1.ค้นหาสินค้าแล้วเจอ

สร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับกับลูกค้า ผ่าน SEO SEM และGoogle Adwords

2.แสดงราคาให้ผู้บริโภคทราบอย่างชัดเจน

ผู้บริโภคเกือบ 100% เลือกไม่ซื้อสินค้าที่ไม่แสดงราคา เพราะรู้สึกว่าเป็นสินค้าที่ขายแพง และเสียเวลาสอบถามราคา

3.มีระบบชำระเงินออนไลน์

50% ของผู้สนใจสินค้าเปลี่ยนใจก่อนชำระเงิน เนื่องจากผู้บริโภคจำนวนมากตัดสินใจซื้อสินค้าเพราะอารมณ์ และทำให้เกิดการเปลี่ยนใจก่อนการชำระเงินผ่านช่องทางอื่นๆ ที่ไม่ใช่ช่องทางชำระเงินออนไลน์

4.รองรับรูปแบบการชำระเงินหลากหลาย

คนไทยส่วนใหญ่ไม่มีบัตรเครดิต และไม่ทราบว่าบัตรเดบิตชำระเงินออนไลน์ได้ การมีรูปแบบชำระเงินที่หลากหลายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เป็นส่วนที่ทำให้เกิดยอดจำหน่ายมากขึ้น

5.ระบบเงินผ่อน

การมีระบบชำระเงินด้วยเงินผ่อน ผ่านบัตรเครดิตจะเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้า โดยเฉพาะสินค้าราคาสูงได้ง่ายขึ้น

6.สร้างแคมเปญอย่างต่อเนื่อง

แคมเปญ ลด แลก แจก แถม อย่างสม่ำเสมอ ทำให้ผู้บริโภคมองว่าห้ามพลาดที่จะเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์อยู่เป็นประจำ

7.Social Commerce

ช่องทางอีคอมเมิร์ซบบเว็บไซต์เพียงช่องทางเดียวไม่พออีกต่อไป เพราะช่องทาง Social Commerce เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมจากการจำหน่ายสินค้าผ่านเว็บไซต์ได้ โดยที่ผ่านมาอย่างในประเทศอเมริกา โคคา-โคล่า สามารถสร้างยอดจำหน่ายSocial Commerce ได้มากถึง 34 ล้านเหรียญ, วอลต์ดิสนีย์ 28 ล้านเหรียญและ สตาร์บัคส์ 25 ล้านเหรียญเป็นต้น

8.มีระบบ Personal Payment (C2C Payment)

ระบบให้บริการชำระเงินระหว่างลูกค้ากับร้านค้าในรูปแบบ Paypal โดยในประเทศไทยเว็บไซต์ Pay Social ให้บริการในรูปแบบนี้

คนไทยเริ่มใช้บัตรเครดิตในการซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น เพราะมองกว่าการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารมีความเสี่ยงกว่าบัตรเครดิตที่สามารถดึงเงินคืนในกรณีถูกโกง เนื่องจากบัตรเครดิตมีรอบการตัดบัญชีจึงสามารถระงับยอดใช้จ่ายได้ และยังสามารถสะสมแต้ม ผ่อนชำระกับบัตรเครดิตได้ด้วย



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน