ปี 2565 ที่ผ่านมารายได้ของ “ยูนิโคล่” และ “มูจิ” แบรนด์ที่เป็น Top of mind ของหลาย ๆ คนเมื่อนึกถึงเสื้อผ้า Minimal สไตล์ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ยูนิโคล่กลับมามีรายได้ทะลุหลักกว่า 1 หมื่นล้านบาทได้อีกครั้งหลังวิกฤตโควิด-19

ส่วนมูจิทำรายได้สูงสุดในรอบ 17 ปีนับตั้งแต่เข้ามาทำตลาดในเมืองไทย
.
ยูนิโคล่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเมื่อ 74 ปีก่อน เข้ามาในเมืองไทยเมื่อปี 2554 หรือเมื่อ 12 ปีที่ผ่านมา และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว
จากจุดแข็งของคอนเซ็ปต์ที่ว่า Made for all การผลิตเสื้อผ้าที่ดีออกมาจำหน่ายในราคาที่ไม่สูงเกินไปนัก สามารถใส่ในชีวิตประจำวันได้ มีความทนทาน เรียบง่าย ไม่ได้ตามกระแสแฟชั่นมากนัก และสามารถเอาไป Mix & Match สามารถใส่ได้ทุกฤดูกาล และมีเสื้อผ้าทุกหมวด
 
นอกจากนั้น เบื้องหลังของยูนิโคล่ยังเต็มไปด้วย “นวัตกรรม” ด้านสิ่งทอ ที่เป็นจุดขายสำคัญ และให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาต่อยอด
.
เช่น รุ่น AIRism ช่วยระบายความชื้นและความร้อน พร้อมดูดซับเหงื่อ หรือเสื้อขนเป็ด Ultra Light Down ที่อบอุ่น น้ำหนักเบา สามารถพับได้สะดวกต่อการพกพา
.
นอกจากนั้น การปรับเปลี่ยนดีไซน์คอลเลกชั่นใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง จากทีมออกแบบของยูนิโคล่เอง รวมถึงการผนึกกำลังกับดีไซเนอร์ชั้นนำ (Collaboration) การได้ลิขสิทธิ์คาแรกเตอร์ตัวการ์ตูนยอดฮิต ทำให้ยูนิโคล่สามารถเข้าไปครองใจคนได้หลากหลายกลุ่มได้ไม่ยากนัก
.
ตัดกลับมาที่ มูจิ ที่มีคอนเซ็ปต์ว่า “Muji is enough” แค่มีมูจิก็พอ
.
ในช่วงแรกของการก่อตั้ง มูจิ ไม่ได้ตั้งใจจะสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เป็นสไตล์มินิมอลตามที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ
.
เพียงคิดว่าจะผลิตสินค้าคุณภาพอย่างไรให้ประหยัดที่สุด เลยเน้นไปที่ความเรียบง่ายเป็นหลัก เสื้อผ้าของ มูจิ เลยเน้นสีธรรมชาติ เพราะการแต่งสีเป็นการเพิ่มขั้นตอนการผลิต สิ้นเปลืองต้นทุน และทำลายสิ่งแวดล้อม
 
มูจิเกิดขึ้นในญี่ปุ่นเมื่อ 43 ปีก่อน แต่เข้ามาในเมืองไทยก่อนยูนิโคล่ คือเข้ามา 17 ปีแล้ว โดยกลุ่มเซ็นทรัลเป็นผู้ซื้อแฟรนไชส์มาทำตลาดเมื่อปี 2549
 
ปี 2555 จับมือกับกลุ่มเซ็นทรัลจัดตั้งบริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) ขึ้นมา เพื่อทำตลาดมูจิในประเทศไทยโดยเฉพาะ
จุดแตกต่างของมูจิกับยูนิโคล่ก็คือ หลายปีที่ผ่านมาคือมูจิขยายสินค้าครอบคลุมแทบจะทุกไลฟ์สไตล์
ปัจจุบัน มูจิ ประเทศไทย มีสินค้ารวมทั้งหมดกว่า 70,000 รายการ แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือของใช้ในบ้าน (เฟอร์นิเจอร์, สินค้าสุขภาพ ความงาม) เสื้อผ้า และอาหาร
เมื่อเร็ว ๆ นี้ทุกสาขาในเมืองไทยของมูจิยังมี MUJI Curry แกงกะหรี่สำเร็จรูปพร้อมรับประทานวางขาย
 
ในขณะที่ในประเทศจีนและญี่ปุ่นยังมีโรงแรมของมูจิเปิดบริการ โดยข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมดโรงเเรมเป็นสินค้าของมูจิ ที่นำแนวคิดของบริษัทไปใช้ให้เกิดประโยชน์ด้านการออกแบบที่เรียบง่าย
 
ตัวเลขรายได้เเละกำไรของปีนี้ ที่ทุบสถิติของทุกปีคงเป็นเพราะพลังของสาวก Customer ที่กลายเป็น Loyalty Customer ที่ตามไปสนับสนุนสินค้าใหม่ ๆ ที่ออกมา
 
ทั้ง ๆ ที่มูจิพยายามสื่อสารว่า เป็นแบรนด์ที่ไม่มีแบรนด์ เพราะไม่ติดโลโก้บนตัวสินค้า แต่ที่เเน่ ๆ คือ วันนี้ มูจิ มีไลฟ์สไตล์

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน