ยลโฉม บิวเทรี่ยม สาขาสยามสเเควร์ หลังทุ่มเงินรีโนเวต 25 ล้านบาท เปิดสโตร์โฉมใหม่ให้ใช้บริการ รับดีมานด์ช่วงไฮซีซัน ด้านแบรนด์ไทยถูกใจลูกค้าต่างชาติ บริษัทตั้งเป้ารายได้โต 100%

อุตสาหกรรมความงามกลับมาได้เท่าก่อนโควิด แม้กลุ่มเมคอัพได้รับผลกระทบหนักจากช่วงล็อกดาวน์ ผู้คนกักตัวอยู่ในบ้าน ทำให้ดีมานด์ในกลุ่มเครื่องสำอางหดตัว แต่หลังจากการเปิดประเทศคนออกมาใช้ชีวิตข้างนอก กลับสู่การใช้ชีวิตแบบ New Normal เมคอัพจึงสามารถฟื้นตัวกลับมาได้

อติโรจน์ โรจน์รัตนวลี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (คนซ้าย) จิรวุฒิ โรจน์รัตนวลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวเทรี่ยม จำกัด (คนขวา)

จิรวุฒิ โรจน์รัตนวลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวเทรี่ยม จำกัด กล่าวว่า ตลาดความงามที่ผ่านมา น่าสนใจว่า Local Brand มีการเติบโตอย่างมาก ราว 38% จากการโหมกระเเสทำการตลาดกันอย่างคึกคัก ส่งผลให้ performance แบรนด์ไทยดีเทียบเท่าอินเตอร์เนชันนอลแบรนด์

ซึ่งเเบรนด์ไทยเป็นสินค้าที่ลูกค้าชาวต่างชาติซื้อกลับประเทศเป็นหลัก  ประกอบไปด้วยสินค้ากลุ่มเมคอัพ เครื่องหอม เเผ่นแก้ปวด โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าเอเชีย จากจีน สิงคโปร์ และไต้หวัน รองลงมาคือเพื่อนบ้าน อาทิ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ส่งผลให้ Basket size ค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นการซื้อกลับต่อครั้งแบบยกโหล  800 -1,500 บาท

ทั้งนี้ นโยบายฟรีวีซ่าของรัฐบาลใหม่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มมากขึ้น ส่งผลดีต่อการจับจ่ายใช้สอยสินค้าในบิวตี้รีเทลได้  เนื่องจากคนจีนมีพฤติกรรมที่ค่อนข้างคล้ายไทยในเเง่การใช้สินค้าบิวตี้  ได้ประโยชน์จากการจับจ่ายใช้สอย บิวเทรี่ยมพร้อมชู Tax Refund ทุกสาขา เป็นเจ้าแรกของบิวตี้สโตร์ประเทศไทย

ปัจจุบันบิวเทรี่ยมประกอบด้วยสาขาทั้งหมด 32 แห่ง แต่ในช่วงเผชิญโควิด หายไปสองแห่งที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าบางซื่อ เเละเอเชียทีค ปีที่ผ่านมาบริษัทขยายเพิ่ม 10 สาขา ขณะที่ปีนี้ลดเหลือ 8 สาขา พร้อมการรีโนเวตอีกสองสโตร์

กลุ่มลูกค้าหลักของบิวเทรี่ยมสยามสเเควร์ คือ กลุ่มวัยรุ่น นักศึกษา ที่มีช่วงอายุระหว่าง 18-24 ปี กลุ่มวัย Gen Z และวัยทำงานตอนต้นอายุ 25-30 กว่าปี  ที่ให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์ ด้านลูกค้าต่างชาติ หากอิงตามการใช้จ่ายผ่าน E-Wallet จะอยู่ที่ 10-20% ของลูกค้าทั้งหมด

ในวันธรรมดาแทรฟฟิกต่อวันอยู่ในระดับ 6,000-7,000 คน ขณะที่วันหยุดสุดสัปดาห์อยู่ที่ราว 12,000-13,000 คน ซึ่งในช่วงไฮซีซันจะต่างไปจากตอนนี้ที่อยู่ในฤดูฝน ซึ่งโดยปกติแล้ว ไฮซีซัน คือช่วงไตรมาสหนึ่งเเละไตรมาสสี่ ที่ผู้บริโภคมีการจับจ่ายใช้สอยต่อเนื่อง คาบเกี่ยวกันยาวข้ามปี ประกอบกับอยู่ในระยะเวลารอ Core Brand 4-5 เจ้า เข้ามาวางจำหน่ายในร้าน บริษัทคาดการณ์ว่าในระยะปลายปีที่จะถึงนี้ ซึ่งถือเป็นไฮซีซัน จะมียอดแทรฟฟิกรวมถึงยอดขายเพิ่มมากขึ้นในช่วงปลายปี

ในกลุ่มของบิวตี้และเมคอัพตัวเลขเติบโตอย่างมากนับเเต่ช่วงปลายปี 2022 ที่ผ่านมา และยังคงพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในสินค้าทั้งหมดกว่า 10,000 SKUs บิวเทรี่ยมมีสินค้ากลุ่มเมคอัพเป็นผู้ขับเคลื่อนยอดขายส่วนใหญ่ ประมาณ 36% ส่วนด้านสกินแคร์จะอยู่ที่ 32%

บิวเทรี่ยม สาขาสยามสเเควร์วอล์คกิ้งสตรีท โฉมใหม่ ทุ่มงบรีโนเวต 25 ล้านบาท

บิวเทรี่ยม สาขาสยามสเเควร์วอล์คกิ้งสตรีท Flagship Store โฉมใหม่ เปิดพื้นที่โซน 4 ชั้น 1,400 ตารางเมตร  สไตล์ Mixed Use Space มีโซน Creative Lifestyle Space สำหรับจัดกิจกรรมคอลแล็บส์กับพันธมิตร และ ชั้น Multi-Function Space ให้โอกาสคู่ค้าใช้พื้นที่เปิดตัวสินค้า จัด work shop ตลอดจนงาน Meet & Greet กับศิลปินในวาระพิเศษ

 

 

อติโรจน์ โรจน์รัตนวลี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท บิวเทรี่ยม จำกัด อธิบายต่อว่า บิวเทรี่ยม สาขาสยามสเเควร์เป็นสาขาที่มีศักยภาพสูง บริษัทมองเห็นโอกาส อย่างแรก คือ มีแบรนด์ติดต่อเข้ามาอยากร่วมงานกับบิวเทรี่ยม แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ เมื่อได้พื้นที่ชั้นอื่นมาถูกจังหวะ จึงขยายโซนร้านในทันที อีกทั้งปัจจุบันช่องทางออฟไลน์ก็ต้องมีกิจกรรมกระตุ้นการขายเช่นเดียวกัน การขยายพื้นที่จะอำนวยความสะดวกแก่การจัดกิจกรรม Pop-up จากเเบรนด์คู่ค้า หมุนเวียนมาเพื่อสร้างสีสันให้กับร้าน

จะเข้ามายกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งบนพื้นที่สยามเทียบเท่าเเลนด์มาร์กดังของฝั่งเกาหลีใต้ อย่างเมียงดง หรือชิบูย่า ญี่ปุ่น

 

การเปิดตัวสโตร์โฉมใหม่ บริษัทเสริมทัพด้วยแบรนด์ชั้นนำจากต่างประเทศ ทั้งพรีเมียม เเมสทีจ (Masstige) และเมนสตรีม (Mainstream) และกลุ่มสินค้าอื่น ๆ อาทิ บิวตี้และไลฟ์สไตล์แกดเจ็ต ขนมนำเข้า เทรนดี้ดริ้งค์

ด้านตลาดต่างประเทศบริษัทเล็งขยายสาขาไปในเพื่อนบ้านละเเวกใกล้เคียงก่อน ประเทศเเรกที่จะบุกคือเวียดนาม เนื่องจากเป็นประเทศที่มีประชากร โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่มาก ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของบิวเทรี่ยม อีกทั้งเป็นประเทศที่มีจีดีพีเติบโตไปในทิศทางที่ดี ระหว่างนี้อยู่ในขั้นตอนการศึกษา

ผลประกอบการ บริษัท บิวเทรี่ยม จำกัด

ปี 2563 รายได้    558  กำไร  -29

ปี 2564 รายได้    479  กำไร  -40

ปี 2565 รายได้  1,109 กำไร  64

ความท้าทายของการทำธุรกิจบิวตี้รีเทล

ปีนี้คาดการณ์รายได้เติบโตเกิน 100% จากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 1,100 ล้านบาท สำหรับแผนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ อติโรจน์มองว่าในวันที่บริษัทพร้อม ตัวเลขต่าง ๆ ออกมาดี มีโอกาสเกิดขึ้นได้

“คนชอบพูดว่า “Retail” คือ “Detail” มันมีความท้าทายในรายละเอียด ทั้งการทำรูปแบบร้าน หน้าร้าน การตลาด ผู้บริโภคที่แบ่งเป็นหลากหลายกลุ่ม ประกอบกับความเปลี่ยนเเปลงของตลาดความงามที่เกิดขึ้นอยู่ตลอด เครื่องสำอางเป็นเเฟชั่น มีเทรนด์ที่ต้องตามให้ทันเสมอ ธุรกิจรีเทลต้องพยายามสร้างความโดดเด่น แตกต่าง เพื่อให้อยู่รอดในสนามการเเข่งขันที่ดุเดือดนี้” อติโรจน์กล่าวทิ้งท้าย

 



ติดตาม Marketeer ได้หลากหลายรูปแบบ

.
Marketeer ฉบับดิจิทัล : อ่านบน Ookbee / อ่านบน meb
.
Marketeer ฉบับ PDF : https://marketeermagazine.com/
.
Marketeer ฉบับกระดาษ : สั่งซื้อทางไปรษณีย์ Inbox มาที่ เพจ Marketeer Online