Taylor Swift : Millennial Rose‘s Crescendo

ความโด่งดังก็เหมือนคำเชิงนามธรรมอื่นๆ ที่อธิบายลำบากแต่รู้สึกได้ ทางหนึ่งที่จะช่วยให้เราตระหนักถึงความหมายของมันได้คือผลกระทบจากการกระทำหรือคำพูดของคนดัง โดยสำหรับ Taylor Swift นักร้องสาวสวยขวัญใจ Millennial ความดังและความมีอิทธิพลของเธอเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

เห็นได้จากการโพสต์เตือน Apple Music ผ่านแอคเคาท์ Tumblr ขู่จะถอดเพลงทั้งหมดออกจากคลังเพลงออนไลน์ หลังไม่พอใจที่ค่ายเทคโนโลยีเบอร์ 1 ไม่ให้ค่าตอบแทนนักร้องและทีมทำเพลงช่วงผู้ใช้ทดลองใช้บริการดังกล่าว ทำให้ 24 ชั่วโมงถัดมาคู่กรณียอมกลับลำ เปรียบไปก็เหมือนกับเสียงดนตรีที่ “ดัง” ขึ้นเรื่อยๆ (Crescendo) อย่างมีนัยสำคัญจนทุกคนต้องหันมาตั้งใจฟัง

World Marketeer ฉบับนี้เกิดเมื่อ 13 ธันวาคม 1989 ที่เมือง Reading รัฐ Pennsylvania สหรัฐฯ ในครอบครัวที่มีพ่อเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน แม่เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างและมีน้องชายอ่อนกว่า 2 ปี

เริ่มสนใจดนตรีตั้งแต่ 9 ขวบ แต่หันมาฝึกฝนอย่างจริงจังหลังได้ฟังเพลงของ Shania Twain นักร้อง Country ดังยุค 90 และได้ชมสารคดี Behind Music ตอน Faith Hill นักร้องร่วมยุคแนวเดียวกันอีกคน แม่จึงพาเธอเดินทางข้ามรัฐไปยังเมือง Nashville รัฐ Tennesse เพื่อนำเทป Cover Version ที่เธอร้องเลียนแบบดังร้องดังอย่าง Dolly Parton และวง Dixie Chicks ไปให้บรรดาโปรดิวเซอร์ที่นั่นฟังแม้ถูกปฏิเสธหลายครั้งแต่เธอก็ไม่ท้อ กลับมาใหม่พร้อมเพลงที่แต่งเอง จนที่สุดค่ายเพลง RCA Records รับเธอเข้ามาเป็นศิลปินฝึกหัดและนักแต่งเพลง ซึ่งขณะนั้นเธอมีอายุเพียง 14 ปี

ท่ามกลางการฝึกฝนทั้งการแต่งเพลงและการร้องอย่างจริงจังทำให้แววศิลปินในตัว Swift ชัดขึ้น โดยที่ตัวเธอก็คิดว่าพร้อมแล้วสำหรับการออกอัลบั้ม แต่ RCA Records เห็นว่าควรรอให้เธอถึง 18 ปีเสียก่อน

ความขัดแย้งดังกล่าวทำให้เธอกับค่ายต้องแยกทางกัน ทว่าเพชรย่อมเปล่งประกายเสมอไม่ว่าอยู่ที่ใด โดยการแสดงที่โดดเด่นระหว่างขึ้นเวทีในงานประจำปีของวงการเพลง Country

ในปี 2005 ทำให้เธอไปเตะตา Scott Borchetta อดีตผู้บริหาร DreamWorks Records ทำให้ฝ่ายหลังตัดสินใจนำเธอมาปั้นต่อเพื่อหวังให้เป็นศิลปินเบอร์แรกของ Big Machines Records ค่ายเพลงใหม่ที่เพิ่งก่อตั้ง

ส่วนพ่อของเธอก็ช่วยหนุนอีกแรงและรับประกันความสำเร็จให้เจ้าของค่ายมั่นใจด้วยการทุ่มเงิน 120,000 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 3.84ล้านบาท) ซื้อหุ้นของค่าย

ผลงานชุดแรกที่ใช้ชื่อเธอเป็นชื่ออัลบั้มวางแผงเมื่อปี 2006 ตัวเพลงที่เป็น Country ใสๆ ทำยอดขาย 39,000 แผ่นในสัปดาห์แรก โดยการเดินสายโปรโมท เล่นคอนเสิร์ตและการไปปรากฏตัวตามรายการโทรทัศน์รวมถึงพลังจาก Myspace และการพบปะแฟนเพลงทั้งก่อน/หลังคอนเสิร์ตเป็นเวลานาน ทำให้ยอดขายเพิ่มเป็นหลายล้านแผ่นทั่วโลก แนวทางดังกล่าวถูกนำมาใช้อย่างต่อเนื่องในอัลบั้มต่อๆมา จนถึง 1989 ผลงานชุดล่าสุดซึ่งเปลี่ยนไปเป็นเพลงป๊อปบนเสียงสังเคราะห์ตามสมัยนิยมโดยที่มีกลิ่น Country เจือบางๆ Socail Media ถูกนำใช้เพื่อโปรโมท ทำการตลาดและสร้างฐานแฟนเพลงสำหรับอัลบั้มนี้อย่างชัดเจน อาทิ การเชิญแฟนเพลงผู้โชคดี 100 คนให้มาร่วมแสดงใน MV เพลง Shake It Off หากลุ่มแฟนเพลง ผู้โชคดีที่จะได้ไปฟังอัลบั้มชุดนี้ก่อนใครที่บ้านของเธอ จนคนในอุตสาหกรรมดนตรียกให้เธอเป็น “ผู้เชี่ยวชาญ” ด้านการใช้สื่อสังคมออนไลน์

ปัจจุบัน Taylor Swift วัย 25 ปีเปลี่ยนจากสาวน้อยบ้านนาไล่ตามฝัน ไปเป็นนักร้องดังขวัญใจมหาชนเต็มตัว ออกผลงานมาแล้ว 5 ชุด มียอดขายรวมกันกว่า 40 ล้านแผ่น ยอด Download มากกว่า 100 ครั้ง โดยปีนี้เป็นเธอคือคนดังที่ทำรายได้มากเป็นอันดับ 8 ของโลก (80 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 2,560 ล้านบาท) คว้ารางวัลทางดนตรีและรางวัลเกียรติยศต่างๆ มาเกือบ 100 รางวัล ซึ่งในนั้นมีรางวัล Grammy รวมอยู่ด้วย 7 รางวัลและเจ้าของตำแหน่งสตรีทรงอิทธิพลอันดับ 64 ของโลกจาก forbes.com รวมอยู่ด้วย

ด้านชีวิตรักยังเป็นประเด็นที่สื่อจับจ้องอยู่เสมอ โดย 6 ปีที่ผ่านมาเธอมีแฟนมาแล้ว 8 คน ทุกคนมักถูกนำไปเป็นวัตถุดิบในการแต่งเพลง โดยคนล่าสุดคือ Calvin Harris ดีเจหนุ่มชื่อดังชาวสก็อตแลนด์ซึ่ง forbes.com ยกให้เป็นคู่รักคนดังทำเงินมากสุดในโลกปีนี้

 

ส่วนการที่ Swift กล้าเป็นกระบอกเสียงให้วงการเพลง ทั้งจากการถอดเพลงออกจาก Spotify เมื่อปลายปี 2014และขู่ว่าจะทำกับ Apple Music เมื่อมิถุนายนที่ผ่านมา นิตยสาร Time วิเคราะห์ว่าเกิดจากความไม่พอใจอุตสาหกรรม Streaming (การเช่าเพลงฟัง) ของเธอและเพี่อนร่วมวงการเพลงที่สั่งสมมานาน โดยเธอเองก็มั่นใจว่ากลุ่ม Millennial ผู้มีนิสัยเห็นอกเห็นใจและรวมตัวกันเป็นหมู่คณะเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่าคนรุ่นก่อนๆ คงเอาด้วย ซึ่งที่สุดแล้วจะเป็นการเตือนว่า Apple รวมถึงค่าย Streaming อื่นๆ ไม่สามารถดำเนินธุรกิจแบบเอารัดเอาเปรียบศิลปินและทีมทำเพลงได้อีกต่อไป /wikipedia.com, telegraph.com และ time.com

 

เพิ่มเติม : World Marketeer /เรื่อง ศิวโรจน์ สายแวว

Marketeer Magazine issue 184 jume

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer