MBK Group กลุ่มธุรกิจที่เติบโตจากการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส สู่โฮลดิ้ง คอมพานี ภายใต้การบริหารของ วิจักษณ์ ประดิษฐวณิช CEO คนใหม่ ที่รับไม้ต่อจากหัวเรือใหญ่ของบริษัทมา 33 ปี อย่าง สุเวทย์ ธีรวชิรกุล

 

นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล กรรมการและรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK Group กล่าวว่า ตนเองทำงานบริหาร MBK Group มา 33 ปี นับเฉพาะช่วงที่เป็น CEO ก็ 20 ปีแล้ว

เห็นการเติบโตขึ้นมาเรื่อย ๆ ของบริษัท จากที่เมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว เคยมีมูลค่าทรัพย์สินทั้งกลุ่มบริษัทอยู่ที่ประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท มาปัจจุบันมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 57,000 ล้านบาท

ทั้งปี 2565 บริษัทมียอดรับรู้รายได้ประมาณ 10,000 ล้านบาท และคาดการณ์รายได้ปี 2566 จะกลับไปใกล้เคียงกับระดับก่อนเกิดโควิด-19

และมีเงินสดสำหรับหล่อเลี้ยงสภาพคล่องและพัฒนาธุรกิจทั้ง 8 กลุ่มของบริษัทอยู่ที่ 4,000 ล้านบาท

ตลอดเวลาที่ผ่านมาบริษัทเติบโตขึ้นมาได้จากการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส อย่างเช่น วิกฤตต้มยำกุ้ง ก็เป็นจุดเกิดธุรกิจการเงิน จากการที่บริษัทไปซื้อหนี้เสียมาบริหาร

หรือ ธุรกิจสนามกอล์ฟ ก็มาจากที่ดินซึ่งบริษัทได้มาจากการซื้อในช่วงวิกฤต ก่อนไปเรียนรู้วิธีบริหารธุรกิจประเภทนี้ และต่อยอดมาจนปัจจุบัน เป็นต้น

ขณะที่วัฒนธรรมของคนทำงานในองค์กร อธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ จากการถอดความหมายของอุดมการณ์องค์กร MBK YES โดย M จาก Modern (โมเดิร์น) หรือทันยุคสมัยอยู่เสมอ, B จาก Believe (บีลีฟ) เชื่อถือได้, K จาก Key (คีย์) เข้าใจความต้องการลูกค้า, Y จาก You (ยู) ให้ความสำคัญกับลูกค้า, E จาก Easy (อีซี่) อำนวยความสะดวกให้ลูกค้า และ S จาก Style (สไตล์) สร้างทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้า

ขณะที่คีย์เวิร์ดซึ่งบริษัทใช้สื่อสารกับผู้บริโภค อย่าง MBK Just Right มาจากการที่ทั้งกลุ่มบริษัทมีฐานลูกค้าในวงกว้าง ตั้งแต่คนที่ซื้อบ้านหลัก 100 ล้านบาท หรือคนที่มากู้เงินซื้อรถจักรยานยนต์ หลัก 30,000 บาท เป็นต้น ซึ่งคีย์ข้างต้นก็หมายถึงสร้างผลิตภัณฑ์และบริการให้พอเหมาะพอเจาะกับลูกค้าในทุกกลุ่มนั่นเอง

 

 นายวิจักษณ์ ประดิษฐวณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ ผู้รับไม้ต่อ CEO คนใหม่ของบริษัท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ กลุ่ม MBK Group โดยขึ้นรับตำแหน่งต่อจากนายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล

เผยว่า MBK Group เป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ มีความมั่นคง มีสภาพคล่องทางการเงินสูง และมีการขยายธุรกิจให้ครอบคลุมทุกมิติการใช้ชีวิตของลูกค้า ในการเข้ารับตำแหน่ง CEO ครั้งนี้ จึงให้ความสำคัญกับการสานต่อวิสัยทัศน์และพันธกิจในการเป็นกลุ่มบริษัทชั้นนำของประเทศไทย ต่อยอดความแข็งแกร่ง และแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ในการลงทุนกับธุรกิจที่มีศักยภาพและได้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ

รวมถึงเน้นการร่วมมือ (Synergy) ทั้งธุรกิจในเครือและพันธมิตร เพื่อขับเคลื่อนให้ MBK Group เติบโตอย่างยั่งยืน

แนวทางหลักของบริษัทนับจากนี้ จะวางแผนปรับโครงสร้าง MBK Group โดยจัดตั้งบริษัทย่อย (Spin-Off) หรือบริษัทลูก ตามกลุ่มธุรกิจในเครือบริษัท

 และตั้งให้ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK Group เป็นโฮลดิ้ง คอมพานี (Holding Company) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ และความคล่องตัว รองรับการขยายธุรกิจในอนาคต

โดยปัจจุบัน MBK Group มี 8 กลุ่มธุรกิจอยู่ในพอร์ต ได้แก่ ศูนย์การค้า, โรงแรมและการท่องเที่ยว, สนามกอล์ฟ, อสังหาริมทรัพย์, อาหาร, การเงิน, การประมูล และ ศูนย์สนับสนุนองค์กร

 

ภาพรวม การดำเนินงานและแผนธุรกิจของ 8 กลุ่มบริษัทหลังจากนี้ เรียงลำดับตามสัดส่วนรายได้ของธุรกิจ เริ่มจาก ศูนย์การค้า (Shopping Center) แชร์รายได้ 30% โดยมีรากฐานของกลุ่มบริษัทอย่าง MBK Center (เอ็มบีเค เซ็นเตอร์) ซึ่งลูกค้า 60% มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

แต่การมาของโควิด-19 ทำให้บริษัทต้องปรับตัว ด้วยการหันมาเน้นเข้าถึงลูกค้าคนไทยมากขึ้น ผ่านการเพิ่มร้านอาหารใหม่ ๆ, ศูนย์ติวเตอร์, Don Don Donki หรือกระทั่งการให้เวลาเปิดบริการ สุกี้ตี๋น้อย ยาวจนถึง 05:00 น.

ส่งผลให้ปัจจุบันแทรฟฟิกลูกค้าของ MBK Center กลับมาอยู่ที่เท่ากับก่อนโควิด-19 และเป็นคนไทยมากขึ้น 15% รวมลูกค้าเข้ามาใช้บริการ 80,000 คนต่อวัน

 

ขณะที่แนวทางการพัฒนาต่อไปในปี 2566 ยังคงเดินหน้าเปิดตัวพันธมิตรรายใหม่ ๆ อาทิ ARTPIA จากเกาหลี ส่งมอบประสบการณ์พาท่องแดนแฟนตาซี THE JOURNEY OF FANTASY 3D Alive Plus ซึ่งเป็น Entertainment Shows ที่ได้รับความนิยมระดับ Super Hit ในประเทศเกาหลีใต้

มาที่ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค (Paradise Park) ได้เตรียมวางแผนปรับโฉมครั้งใหญ่ในรอบ 13 ปี หลังจากต่อสัญญาเช่าที่ดินไปอีก 20 ปี นับสัญญาใหม่ ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 กับบริษัท เอส.เอส. เรียล (สวนหลวง) จำกัด

 

โดยเน้นพัฒนาให้รองรับสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของศูนย์ฯ แห่งนี้ อาทิ ร้านอาหารประเภท Vegan Restaurant, ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ Organic Food, ศูนย์รวมจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์, คลินิกเฉพาะทาง เป็นต้น คาดว่าจะพัฒนาแล้วเสร็จทั้งหมดภายในไตรมาส 3/2566

ส่วน ศูนย์การค้า เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ (The Nine Center Rama 9) จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมาก เนื่องจากมีฐานลูกค้าที่เป็นคนในพื้นที่เหนียวแน่นอยู่แล้ว

ธุรกิจอาหาร แชร์รายได้ 30% นับเป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 45 ของแบรนด์ ข้าวถุงมาบุญครอง ซึ่งปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ลูกค้า ทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวขาว และกลุ่มข้าวเพื่อสุขภาพ โดยแบรนด์ยังคงเน้นตลาดลูกค้ากลุ่มบน เนื่องจากมีคู่แข่งที่ไม่มากเท่าตลาดแมส และวางแผนขยายตลาดส่งออกในประเทศใหม่ ๆ เช่น ซาอุดีอาระเบีย, ออสเตรเลีย และยุโรป

 

ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว แชร์รายได้ 15% เรียกว่าเป็นกลุ่มธุรกิจของบริษัทที่มีความท้าทายที่สุด ในช่วงที่ผ่านมา อย่าง โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส (Pathumwan Princess Hotel) ก็มีการปรับเป็น Hospitel เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสังคม ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ก่อนปรับปรุง ภายใต้คอนเซ็ปต์ Comfort Luxury ที่มีเอกลักษณ์ และความทันสมัย เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ ๆ มากขึ้น

ทั้งบริษัทยังมองหาโอกาสขยายธุรกิจ ทั้งรูปแบบ Business Partner และการรับบริหารโรงแรม อาทิ โรงแรมทินิดี โฮเต็ล บางกอก กอล์ฟ คลับ (Tinidee Hotel Bangkok Golf Club) และ โรงแรมทินิดี กอล์ฟ รีสอร์ท ภูเก็ต (Tinidee Golf Resort Phuket) ทำตลาดด้วยการให้ความสนใจ และศึกษาการขยายการท่องเที่ยวแบบพำนักระยะยาว (Long Stay) ในกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ ที่เกษียณอายุจากการทำงาน

ด้านปัญหาขาดแคลนแรงงาน ปัจจุบันบริษัทมีคนทำงานอยู่ในกลุ่มธุรกิจโรงแรมประมาณ 200 คน จากความต้องการใช้งานจริง 300 คน ซึ่งบริษัทได้มีการออกกลยุทธ์ดึงคนทำงานกลับเข้ามา

ด้วยการเปลี่ยนโมเดลการให้ค่าตอบแทน เป็นยิ่งทำมากได้มาก อาทิ แม่บ้านในโรงแรม ที่หากทำความสะอาดห้องพักเกินโควตาปกติ ก็จะได้เงินส่วนพิเศษเพิ่มขึ้นไป ตามจำนวนห้องที่ทำความสะอาดเสร็จ เป็นต้น

ธุรกิจการเงิน แชร์รายได้ 15% โดย ที ลีสซิ่ง (TLeasing) ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ นับเป็นกลุ่มธุรกิจหลัก ที่ช่วยพยุงสภาพคล่องทางการเงินของบริษัท ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา

โดยปี 2566 บริษัทจะเดินหน้ารุกขยายตลาดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพิ่มเติมจากที่ได้เข้าไปทำตลาดในนครราชสีมา ขอนแก่น และ อุดรธานี โดยจะโฟกัสจังหวัดที่มีขนาดใหญ่ และกำลังซื้อสูง

นอกจากนี้ ภายในปี 2566 จะขยายธุรกิจสินเชื่อประเภทอื่น ๆ อาทิ สินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan) เป็นต้น

ขณะที่ความท้าทายในการประกาศอัตราดอกเบี้ยใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) บริษัทก็จะมีการเข้มงวดกับการใช้ดาต้า เพื่อนำมาใช้บริหารจัดการ การเก็บหนี้ลูกหนี้ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แชร์รายได้ 10% ปี 2566 บริษัทจะมี Big Project บนพื้นที่ 1,500 ไร่ในโครงการ Riverdale District อาณาจักร Mixed Use บนพื้นที่ทำเลทองของจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่

มีการเชื่อมโยงธุรกิจในเครือเอ็ม บี เค (Synergy) ไว้ในที่เดียวกัน เป็นอาณาจักรธุรกิจที่มีความครบวงจร มุ่งสร้างเมืองที่สมบูรณ์แบบ ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก

ภายใน Riverdale District จะประกอบด้วย โครงการที่พักอาศัยระดับ Luxury อย่าง โครงการ Riverdale Residence และ โครงการ Park Riverdale

 

ทั้งมีเมกะโปรเจกต์ล่าสุด ที่ลงทุนไปในปี 2565 อย่าง ริเวอร์เดล มารีน่า (Riverdale Marina) ท่าเรือระดับ A-Class และศูนย์กลางผู้ให้บริการกิจกรรมทางน้ำอย่างครบวงจรแห่งแรกในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งได้รับรางวัล The International Clean Marina จากประเทศออสเตรเลีย การันตีการเป็นท่าเรืออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งในประเทศไทย มีเพียง 2 แห่งเท่านั้นที่ได้รับรางวัลนี้

โดยปี 2566 บริษัทวางแผนลงทุนอย่างต่อเนื่อง อาทิ ในไตรมาส 2 ของปีนี้ เตรียมเปิดตัว Marina Plaza ศูนย์รวมร้านจำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับเรือแบบครบวงจร บริการติดตั้งอุปกรณ์เรือ สอนขับเรือ จดทะเบียนเรือ ทำและต่อใบขับขี่เรือ ประกันภัยเรือ

รวมทั้งการเปิดตัว Chris Craft โชว์รูมเรือ (Boat Showroom) และศูนย์ซ่อมบำรุงเรือ นอกจากนี้ ยังพัฒนาให้เป็น Landmark แห่งใหม่ สำหรับการจัดงานริมน้ำแบบ Outdoor ที่ใหญ่ที่สุดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ส่วนธุรกิจอื่น ๆ ในพอร์ตของบริษัท อย่าง ธุรกิจการประมูล กับ บริษัท แอพเพิล ออโต้ ออคชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด ก็มุ่งรักษาคุณภาพการประเมินสภาพรถยนต์ มาตรฐานญี่ปุ่น (Japan Standard) ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านธุรกิจประมูลรถยนต์มือสองครบวงจร One Stop Service พร้อมแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ในธุรกิจการประมูล

ล่าสุด ลงนามความร่วมมือทางธุรกิจกับ บริษัท เอ็ม บี เค การันตี จำกัด ผู้ให้บริการสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจการเงินในเครือเอ็ม บี เค เพื่อให้บริการประมูลอสังหาริมทรัพย์ออนไลน์

 

ธุรกิจกอล์ฟ ปัจจุบันบริษัทมีสนามกอล์ฟที่อยู่ภายใต้การดำเนินงาน 5 แห่ง ทั้งจะเปิดให้บริการ สนามกอล์ฟ ริเวอร์เดล กอล์ฟ คลับ (Riverdale Golf Club) และ สนามกอล์ฟ บางกอก กอล์ฟ คลับ (Bangkok Golf Club) ทั้งกลางวัน และกลางคืน (Night Golf)

ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐจัดการแข่งขันกอล์ฟระดับประเทศและนานาชาติ เพื่อส่งเสริมวงการกอล์ฟ และนักกอล์ฟอาชีพของไทยให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้น และเตรียมเปิดตัวศูนย์ฝึกกอล์ฟมาตรฐาน ไตรมาส 2/2566

ส่วน ธุรกิจศูนย์สนับสนุนองค์กร บริษัทมีการดำเนินงานภายใต้ MBK Training Center และ MBK Contact Center



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน