จ่ายไปกับสินค้าด้านกีฬา งานอดิเรก เพลง และหนังสือกับ Amazon 17% จากสถิตินี้อาจไม่ได้ทำให้ใครหลาย ๆ คนแปลกใจนัก เนื่องจากราคาหนังสือที่ขายใน Kindle หรือ Amazon นั้นถูกมากจนหนังสือในท้องตลาดต้องหลีกทางให้
ในทางกลับกันคนอเมริกันยังใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มให้กับ Walmart มากกว่า Amazon มากถึง 10 เท่า ซึ่งชี้ให้เห็นว่า Walmart ยังมีอัตราส่วนของการใช้จ่ายสำหรับสินค้าปลีกที่แข็งแรง โดยเฉพาะสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่ชอบและมีราคาถูก ในขณะที่ร้านค้าด้านอาหารใน Amazon ยังเป็นตลาดที่ขายแพง เพราะส่วนใหญ่จะเป็นอาหารออร์แกนิกหรือดีต่อสุขภาพมากกว่า ด้านอาหารและเครื่องดื่มคือประเภทของสินค้าสำหรับบริโภคที่ Walmart ยังคงแซงหน้า Amazon ได้อยู่
อีกหนึ่งอย่างที่ Amazon ยังได้เปรียบกว่าในปี 2021 ก็คือมีร้านค้าขายสินค้าแฟชั่นบน Amazon ที่เพิ่มการขายมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากตั้งแต่ในปี 2017 Amazon หันมาโฟกัสและให้ความสำคัญกับแบรนด์แฟชั่นและรองเท้ากีฬาสำหรับผู้หญิง โดยในปี 2021 สินค้าประเภทนี้มีอัตราการใช้จ่ายของผู้บริโภคถึง 15% ในขณะที่สำหรับ Walmart มีอัตราในการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าของผู้บริโภคแค่เพียง 6.5% เท่านั้น
จะเห็นได้ว่า Amazon กำลังค่อย ๆ แซงหน้าเข้ามาในตลาดการแข่งขันของสินค้าสำหรับอุปโภคหรือบริโภคมากขึ้นเรื่อย ๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม ตลาดด้านอาหารและเครื่องดื่มของ Walmart ยังค่อนข้างแข็งแรง และมีแค่เพียงเวลาเท่านั้นที่จะพิสูจน์ได้ว่า เทรนด์การบริโภคสินค้าของ Walmart สำหรับคนอเมริกาจะเปลี่ยนไป และสามารถพาตัวเองขึ้นไปอยู่บนยอดของภูเขาได้อีกหรือไม่
การแข่งขันของทั้ง Amazon และ Walmart นั้นมีความซับซ้อนอย่างมาก เนื่องจาก Amazon ได้งัดกลยุทธ์ Prime Membership เพื่อการันตีการได้รับสินค้าอย่างรวดเร็วออกมา ส่วน Walmart เองก็เพิ่งมีการเพิ่มบริการคล้าย ๆ กันออกมา และยังมีรายได้เพิ่มขึ้นจากโปรโมชั่นต่าง ๆ ด้วย ซึ่งนับว่าเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดและน่าติดตามกันต่อไป…
อ้างอิง:
–
