จากเด็กที่บ้านส่งเรียนถึงแค่ม.2 สู่เจ้าแม่อสังหาฯ ‘ณุศาศิริ’ ที่มีมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท !

ฟังดูเผิน ๆ Headline ข้างบนอาจจะเหมือนนิยายที่ใครบางคนแต่งเอาไว้

แต่นี่กลับเป็นเรื่องจริงของ คุณหมวย ศิริญา เทพเจริญ ซึ่งกว่าจะก้าวมาเป็นเจ้าของโครงการบ้านเดี่ยว ที่มีราคาเริ่มต้น 10 ล้านไปจนถึง 60 กว่าล้านบาท ภายใต้แบรนด์อย่าง ‘ณุศาศิริ’ แบบทุกวันนี้ได้ เส้นทางของเธอกลับเต็มไปด้วยดินลูกรัง ที่มีแต่อุปสรรคและความขรุกขลักระหว่างทางมากมาย

จนเมื่ออ่านบทความนี้จบแล้ว คุณจะเกิดความสงสัยเหมือนกับเราว่า ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ที่บ้านส่งให้เรียนถึงแค่ ม.2, ต้องเดินไปเก็บหัวมันที่อยู่ในป่าช้าตั้งแต่ป.5, ขับรถบรรทุก 6 ล้อเองตั้งแต่อายุ 10 กว่าขวบ สามารถสู้ชีวิต จนกลายมาเป็นเจ้าแม่อสังหาฯ ที่มีมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ถึงทุกวันนี้ได้ยังไงกัน

ช่วยงานทุกอย่างที่บ้าน ตั้งแต่เลี้ยงน้อง ยันเดินไปเก็บมันในป่าช้า

ย้อนกลับไปตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นเด็ก คุณหมวยเกิดที่อุดร แต่ไปโตที่หนองคายเพราะต้องย้ายตามพ่อและแม่ที่ไปทำพืชไร่ที่นั่น เรียกได้ว่าเป็นคนต่างจังหวัดอย่างแท้จริง ซึ่งต่างจังหวัดที่ว่าไม่ใช่ในตัวเมือง แต่คุณหมวยบอกว่ามันคือบ้านนอก ที่ไม่มีแม้แต่รถสองแถวบ้านหน้าหมู่บ้าน

และด้วยความเป็นพี่สาวคนโตของน้อง ๆ ที่เหลืออีก 5 คน ทำให้เธอต้องทำทุก ๆ อย่างในบ้าน ตั้งแต่ช่วยแม่เลี้ยงน้อง ซักผ้าอ้อมให้น้อง ทำความสะอาดบ้าน หรือแม้กระทั่งต้องทำงานกับคนงานที่เป็นผู้ชาย แม้เธอจะยังเป็นเพียงแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ก็ตาม

ซึ่งในตอนนั้นที่บ้านของคุณหมวยทำโรงสีมัน ฟังดูแล้วก็เหมือนจะเป็นบ้านที่มีตังค์อยู่พอควรใช่ไหม ? แต่โรงสีมันที่ว่ากลับมีแค่เครื่องจักรกับลานมันเล็ก ๆ ที่แม้จะอยู่ห่างจากบ้านเพียง 300 กว่าเมตร แต่ด้วยความมืดระหว่างทางที่เดินไป บวกกับลานมันที่ตั้งอยู่ในป่าช้า ทุกครั้งที่ไปเก็บมัน เธอจึงรีบวิ่งให้เร็วที่สุด เพื่อหนีจากความน่ากลัวให้ไวที่สุด

แต่สุดท้ายแล้ว เมื่อรู้ว่ายังไงก็ต้องอยู่กับความน่ากลัวนี้ไปอีกนาน จากที่เคยรีบวิ่งเพื่อให้ถึงจุดหมายเร็ว ๆ คุณหมวยก็เริ่มหันมามองสู้กับความมืดข้างทางและสุดท้ายเธอก็สามารถเอาชนะความกลัวนั้นได้

แม้จะเรียนดีแค่ไหนก็ต้องลาออก ไม่อย่างงั้นน้องที่เหลือจะไม่ได้เรียน

แม้ที่บ้านจะให้คุณหมวยเรียนสายคหกรรม แต่เธอกลับชอบเรียนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มากกว่า และด้วยความชอบนี้ก็ทำให้คุณหมวยมีผลการเรียนอยู่อันดับต้น ๆ ของห้องเลยทีเดียว แต่ด้วยฐานะของที่บ้าน ที่ไม่สามารถส่งให้ลูก ๆ ได้เรียนครบทั้ง 6 คนได้ และอาจจะเห็นว่าคุณหมวยพอจจะออกมาทำงานช่วยที่บ้านได้แล้ว คุณพ่อของเธอจึงตัดสินใจให้ลาออกตั้งแต่ม.1

แต่ด้วยความเป็นคนรักเรียน คุณหมวยจึงแอบเอาเงินที่พ่อให้ไปเก็บค่าเช่ามาจ่ายค่าเทอมของม.2 เป็นจำนวน 250 บาทด้วยตัวเอง เพราะคิดว่าถ้าจ่ายไปแล้วยังไงก็ต้องได้เรียนอยู่ดี ซึ่งพอสุดท้าย คุณพ่อของเธอก็ใช้ไม้ตายด้วยการให้น้องลาออก และด้วยความที่เลี้ยงน้องด้วยตัวเองมาตั้งแต่เด็ก คุณหมวยจึงเป็นคนที่รักน้องมาก และเลือกที่จะเสียสละให้น้องได้เรียนแทน

“เวลาไปทำงานกับที่บ้าน นั่งรถ 6 ล้อไปทำงานกับคนงานผู้ชาย ตอนเจอเด็กคนอื่น ๆ พี่ก็ต้องหลบไปใต้เบาะ ไม่อยากให้เขาเห็น เพราะไม่งั้นเขาก็จะรู้ว่าเราไม่ได้เรียนหนังสือเหมือนกับคนอื่น ๆ น้องเข้าใจตรงนี้ใช่ไหม?”คุณหมวย ศิริญา

เมื่อถามว่าในตอนนั้นรู้สึกน้อยใจพ่อแม่บ้างไหม ที่ทำไมเราไม่มีเหมือนคนอื่น ๆ บ้าง สิ่งที่คุณหมวยตอบกลับมา เป็นสิ่งที่เราอยากจะให้เด็กรุ่นใหม่ได้อ่านมากที่สุด นั่นคือ

“สิ่งสำคัญคือ เราต้องทำให้พ่อแม่สบายใจ เด็กเดี๋ยวนี้อย่าคิดว่าตัวเองจะได้อะไร คุณมีแต่มานั่งเรียกร้อง ทำไมต้องเรียกร้องเพิ่ม ทำไมไม่หัดทำเอง ทำอะไรก็ได้ที่เค้าสบายใจ พี่ว่าพี่ไม่ได้คนเก่งนะ แต่พี่เป็นคนคิดดี บางทีคนเก่งเรียนจบเกียรตินิยมก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จก็ได้ เพราะเรื่องง่าย ๆ แค่นี้ ยังคิดกันไม่ได้เลย”

จุดเปลี่ยนที่ทำให้เข้าสู่วงการอสังหาฯ

เพราะเป็นคนทำงานทุกอย่าง เพื่อให้ครอบครัวมีกินมีใช้ และด้วยความที่ทำทุกอย่างนี่เองก็เลยถูกคนอื่นหลอกบ้าง โดนโกงไปบ้าง จนมาถึงจุดเปลี่ยนเมื่ออายุ 22 ปี มีเพื่อนคุณหมวยที่ทำงานธนาคารอยู่คนหนึ่งมาชวนไปทำที่ดินแบ่งแปลงขาย แล้วให้คุณหมวยหุ้นด้วย 10% แต่พอถึงเวลาจริงคุณหมวยกลับเป็นคนขายเองมากถึง 90% ตอนนั้นก็เลยรู้สึกว่า การทำอสังหาฯ นี่ก็ดีเหมือนกันนะ สามารถตั้งราคาขายเองก็ได้ด้วย

วางมัดจำที่ดินแปลงใหม่ 4 แสน แต่อีก 7 วันต่อมาแบงค์ชาติระงับสินเชื่ออสังหาฯทั่วประเทศ

เมื่อการลงทุนครั้งแรกไปได้สวย และด้วยความเป็นคนใจถึงบวกกับชอบทำอะไรใหญ่ ๆ เป็นทุนเดิม คุณหมวยก็เลยตัดสินใจขายรถ แล้วเอามารวมกับเงินเก็บที่มีอยู่ ได้ประมาณ 3-4 แสน เพื่อนำเงินก้อนนี้ไปวางมัดจำในที่ดินแปลงใหม่ ที่ใหญ่กว่าเดิม

หลังจากวางมัดจำไปได้แค่ 7 วันเท่านั้นแหละ แบงค์ชาติก็ออกมาประกาศระงับสินเชื่อเพื่อชะลออสังหาฯ ในทันที พอรู้แบบนี้ เพื่อนที่เคยคุยไว้ว่าจะมาลงทุนด้วยกันก็กระโดดถอนตัวออกไปแบบทันควัน

ทีนี้ทำไงต่อดีละ? ถ้าปล่อยไว้เฉย ๆ เงิน 3-4 แสนที่มาจากเงินเก็บและการขายรถก็คงหายไปในพริบตาแน่ ๆ คุณหมวยก็เลยเขียนโปรเจ็คเข้าธนาคาร ยื่นกู้หลักทรัพย์ พอโปรเจ๊คผ่านก็มาหาผู้ร่วมโครงการ จนได้กำไรจากการที่คนอื่นเข้ามาร่วมทุนในที่สุด โดยในตอนนั้นคุณหมวยเหลือหุ้นในมือเพียง 25% และสุดท้ายก็ขายให้คนอื่นจนหมด และก็เปลี่ยนมาเป็นผู้บริหารโครงการนั้น โดยได้รับเป็นเงินเดือนแทน

สร้างบ้าน 2 ชั้นด้วยตัวเอง ภายในเวลาเพียงแค่ 60 วันเท่านั้น

อย่างที่เคยบอกไป ว่าเป็นคนใจถึง จากที่เคยขายที่ดินเป็นแปลง ๆ ตอนนี้คุณหมวยเลยเริ่มเปลี่ยนมาทำบ้าน ที่มาคุมงานเองทุกขั้นตอน มานั่งเฝ้าการก่อสร้างเองทุกวัน คุม Cost เองทุกอย่าง ซึ่งตอนนั้นความรู้ในการสร้างบ้านของเธอเรียกได้ว่าแทบจะเป็นศูนย์ ผู้รับเหมาบอกว่าต้องใช้เหล็กสี่หุน ซึ่งตอนนั้นเหล็กสี่หุนคืออะไรยังต้องโทรไปถามน้องชายที่เรียนวิศวะเลย แต่สุดท้ายเธอก็สามารถสร้างบ้านสองชั้นเสร็จภายใน 60 วัน เรียกได้ว่าจบคอร์สสร้างบ้านภายในเวลา 2 เดือนกว่า ๆ เท่านั้นเอง

แม้จะไม่มีความรู้เรื่องวิศวะกรรม แต่สิ่งที่ทำให้เธอสามารถสร้างบ้านสองชั้นเสร็จภายในเวลาที่รวดเร็วได้ นั่นเป็นเพราะคุณหมวย ‘มีการบริหารจัดการ’ ที่เจ๋งมาก ๆ นั่นเอง

หลังจากนั้นคุณหมวยก็ค่อย ๆ เริ่มขยายโครงการอสังหาฯของตัวเองจนมีสเกลที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนในเวลาต่อมา ได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘สิงห์ภูธร’ สู่การเป็น เจ้าแม่อสังหาฯ แห่งณุศาศิริ ที่จะมีอายุครบ 20 ในปีหน้า

ซึ่งกุญแจสำคัญ ที่ทำให้คุณหมวยมองที่ดินได้เฉียบขาดอยู่ตลอดเวลานั่นก็คือ ต้องดูว่าที่ดินแปลงนั้นปลายทางจะเอาไปทำอะไร คุณหมวยจะไม่ซื้อไว้เพื่อเก็งกำไร แต่ดูว่าจะเอามาพัฒนาเป็นอะไรได้มากกว่า ถึงไม่มีคนมาซื่้อต่อ คุณหมวยก็สามารถเอาที่ตรงนั้นไปทำประโยชน์ได้ทันที

จนถึงปัจจุบัน คุณหมวยก็สามารถคว้าปริญญาตรีมาไว้ครอบครองได้จนสำเร็จ และเมื่อถามว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณหมวย ไม่หวั่นไหวไปกับสภาพแวดล้อมที่ไม่ค่อยดีในวัยเด็กไปได้ สิ่งที่คุณหมวยตอบกลับมาก็คือ “คงเป็นเพราะพี่ทำงานตั้งแต่เด็ก อยู่แต่กับงาน เพิ่งจะได้ดูหนังกับแฟนครั้งแรกก็ปาเข้าไปตอนอายุ 20 แล้ว”

ลองคิดดูเล่น ๆ ว่าถ้าหากคุณต้องเจอกับปัญหาที่บ้านส่งให้เรียนถึงแค่ม.2 แม้จะอยากเรียนต่อมากแค่ไหน ต้องเลี้ยงน้องอีก 5 คน ทำงานตั้งแต่อยู่ประถม ขับรถบรรทุกตั้งแต่อายุไม่เท่าไหร่ เอาแค่ปัญหาเดียวก็พอ คุณจะรับมือกับมันไหวไหม?

แต่ทั้งหมดที่พูดมานี้ คือสิ่งที่คุณหมวยเคยผ่านมาแล้วทั้งนั้น และเป็นแค่พาร์ทเดียวของอุปสรรคต่าง ๆ ที่เธอเคยพบเจอมา เพราะถ้าจะให้เล่าทุกรายละเอียด ใช้เวลา 3 วัน 7 วันก็คงยังไม่จบ

แม้เส้นทางที่ผ่านมาของคุณหมวยจะเคยเต็มไปด้วยดินลูกรัง แต่เราเชื่อว่าด้วยความพยาม ที่ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคและโชคชะตาของเธอ ก็คงจะปลี่ยนจากดินลูกรัง ไปเป็นกลีบกุหลาบได้อย่างแน่นอน

ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ต้องเชื่อว่าก็ได้เนอะ เพราะที่เห็นอยู่ ก็ประสบความสำเร็จ จนไม่รู้จะประสบความสำเร็จยังไงแล้ววว!

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer