ผลจากการล็อกดาวน์ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ เกิด “พ่อครัว-แม่ครัวหน้าใหม่” ที่พัฒนาทักษะความเป็นเชฟ รังสรรค์อาหารรับประทานเองที่บ้านกันมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความสะอาด ปลอดภัย และสบายใจ และถึงแม้สถานการณ์จะคลี่คลายมากขึ้น แต่เทรนด์ดังกล่าวยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงไม่แปลกที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารเดินหน้าพัฒนาวัตถุดิบให้มีรสชาติและรูปแบบที่เหมาะสมกับการนำไปประกอบอาหารได้อย่างสะดวกสบาย ผลักดันให้เกิดการเติบโตของผลิตภัณฑ์อาหารและซอสสำเร็จรูปมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ผู้บริโภคพยายามมองหาผลิตภัณฑ์อาหารที่ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องรสชาติ คุณภาพของวัตถุดิบที่มีความปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และต้องคุ้มค่าต่อการใช้จ่าย การตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของผู้บริโภคจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของผู้ประกอบการทั้งหลายนั่นเอง

วันนี้ Marketeer มีโอกาสได้ร่วมค้นพบประสบการณ์ใหม่ของผลิตภัณฑ์อาหารในงานเสวนาของ “เต็ดตรา แพ้ค” ผู้นำด้านโซลูชันการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำระดับโลก ที่ได้นำเสนอแคมเปญ “FOOD HAS A NEW HOME” เปิดมิติใหม่ผลิตภัณฑ์อาหาร นำเสนอโซลูชันกระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์อาหารแบบครบวงจร ที่ช่วยยกระดับคุณภาพอาหารแปรรูป ทำให้รสชาติของอาหารภายใน สด สะอาด ปลอดภัย ซึ่งนอกจากตอบโจทย์เทรนด์การทำอาหารรับประทานเองของผู้บริโภครุ่นใหม่ได้ดียิ่งขึ้น ยังช่วยให้ผู้ผลิตเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ ในการเติบโตทางธุรกิจอีกด้วย โดยมีคุณ สุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับแคมเปญ พร้อมวิเคราะห์เทรนด์อุตสาหกรรมอาหารที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการใหม่ ๆ ของผู้บริโภค

อาหารและผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ มีส่วนช่วยในการเติมเต็มเทรนด์การใช้ชีวิตยุคใหม่

คุณสุภนัฐให้ข้อมูลถึงเทรนด์ผู้บริโภคว่า ปัจจุบันผู้คนมองการบริโภคอาหารในแง่มุมที่แตกต่างออกไป มีการปรับเปลี่ยนวิธีในการเตรียมและพฤติกรรมการบริโภคอาหารและของว่างไปอย่างสิ้นเชิง โดยมองว่าการทำอาหารเองที่บ้านช่วยให้การดูแลสุขภาพและการควบคุมคุณค่าทางโภชนาการมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งยังตอบโจทย์ความปลอดภัยและต้นทุนการใช้จ่ายที่คุ้มค่าขึ้น

ผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีช่วยให้ผู้บริโภคสามารถปรุงอาหารที่บ้านได้อย่างปลอดภัย ดีต่อสุขภาพ และราคาไม่แพง ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบสำเร็จรูปเช่น ผัก ซุป ซอสปรุงรส และน้ำสลัด รวมไปถึงอาหารพร้อมรับประทานในบรรจุภัณฑ์สำเร็จรูปได้รับความนิยมมากขึ้น ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า อาหารและผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ มีส่วนช่วยในการเติมเต็มเทรนด์การใช้ชีวิตอยู่บ้านอย่างชัดเจน

“การพัฒนานวัตกรรมของ เต็ดตรา แพ้ค จะมองถึงความต้องการของผู้บริโภคเป็นสำคัญ โจทย์ตอนนี้มีเรื่องความปลอดภัย และต้องช่วยให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้น แกะปุ๊บเทใส่ แค่อุ่นนิดหน่อยรับประทานได้เลย เราก็กลับมามองว่า บรรจุภัณฑ์อาหารสามารถปกป้องคุณภาพ รสชาติและสารอาหารได้ครบถ้วนมากน้อยแค่ไหน จะทำอย่างไรให้อาหารมีคุณภาพและรสชาติที่คงที่ เวลาซื้อกลับไปทำที่บ้านต้องได้รสชาติเหมือนเดิม และเปิดรับประทานสะดวก”

“บรรจุภัณฑ์” สิ่งสำคัญสำหรับซัปพลายเชนที่เน้นในด้านอีคอมเมิร์ซ

เทรนด์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ไปถึงอุตสาหกรรมอาหารที่ต้องปรับตัวตาม ขณะที่อีกมุมหนึ่งนี่คือการเปิดโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจให้กับผู้ผลิต โดยโอกาสเหล่านี้ได้เพิ่มมากขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลจากการที่ผู้บริโภคจับจ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ผลักดันอีคอมเมิร์ซเติบโตอย่างต่อเนื่อง

“บรรจุภัณฑ์” กลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับซัปพลายเชนที่เน้นในด้านอีคอมเมิร์ซ มีผลให้เกิดการแข่งขันในการนำเสนอเวลาส่งมอบสินค้าที่สั้นลงกว่าเดิม ซึ่งทำให้ต้นทุนในการดำเนินการตามคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น การปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานหลักสำหรับธุรกิจออนไลน์ อันเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในการจัดส่ง ค่าแรง และค่าขนส่ง ดังนั้น บทบาทของบรรจุภัณฑ์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับซัปพลายเชนที่เน้นอีคอมเมิร์ซอย่างมาก เนื่องจากจะต้องปรับให้เข้ากับรูปแบบการจัดการและการขนส่งที่หลากหลาย

“นอกจากผู้บริโภคแล้วอีกปัจจัยสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมของ เต็ดตรา แพ้ค คือฝั่งผู้ประกอบการหรือลูกค้าของเรา เราคิดเสมอว่าบรรจุภัณฑ์ที่เราออกแบบ สามารถตอบโจทย์การใช้งานเพื่อสร้างความได้เปรียบในธุรกิจให้กับคู่ค้าในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นตอบโจทย์การขนส่ง การจัดเก็บ และทุก ๆ องค์ประกอบทั้งหมด

บรรจุภัณฑ์ที่มีการจัดการได้ง่ายและสามารถปกป้องได้มากพอที่จะจำกัดความเสียหายจากการขนส่งและการคืนสินค้า จะสะท้อนให้เห็นถึงประโยชน์ต่อผู้ผลิตโดยตรงในแง่ของการควบคุมคุณภาพและการจัดการที่สามารถควบคุมได้ และบรรจุภัณฑ์ที่ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการรีไซเคิลได้ง่าย ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเลือกซื้อของผู้บริโภคยุคใหม่อีกด้วย”

กล่อง “เต็ดตรา รีคาร์ท” โซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการผู้บริโภค ผู้ผลิต และผู้ค้าปลีก

ในแคมเปญ “Food Has a New Home” เปิดมิติใหม่ ผลิตภัณฑ์อาหาร ในครั้งนี้ เต็ดตรา แพ้ค ได้นำเสนอกล่อง “เต็ดตรา รีคาร์ท” (Tetra Recart) โซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่และรองรับอนาคตสำหรับอาหารสำเร็จรูป เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป ครอบคลุมทั้งฝั่งผู้บริโภค ผู้ผลิต และผู้ค้าปลีกในทุกมิติ

“ในมุมของ ‘ผู้บริโภค’ กล่อง ‘เต็ดตรา รีคาร์ท’ สามารถตอบโจทย์การใช้งานในวิถีชีวิตยุคใหม่ได้จริง เพราะมีรูปลักษณ์ทันสมัย เปิดเท จัดเก็บ กำจัดได้สะดวก และปลอดภัย ขณะที่ในฝั่ง ‘ผู้ผลิตอาหาร’ นวัตกรรมนี้มีขั้นตอนการผลิตที่มีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนขนาดบรรจุภัณฑ์ ลดคาร์บอนฟุตพรินต์ และช่วยให้ต้นทุนการดำเนินงานลดลง

ขณะเดียวกันยังตอบโจทย์ ‘ผู้ค้าปลีก’ ด้วยน้ำหนักที่เบา จัดเก็บในพาเลทได้สูงขึ้น ใช้พื้นที่จัดเก็บได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และก่อให้เกิดขยะในร้านค้าลดลง ซึ่งล้วนเป็นข้อดีที่น่าดึงดูดใจของบรรจุภัณฑ์นี้ ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับ ‘ผู้ค้าปลีกออนไลน์’ กล่องเต็ดตรา รีคาร์ท ยังช่วยเรียกความสนใจบนหน้าจอ และเข้ากันได้ดีกับชุดอาหารสำเร็จรูป และเอื้อต่อการบรรจุลงกล่องสำหรับการจัดส่ง

นอกจากนี้ 69% ของวัสดุที่ใช้ผลิตยังทำมาจากต้นไม้ ซึ่งเป็นทรัพยากรหมุนเวียนตามธรรมชาติที่ได้จากป่าปลูกเชิงพาณิชย์ที่มีการจัดการอย่างรับผิดชอบตามนโยบายของ เต็ดตรา แพ้ค”

ติดปีกให้แบรนด์ในธุรกิจอาหาร ด้วยเทคโนโลยีและโซลูชันแบบครบวงจร

นอกจากบรรจุภัณฑ์อาหารแล้ว แคมเปญ “Food Has a New Home” เปิดมิติใหม่ ผลิตภัณฑ์อาหาร ยังเน้นย้ำถึงโซลูชันแบบครบวงจรของ เต็ดตรา แพ้ค เพื่อสนับสนุนกระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่การผลิตอาหารไปจนถึงบรรจุภัณฑ์และบริการหลังการขาย

“ทุก ๆ ปี เต็ดตรา แพ้ค ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการแปรรูปอาหารชั้นนำ จะนำเสนอเทคโนโลยีการผลิตอาหารที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น ปลอดภัยยิ่งขึ้น และคุ้มค่ามากขึ้น เพื่อช่วยให้แบรนด์ในธุรกิจอาหารสามารถหาวิธีพัฒนาและก้าวล้ำไปข้างหน้าด้วยอุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ และบริการใหม่ ๆ

และที่ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารของเรา ผู้ผลิตสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมร่วมกับนักเทคโนโลยีอาหารมากประสบการณ์ของ เต็ดตรา แพ้ค ซึ่งจะช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์อาหารให้มีรสชาติ เนื้อสัมผัส และความหลากหลายมากขึ้น”

จะเห็นว่านวัตกรรมของ เต็ดตรา แพ้ค สามารถเป็นตัวช่วยชั้นดีสำหรับธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่ต้องการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงตามเทรนด์การเลือกซื้อของผู้บริโภค เพื่อให้แบรนด์อยู่เหนือคู่แข่งอยู่เสมอ ซึ่งคุณสุภนัฐเสริมว่า

 

“ในเรื่องความคาดหวังจากผู้บริโภค การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ จำเป็นต้องมีแนวทางจัดการอย่างบูรณาการ ตั้งแต่การคิดค้นทบทวนผลิตภัณฑ์ วิธีการผลิต และบรรจุภัณฑ์ โดยนวัตกรรมมักจะหมายรวมถึงการปรับเปลี่ยนและปรับแต่งสูตรอาหารเพื่อแบรนด์ยังอยู่เหนือคู่แข่งอยู่เสมอ

การมุ่งเน้นที่โซลูชันการแปรรูปสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร ทำให้ เต็ดตรา แพ้ค อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดในการเข้าใจความต้องการของธุรกิจอาหาร ตั้งแต่การปรับส่วนผสม การรวมส่วนผสมเข้าด้วยกัน และการกำหนดสูตรไปจนถึงกระบวนการแลกเปลี่ยนความร้อนเพื่อรักษาสภาพของผลิตภัณฑ์ รวมถึงการยืดอายุและแปรรูปผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบลักษณะของเหลว หรือเทคโนโลยีการผลิตในรูปแบบผลิตภัณฑ์ผงสำเร็จรูป ซึ่งตอบโจทย์มาก ๆ สำหรับสินค้าจากเมืองร้อนอย่างประเทศไทย”

ทั้งนี้ กลุ่มงานเทคโนโลยีและอุปกรณ์การผลิตที่ครบวงจรของ เต็ดตรา แพ้ค ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผสมที่มีประสิทธิภาพสูงและมีความยืดหยุ่นในการปรับใช้งานให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละประเภทที่แตกต่างกัน และได้คุณภาพที่สม่ำเสมอ

ก้าวนำด้วยนวัตกรรมสู่การเปลี่ยนแปลง เพื่อเปิดมิติใหม่ ให้กับผลิตภัณฑ์อาหาร

สุดท้ายนี้ คุณสุภนัฐกล่าวว่า การดำเนินแคมเปญ “Food Has a New Home” เปิดมิติใหม่ ผลิตภัณฑ์อาหาร เป็นหนึ่งในการขับเคลื่อนตามคำมั่นสัญญา ปกป้อง ทุกคุณค่า™ (PROTECTS WHAT’S GOOD™) ที่จะทำให้อาหารปลอดภัยและมีอยู่พร้อมสำหรับการบริโภคในทุก ๆ ที่ทั่วโลก และยังมีส่วนช่วยเสริมเป้าหมายการเติบโตในหมวดอาหาร ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านโซลูชันการแปรรูปอาหารและบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร ของเต็ดตรา แพ้ค ได้อีกด้วย

“เต็ดตรา แพ้ค เป็นผู้นำเสนอโซลูชันบรรจุภัณฑ์และกระบวนการผลิตอาหารชั้นนำของโลก โดยทำงานร่วมกับลูกค้าและซัปพลายเออร์อย่างใกล้ชิด เพื่อมอบผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย ทันสมัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คน

ในแคมเปญนี้เราช่วยให้ผู้ผลิตอาหารนำเสนอความสะดวกสบายแก่ผู้บริโภคได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการเตรียมอาหาร เช่น น้ำสต๊อก ซอสปรุงรส อาหารพร้อมรับประทาน หรือแม้แต่อาหารของสัตว์เลี้ยงซึ่งเป็นตลาดที่กำลังมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน

นอกจากนี้ เรายังสามารถให้คำปรึกษาในการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ อาทิ ซุป ซอส ของหวาน อาหารสำหรับทารก ผลไม้ และมะเขือเทศสำหรับการประกอบอาหาร ด้วยโซลูชันระบบ Automation System และการบริการที่ออกแบบอย่างเฉพาะเจาะจง ทำให้เราดำเนินงานได้อย่างเต็มรูปแบบและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้มุมมองในเรื่องไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เรามีการสำรวจในทุก ๆ ปี

ผู้ผลิต ผู้ประกอบการทุกท่านที่สนใจศึกษานวัตกรรมใหม่ ๆ ของ เต็ดตรา แพ้ค ในการควบคุมต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันในตลาด เราพร้อมดูแลและให้คำปรึกษาอย่างครอบคลุมในทุกมิติ เพื่อช่วยสนับสนุนผู้ผลิตในประเทศมองหาโอกาสใหม่  ๆ และขับเคลื่อนให้ธุรกิจบรรลุถึงเป้าหมายได้”



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน