อังกฤษ เกิดอะไรขึ้น ทำไมหลายเมืองเริ่มประกาศล้มละลายแล้ว
Source: Financial Times
ข่าวใหญ่ส่งท้ายปี 2023 เรื่องหนึ่งคงหนีไม่พ้นเรื่องที่เมือง Birmingham เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอังกฤษประกาศ ล้มละลาย! เมื่อเจอปัญหาการเงินรุมเร้าทำให้สภาเมือง Birmingham ต้องออกประกาศมาตรา 114 ซึ่งเป็นประกาศฉุกเฉินมีขอบเขตอำนาจในการระงับการใช้จ่ายทั้งหมด ยกเว้นบริการที่จำเป็น เช่น การศึกษา ที่อยู่อาศัย การดูแลสังคม การเก็บขยะ และการบำรุงรักษาถนน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบริการทางสังคมที่จำเป็น นั่นแปลว่าอะไรที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนห้ามมีการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อการนั้นเด็ดขาด
เมื่อเกิดการลุกลามของวิกฤตการเงินในหลาย ๆ เมืองของอังกฤษ ที่ได้มีการประกาศล้มลายไปก่อนหน้านี้ ทำให้ปัญหาดังกล่าวเป็นที่พูดถึงและถูกจับตามองทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับอังกฤษ หรือมีอะไรที่ถูกปกปิด และถึงเวลาที่ฐานะการเงินของหลาย ๆ เมืองมาถึงทางตัน สภาเมืองจึงประกาศล้มละลาย บทความนี้เราจะพาผู้อ่านไปขุดค้นรากของปัญหาว่าอะไรที่พาอังกฤษมาถึงจุดนี้ได้ และอังกฤษจะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้อย่างไร
6 เมืองประกาศล้มละลาย
คนที่ไม่ได้ติดตามข่าวอาจจะไม่รู้ว่า Birmingham ไม่ใช่เมืองแรกของอังกฤษที่ประกาศล้มละลาย แต่มีถึง 6 เมืองก่อนหน้านี้ที่สภาเมืองตัดสินใจออกมาประกาศว่าเมืองของตัวเองในอยู่สถานะ “ล้มละลาย” เราไปไล่เลียงว่าแต่ละเมืองที่ล้มละลายมีสาเหตุหลัก ๆ มาจากอะไร
Northamptonshire: The Telegraph
สภาเมือง Northamptonshire เป็นสภาเมืองแห่งแรกในอังกฤษที่ประกาศล้มละลายในรอบกว่าสองทศวรรษ
สภาเมืองแห่งนี้บริหารงานโดยพรรคอนุรักษนิยม ในด้านการบริหารเมืองนี้มีจุดเด่นในเรื่องการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ และมีการเก็บภาษีท้องที่ในอัตราที่ต่ำ และราคาที่อยู่อาศัยที่ไม่แพง
แต่เมื่อจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น การใช้วิธีการบริหารแบบข้างต้นกลับได้ผลลัพธ์แบบตรงกันข้าม เพราะงบประมาณในการดูแลบริการสาธารณะก็สูงขึ้นมากเป็นเงาตามตัว
หลังประกาศล้มละลายในปี 2021 สภาและเจ็ดเขตที่อยู่ภายใต้สภาก็ถูกยุบและจัดระเบียบใหม่เป็นหน่วยงานที่แยกออกจากกันกลายมาเป็น นอร์ทแธมตันเชียร์เหนือและนอร์ทแธมตันเชียร์ตะวันตก
Hackney (2000): Source
ในปี 2000 ฝ่ายบริหารของสภาในเมือง Hackney ที่บริหารงานโดยพรรคแรงงานได้ออกมาประกาศว่าสภาไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะใช้จ่ายตามข้อผูกพันด้านการใช้จ่ายตามกฎหมาย นั่นหมายถึง การประกาศล้มละลาย
โดยต่อมามีรายงานว่า มีการบริหารจัดการงบประมาณที่ผิดพลาด และ “งบประมาณไม่เพียงพอ”
นายกสภาถูกกล่าวหาว่าปกปิดต้นทุนการบริการที่แท้จริงจากสมาชิกสภา โดยสัญญาเก็บขยะมูลค่า 5 ล้านปอนด์ถูกพบว่าแท้จริงแล้วมีมูลค่ามากกว่าที่ระบุถึง 2 เท่า
Slough (2021): Wikipedia
สภาเมือง Slough Borough ซึ่งบริหารงานโดยพรรคแรงงาน ได้ประกาศล้มละลายในเดือนกรกฎาคมปี 2021 หลังจากพบว่ามีช่องโหว่ในงบดุลจำนวนกว่า 100 ล้านปอนด์ แต่การตรวจสอบโดยบริษัทตรวจสอบบัญชี Grant Thornton ในภายหลังพบว่าแท้จริงแล้วหนี้สินของเมืองนี้มีมูลค่าสูงถึง 760 ล้านปอนด์
Steven Mair หัวหน้าเจ้าหน้าที่การเงินคนใหม่ของเมือง Slough สรุปสาเหตุการล้มเหลวทางการเงินนี้เกิดจากการขาดผู้นำที่ดีและขาดการจัดการที่มีคุณภาพที่ไม่เพียงพอมาหลายปี
แนวทางการแก้ปัญหาของเมืองนี้ คือ สภาเมืองให้สัญญาว่าจะเพิ่มการเก็บภาษีท้องที่และขายสินทรัพย์มูลค่า 600 ล้านปอนด์เพื่อใช้หนี้
Thurrock (2022): BBC
เมือง Thurrock ได้ยื่นประกาศตามมาตรา 114 ในเดือนธันวาคม 2022 หลังจากเปิดเผยว่ามีช่องโหว่ทางการเงิน (ตัวเลขในงบดุลติดลบ หรือหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน) จำนวน 469 ล้านปอนด์
ความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงทางการเงินของสภา ซึ่งดำเนินงานโดยพรรคอนุรักษนิยมมีมาตั้งแต่ปี 2018
โดย Sean Clark อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการเงินของสภาถูกกล่าวหาว่ามีส่วนอย่างมากต่อการขาดทุน โดยเขาให้อนุมัติการกู้ยืมเงินจากหน่วยงานท้องถิ่นอื่นเพื่อชำระหนี้การลงทุนเชิงพาณิชย์ที่มีความเสี่ยง อย่างการลงทุนในโซลาร์ฟาร์ม
และการตรวจสอบในภายหลังพบว่าเขาตัดสินใจลงทุนในสิ่งที่มีความเสี่ยงสูงโดยไม่มีการกำกับดูแลเลย นโยบายการลงทุนของสภาเมือง Thurrock ถูกระงับในเดือนกันยายนปี 2020 ก่อนที่เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลจะเข้าดูแลปัญหาการเงินของเมืองนี้ในอีก 2 ปีต่อมาเพื่อควบคุมการใช้จ่าย
เมือง Thurrock ถูกนำเข้าสู่การพิจารณามาตรการพิเศษและต้องขอเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางจำนวน 636 ล้านปอนด์หลังจากหนี้สินเพิ่มขึ้นเป็น 1,500 ล้านปอนด์
Croydon (2022): Croydon Digital
สภาเมือง Croydon ตั้งอยู่ทางทางตอนใต้ของ London ประกาศล้มละลายภายใต้การบริหารงานของพรรคอนุรักษนิยม ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2022 โดยก่อนหน้านี้เมือง Croydon ได้เคยประกาศล้มละลายมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2020
การประกาศล้มละลายในครั้งแรกของพวกเขามาจากสาเหตุที่ไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงและการใช้จ่ายเกินตัวสำหรับการบริการทางสังคม ซึ่งนำไปสู่การช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐบาลจำนวน 120 ล้านปอนด์
ก่อนหน้านี้ในปี 2013 มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับการตัดสินใจของสภาเมืองในการก่อสร้างสำนักงานแห่งใหม่ที่พวกเขามีการจ่ายค่ารับเหมาก่อสร้างเป็นจำนวนมากกว่าราคาตลาด โดยอาคารสำนักงานของสภาแห่งใหม่มีมูลค่า 144 ล้านปอนด์ เพียบพร้อมไปด้วยร้านค้าปลีกสมัยใหม่มูลค่ากว่า 53 ล้านปอนด์ที่สภาเคยไปซื้อไว้เมื่อช่วงปี 2018 แต่กลับไม่สามารถสร้างรายได้ตามที่สภาเคยรับปากไว้ว่าจะสามารถทำรายได้ที่ 1.4 ล้านปอนด์ต่อปีได้
Woking (2023): LBC
ก่อนหน้าที่เมือง Birmingham จะประกาศล้มละลาย สภาเมือง Woking เป็นสภาเมืองล่าสุดที่ประกาศล้มละลาย
นายกสภาเมืองในขณะนั้นคือ Lee Rowley เคยถึงขั้นกล่าวว่าสภาเมืองแห่งนี้เป็น “สภาเมืองที่มีหนี้สินมากที่สุด” เมื่อเทียบกับสภาเมืองในอังกฤษที่มีขนาดใกล้เคียงกัน โดยเมือง Woking ได้รับการคาดการณ์ว่ามีหนี้สินจำนวนกว่า 1,900 ล้านปอนด์ และมีโอกาสจะเพิ่มขึ้นเป็น 2,500 พันล้านปอนด์ในปี 2024-2025
หนี้สินส่วนใหญ่ของเมืองนี้เกิดขึ้นภายใต้การบริหารงานก่อนหน้าและถูกกล่าวหาว่ามาจากการลงทุนที่น่าสงสัยต่าง ๆ รวมถึงการลงทุนในโรงแรม Hilton โดยหลังจากการประกาศล้มละลาย รัฐบาลกลางของอังกฤษก็ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลเรื่องการเงินและพบว่า สภาเมืองนั้นมีการบันทึกที่ไม่เหมาะสม หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ อาจมีการตกแต่งบัญชีเกิดขึ้นจนนำมาสู่ความเสียหายครั้งใหญ่
สาเหตุของการล้มละลายของหลายเมืองใน อังกฤษ
Source: Common Library
นับตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมาสภาของแต่ละเมืองในอังกฤษประกาศล้มละลายไปแล้วกว่า 6 เมือง โดยที่เมือง Birmingham เป็นเมืองอันดับ 7 ที่ประกาศล้มละลาย ซึ่ง Birmingham ถือได้ว่าเป็นหน่วยงานท้องถิ่น (สภาเมือง) ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 1 ของยุโรป ดังนั้น มีคำถามเกิดขึ้นตามมาแน่นอนว่าพวกเขาล้มได้ยังไง
สาเหตุหลัก ๆ ต้องบอกว่าสภาเมืองหลาย ๆ แห่งมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก บวกกับการบริหารจัดการทางการเงินที่ผิดพลาดทำให้เกิดปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน และนำมาสู่การประกาศล้มละลายในที่สุด
ถ้ายกตัวอย่างล่าสุดเมือง Birmingham พวกเขาต้องใช้เงินกว่า 760 ล้านปอนด์เพื่อจัดการกับปัญหาแรงงานหญิงเรียกร้องค่าจ้างที่เท่าเทียมกับแรงงานชาย ในขณะที่เมือง Thurrock เจอปัญหาในการลงทุนด้านพลังงานแสงอาทิตย์เกินความจำเป็น
ดังนั้น เราจึงสรุปสาเหตุหลัก ๆ ที่หลาย ๆ เมืองในอังกฤษประสบปัญหาด้านการเงินที่คล้ายกันจนต้องประกาศล้มละลาย
ต้นทุนและเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น
สภาเมืองในอังกฤษหลาย ๆ แห่งต้องเผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสำหรับบริการสาธารณะที่จำเป็น เช่น การดูแลกลุ่มคนเปราะบาง การสนับสนุนการศึกษา และการจัดการขยะ และยิ่งมีเรื่องอัตราเงินเฟ้อเข้ามา (อัตราเงินเฟ้อของอังกฤษสำรวจล่าสุดในเดือนตุลาคม 23 อยู่ที่ 4.6%) ยิ่งทำให้แรงกดดันเหล่านี้รุนแรงขึ้นไปอีกและส่งผลให้กำลังซื้อของงบประมาณลดลง
การลดเงินทุนสนับสนุนของรัฐบาลกลาง
เงินทุนสนับสนุนกิจการทั่วไปของรัฐบาลกลางที่จะต้องส่งมาให้หน่วยงานท้องถิ่นมีการปรับลดลงอย่างแท้จริงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยรัฐบาลหันไปใช้โมเดลให้ท้องถิ่นมีการพึ่งพาตัวเองมากขึ้นโดยอนุญาตให้สภาเมืองสามารถจัดเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้น ซึ่งสร้างความตึงเครียดให้กับความสามารถของสภาในการที่จะทำตามเงื่อนไขนี้
หลายคนในหน่วยงานท้องถิ่นของอังกฤษ รวมถึงเจ้าหน้าที่บางคนในสภาเมือง Notthingham โทษไปที่การเปลี่ยนแปลงนโยบายการให้เงินสนับสนุนหน่วยงานท้องถิ่นที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2013 ที่รัฐบาลกลางจะให้เงินทุนสนับสนุนแก่สภาจำนวนเท่าใดดี
ในตอนนั้นนายกรัฐมนตรีจอร์จ ออสบอร์น ก็ได้ตัดสินใจลดงบประมาณดังกล่าวลง และประกาศอนุญาตให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถเรียกเก็บภาษีบำรุงท้องที่และภาษีธุรกิจในอัตราที่สูงขึ้นได้
นโยบายเหมือนจะดีที่ให้หน่วยงานท้องถิ่นพึ่งพาตนเอง แต่ในบางพื้นที่ ที่มีเศรษฐกิจดีกว่าผู้คนมีรายได้ตัวหัวสูงกว่า ก็เป็นธรรมดาที่เมืองเมืองนั้นจะสามารถเก็บภาษีได้มากกว่าเมืองเล็ก ๆ ที่ยังไม่เจริญมาก
สุดท้ายในหลาย ๆ พื้นที่ก็ล้มเหลว แม้กระทั่งจะเก็บภาษีบำรุงท้องที่ที่ก็ไม่ได้เยอะแยะมากมายอะไรก็ยังเก็บได้น้อยเลย เนื่องจากความเป็นอยู่ที่ยากลำบากของผู้คนในเมืองนั้นไม่ได้จะเอื้อให้เก็บภาษีได้มากอยู่แล้ว และสุดท้ายที่รัฐบาลมุ่งหวังจะให้หน่วยงานปกครองท้องถิ่นเก็บภาษีธุรกิจในอัตรา 100% ก็ล้มเหลว
วิกฤตผู้อยู่อาศัยที่ไม่สามารถจ่ายได้
ราคาบ้านที่แพงขึ้นในอังกฤษ (และทั่วยุโรป) ส่งผลให้ความต้องการบ้านเอื้ออาทร (ที่อยู่อาศัยที่รัฐเป็นผู้จัดสรรให้) ของผู้คนที่อยู่อาศัยในเมืองนั้นเพิ่มมากขึ้น และภาระการให้บริการสนับสนุนคนไร้บ้านก็เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้การเงินและงบประมาณของสภามีความตึงเครียดเป็นอย่างมาก
การจัดการทางการเงินที่ผิดพลาดในอดีต
สภาบางแห่งเคยทำการตัดสินใจทางการเงินที่ไม่ดีในอดีต ซึ่งนำไปสู่หนี้สะสมและการขาดดุลที่ไม่ยั่งยืน ยกตัวอย่างเช่นเมือง Thurrock ที่อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการเงินมีส่วนในการตัดสินใจผิดพลาดที่ไปลงทุนในโซลาร์ฟาร์ม โดยไม่ได้มีการพิจารณาให้รอบคอบถึงความเสี่ยงและผลกระทบที่จะตามมาในกรณีที่การลงทุนดังกล่าวไม่ได้นำมาซึ่งผลตอบแทนจากการลงทุน
การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
ที่อังกฤษจำนวนประชากรสูงวัยกำลังเป็นความท้าทายใหม่ของรัฐบาลที่สร้างความกังวลให้กับรัฐบาล โดยประชากรในอังกฤษจำนวนเกือบ 11 ล้านคน เป็นประชากรที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป โดยคิดเป็น 19% ของประชากรทั้งหมด การเปลี่ยนแปลงของสังคมผู้สูงอายุนั้นเกิดขึ้นทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่อังกฤษ
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาจำนวนผู้ที่มีอายุเกิน 65 ปีในอังกฤษเพิ่มขึ้นมากกว่า 400,000 คน โดยมีการคาดการณ์ว่าตัวเลขนี้จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ และจำนวนผู้ที่มีอายุมากกว่า 85 ปีจะเพิ่มขึ้นสองเท่าเป็น 2.6 ล้านคนใน 25 ปีข้างหน้า ประชากรสูงวัยที่เพิ่มมากขึ้นนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายในด้านสาธารณะที่มากขึ้น เช่น ค่ารักษาพยาบาล เงินบำนาญเมื่อถึงวัยชรา และอาจจะรวมไปถึงบริการสาธารณะ เช่น ขนส่งมวลชนสำหรับผู้สูงอายุ บ้านพักคนชรา ซึ่งทั้งหมดล้วนใช้เงิน และตอนนี้กำลังทำให้ภาวะทางการคลังของสภาแต่ละเมืองสั่นคลอน
ความไม่เท่าเทียมกันในสูตรการระดมทุนในท้องถิ่น
อย่างที่ได้เกริ่นไปว่าในปี 2013 อังกฤษได้เปลี่ยนมาใช้สูตรการหาเงินของท้องถิ่น และในปัจจุบันสำหรับหน่วยงานท้องถิ่นอาจไม่สะท้อนความต้องการและต้นทุนที่แตกต่างกันอย่างเพียงพอในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งนำไปสู่ความไม่เท่าเทียมกันในการจัดสรรทรัพยากร
อำนาจในการหารายได้ที่จำกัด
สภามีความสามารถจำกัดในการเพิ่มรายได้เพิ่มเติมผ่านภาษีท้องถิ่น ทำให้พวกเขาต้องพึ่งพาเงินทุนจากรัฐบาลกลางมากขึ้นและมีความเสี่ยงที่จะถูกลดงบประมาณ
ขาดการวางแผนทางการเงินระยะยาว
สภาบางแห่งประสบปัญหากับการวางแผนทางการเงินระยะสั้น โดยไม่สามารถคาดการณ์และเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคตได้อย่างเพียงพอ
การสนับสนุนจากรัฐบาลไม่เพียงพอสำหรับบางเมืองที่สภากำลังเดือดร้อน
รัฐบาลกลางถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ให้การสนับสนุนอย่างเพียงพอแก่สภาที่ประสบปัญหาทางการเงิน ส่งผลให้สภาบางแห่งถึงขั้นล้มละลาย
ผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19
สืบเนื่องมาตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้เกิดความต้องการในบริการสาธารณะที่เพิ่มขึ้นและรวมไปถึงรายได้จากธุรกิจและกิจกรรมในท้องถิ่นก็ลดลง สภาท้องถิ่นก็เก็บภาษีได้น้อยลงส่งผลลุกลามยาวมาจนถึงปัจจุบัน ถึงขั้นทำให้การเงินของสภาเมืองหลายแห่งในอังกฤษตึงเครียดมากขึ้น
ผลกระทบจากการล้มละลายของเมือง
อย่างที่ต้นบทความได้มีการพูดถึงว่าหากสภาเมืองที่ออกมาประกาศล้มละลายออกมาตรา 114 นั้นหมายถึงว่าถึงแม้สภาจะสั่งให้หยุดใช้จ่ายเงินกับสิ่งอื่น ๆ ทั้งหมดเพื่อทำให้งบดุลดีขึ้น แต่สำหรับการใช้จ่ายในด้านการบริการสาธารณะที่จำเป็นต่อพื้นฐานการดำรงชีพตามกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป
มาตรา 114 ของพระราชบัญญัติรัฐบาลท้องถิ่นปี 2003 ของอังกฤษได้กำหนดให้สภาเมืองต้องออกประกาศเมื่อไม่สามารถดำเนินการตามภาระผูกพันทางการเงินได้ โดยประกาศดังกล่าวจะระบุถึงวิธีการที่สภาเมืองจะต้องดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาทางการเงิน
โดยปกติแล้วการที่สภาเมืองประกาศตามมาตรา 114 มักเป็นสัญญาณบ่งบอกปัญหาทางการเงินที่ร้ายแรงของสภาเมือง สภาเมืองที่ประกาศมาตรา 114 จะต้องหยุดการใช้จ่ายใหม่ทั้งหมด ยกเว้นการใช้จ่ายที่จำเป็นเพื่อปกป้องบุคคลที่เปราะบางและให้บริการทางกฎหมาย บริการเหล่านี้รวมถึงการดูแลสุขภาพ การศึกษา และการรักษาความปลอดภัย
แต่จากคำให้สัมภาษณ์ของ Clive Betts ประธานคณะกรรมการคัดเลือกคณะกรรมการพิเศษของสภาสามัญแห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งดำเนินการสอบสวนเรื่องการเงินของสภา ต่อ Sky News ระบุถึงความน่าเป็นห่วงว่า
“ก่อนที่จะถึงจุดนั้น (จุดที่เมืองล้มละลาย) และแม้ว่าคุณจะไม่ต้องการความช่วยเหลือในเรื่องการดูแลหรือที่อยู่อาศัยก็ตาม ผู้อยู่อาศัยจะรู้สึกถึงผลกระทบของหน่วยงานท้องถิ่นที่ประสบปัญหาทางการเงิน”
“คนส่วนใหญ่ต้องการให้ถนนของพวกเขาสะอาดสะอ้านและไม่ขรุขระ ขยะในถังถูกเทศบาลเก็บไปให้สะอาดเรียบร้อย สวนสาธารณะเปิดให้บริการและน่าไปใช้บริการ และมีบริการรถโดยสารประจำทาง แต่พวกเขา (ประชาชน) กำลังพบว่าพวกเขากำลังจ่ายภาษีให้สภาเมืองเพิ่มขึ้นทุกปี แต่กลับได้รับบริการสาธารณะที่ดีน้อยลงเรื่อย ๆ”
“ผู้คนเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ประชาชนหลายคนพูดกับผมว่า พวกเขาจ่ายมากขึ้นแต่ได้รับบริการที่น้อยลง และนี่คือเรื่องจริงที่กำลังเกิดขึ้นกับอังกฤษ”
และหากสภาล้มละลาย บริการเหล่านี้อาจเป็นทางเลือกแรก ๆ ที่สภาอาจจำเป็นที่จะต้องลดงบประมาณสนับสนุนลงเพราะมันช่วยประหยัดเงินได้ ซึ่งก็อาจจะหมายถึง ห้องสมุดถูกปิด หญ้าในสวนสาธารณะไม่ได้ถูกตัด บริการวางแผนลดลง เจ้าหน้าที่ตรวจสุขภาพสิ่งแวดล้อมถูกจ้างซ้ำซ้อน”
“แต่อย่างไรก็ตาม สภาเมืองยังคงต้องให้บริการตามกฎหมายต่อไป ดังนั้น บริการสาธารณะตามกฎหมายที่เหลือ (ที่ไม่ถูกตัด) จะถูกบีบให้ลดงบหนักขึ้น และอาจพบว่าภาษีของสภาจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะเมื่อคณะกรรมาธิการเข้ามาช่วยสะสางปัญหาด้านการเงินหลังจากที่มีการประกาสตามมาตรา 114 ก็เป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจจะต้องขยับอัตราการเก็บภาษีให้สูงขึ้นกว่าในระดับที่สภาเมืองได้กำหนดไว้ก่อนหน้านี้”
มาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลอังกฤษ
รัฐบาลกลางของสหราชอาณาจักรยังไม่ได้มีการประกาศการให้ความช่วยเหลือทางการเงินอย่างเป็นทางการกับสภาทั้ง 7 ที่ประสบปัญหาทางการเงิน แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณไว้ใช้ในปีนี้และปีหน้ามากขึ้นเพื่อรองรับผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังจากการประกาศล้มละลาย โดย ณ ตอนนี้สภาบางแห่งได้มีการนำเงินสำรองมาใช้จ่ายสำหรับบริการสาธารณะตามที่กฎหมายกำหนด
สมาคมรัฐบาลท้องถิ่น (The Local Government Association: LGA) ซึ่งเป็นตัวแทนของหน่วยงานท้องถิ่นที่ได้รับการเลือกตั้งเกือบทั้งหมดของอังกฤษจำนวน 317 แห่ง ได้มีการเรียกร้องให้นาย Jeremy Hunt รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จัดหาเงินทุนเพิ่มเติมในการปรับปรุงงบประมาณในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของรัฐบาล ในขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นเก็บภาษีสภาเพื่อให้บริการต่าง ๆ รวมถึงการเก็บขยะ อัคคีภัยและความปลอดภัยสาธารณะ ห้องสมุด และการดูแลสังคม
LGA เน้นย้ำว่าการขึ้นภาษีของสภาไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่เป็นไปได้ในการระดมเงินงบประมาณให้ได้มากขึ้นในช่วงวิกฤตค่าครองชีพแบบนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ทาง LGA ก็ได้มีการเรียกร้องให้สภาท้องถิ่นจำเป็นที่จะต้องมีเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขช่องว่างทางการเงินที่กำลังขยายตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ และอาจจะส่งผลต่อการลดการให้บริการในเมืองต่าง ๆ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นทำให้ปัญหาการขาดแคลนเงินทุนที่มีอยู่ยิ่งแย่ลงไปกันใหญ่
อ้างอิง
–
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /

