ถ้าเอ่ยถึงนามสกุลจิราธิวัฒน์ ชื่อ เซ็นทรัล แทบจะปรากฏขึ้นมาในความคิดทันที
และเซ็นทรัลไม่ได้มีเพียงศูนย์การค้าเท่านั้น ยังประกอบด้วยธุรกิจอื่น ๆ อีกจำนวนมาก ทั้งธุรกิจที่เป็นบริษัทจำกัด และบริษัทมหาชน ในตลาดหลักทรัพย์ฯ

ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของจิราธิวัฒน์มีบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ 3 บริษัท ประกอบด้วย
CENTEL – บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)
CENTEL ถือเป็นบริษัทแรกของจิราจิวัฒน์ที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2533 ปัจจุบันธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ เป็น CEO บริหารธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร
อ้างอิงสิ้นเดือนมิถุนายน 2566 CENTEL มีธุรกิจโรงแรมภายใต้การบริหาร 93 โรงแรม ทั้งไทยและต่างประเทศ ได้แก่ มัลดีฟส์และดูไบ มีจำนวนห้องให้บริการรวมกันทั้งสิ้น 20,081 ห้อง
แบ่งเป็นโรงแรมที่เปิดดำเนินการแล้ว 50 โรงแรม จำนวน 10,512 ห้อง
ประกอบด้วย
โรงแรมที่เป็นเจ้าของห้องเอง 19 โรงแรม จำนวน 5,051 ห้อง
โรงแรมที่อยู่ภายใต้สัญญาบริหาร 31 โรงแรม จำนวน 5,461 ห้อง
และเป็นโรงแรมที่กำลังพัฒนา 43 โรงแรม จำนวน 9,569 ห้อง
ส่วนธุรกิจร้านอาหาร ประกอบด้วยแบรนด์อาหาร 15 แบรนด์ ที่เป็นของตัวเอง และแบรนด์ร่วมทุน 5 แบรนด์
มีร้านอาหารแบรนด์หลัก ได้แก่
เคเอฟซี 324 สาขา
มิสเตอร์โดนัท 467 สาขา
อานตี้ แอนส์ 214 สาขา เป็นต้น
ในครึ่งปีแรก 2566 CENTEL มีรายได้ 11,114 ล้านบาท กำไร 750 ล้านบาท
มาจากธุรกิจโรงแรม 4,861 กำไร 524 ล้านบาท
ธุรกิจอาหาร 6,253 ล้านบาท กำไร 226 ล้านบาท
CPN – บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)
CPN เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2538 มี วัลยา จิราธิวัฒน์ เป็น CEO ดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์
ธุรกิจของ CPN จะประกอบด้วย 4 กลุ่มธุรกิจประกอบด้วย
-ธุรกิจจากค่าเช่าและบริการ ในโครงการศูนย์การค้าเซ็นทรัล คอมมูนิตี้มอลล์ และอาคารสำนักงาน เป็นขาธุรกิจนี้ถือเป็นรายได้หลักของ CPN ปัจจุบัน CPN มีศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 16 แห่ง ต่างจังหวัด 21 แห่ง ในมาเลเซีย 1 แห่ง รวม 38 แห่ง คอมมูนิตี้มอลล์ 17 แห่ง และศูนย์การค้าที่ Joint Ventrue กับพันธมิตร 1 แห่ง และกำลังจะเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัลเพิ่มอีก 4 แห่ง ได้แก่ เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ ในเดือนพฤศจิกายน 2566 เซ็นทรัล นครสวรรค์ ไตรมาส 1/2567 นครปฐม ไตรมาส 2/2567 และเซ็นทรัล กระบี่ ไตรมาส 4/2567 รวมถึงโครงการมิกซ์ยูสดุสิต เซ็นทรัลปาร์ค ที่จะทยอยเปิดในปี 2567
และมีสำนักงานอาคารให้เช่าอีก 10 แห่ง
-ธุรกิจบริการศูนย์อาหาร เซ็นทรัลฟู้ดพาร์ค, ไทยฮัก เป็นต้น
-ธุรกิจโรงแรม เช่น โรงแรมเซ็นทาราและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ โรงแรม ฮิลตัน พัทยา โรงแรมเซ็นทาราโคราช โรงแรมโก โฮเทล และปีนี้มีแผนเปิดโรงแรมโก โฮเทล 2 แห่ง และโรงแรมเซ็นทารา 2 แห่ง
-และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผ่านโครงการบ้านแนวราบและแนวสูง ที่จะมีแผนเปิดโครงการเพิ่ม 6 โครงการ
ในครึ่งปีแรก/2566 CPN มีรายได้ 21,424 ล้านบาท กำไร 6,314 ล้านบาท
มาจากกลุ่มธุรกิจ
-รายได้จากการเช่าและบริการ 17,981 ล้านบาท
แบ่งเป็น
รายได้จากศูนย์การค้า 17,258 ล้านบาท
รายได้จากอาคารสำนักงาน 723 ล้านบาท
-รายได้จากการบริการศูนย์อาหาร 451 ล้านบาท
-รายได้จากธุรกิจโรงแรม 721 ล้านบาท
-รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 1,693 ล้านบาท
CRC – บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
กลุ่มธุรกิจเริ่มต้นของเซ็นทรัล ที่เริ่มธุรกิจตั้งแต่ปี 2490 ในรูปแบบร้านของชำขนาดเล็ก ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนเป็นห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และธุรกิจอื่น ๆ ภายใต้ชื่อบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC
CRC เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2563 มีญนน์ โภคทรัพย์ เป็น CEO
ภายใต้ธุรกิจ CRC ประกอบด้วย 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่
กลุ่มแฟชั่นประกอบด้วยห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, ซูเปอร์สปอร์ต, แบรนด์ต่าง ๆ ในบริษัทเซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป และห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต ในอิตาลี
กลุ่มฟู้ด ประกอบด้วยท็อปส์, ท็อปส์ฟู้ดฮอลล์, ท็อป ไฟน์ ฟู้ด, ท็อปคลับ, บิ๊กซี GO! เวียดนาม ลานซี มาร์ท และมินิโก
กลุ่มฮาร์ดไลน์ ประกอบด้วยไทวัสดุ, บ้านแอนด์บียอนด์, บีเอ็นบี โฮม, เพาเวอร์บาย, ออฟฟิศเมท, บีทูเอส, เมพ และเหงียนคิมในเวียดนาม
และกลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ ประกอบด้วยโรบินสัน ไลฟ์สไตล์, ท็อปพลาซ่า บิ๊กซี และ GO! เวียดนาม
และ CRC เป็นธุรกิจที่สร้างรายได้สูงสุดในกลุ่มเซ็นทรัลทั้งหมด
ในครึ่งปีแรก 2566 CRC มีรายได้ 63,206 ล้านบาท กำไร 2,168 ล้านบาท
โดยรายได้หลักมาจากกลุ่มฟู้ด 43,046 ล้านบาท
กลุ่มฮาร์ดไลน์ 37,561 ล้านบาท
และกลุ่มแฟชั่น 29,627 ล้านบาท
–
