ใช่ว่าขณะนี้ความคลั่งไคล้ของคนไทยต่อคอนเทนต์จะมีเพียงเกาหลี จีน หรือญี่ปุ่น อย่างเดียวเท่านั้น เเต่กระเเสอินเดียที่อาจไม่หวือหวา เเต่กล่าวได้ว่า ซึมลึก ติดตามอยู่เหมือนเงาข้างตัว

ฉากเเต้มสีสัน บรรยากาศครื้นเครง เสียงดนตรีเพลงบรรเลงครึกครื้น คืออินเนอร์ของละครอินเดียที่อยู่ในภาพจำของคนไทย แม้กระเเสอินเดียในไทยจะไม่ฟีเวอร์เท่าเกาหลี หรือจีน เเต่ละครอินเดียเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้หญิงวัยกลางคนอย่างมาก ด้วยเนื้อหาแฟนตาซีน่าติดตาม มีจำนวนตอนที่ยาว รับชมได้เรื่อย ๆ ฆ่าเวลาได้ดี จึงไม่ใช่เรื่องเเปลกอะไรที่มักจะเห็นคนเปิดละครอินเดียคลอขณะทำงาน ขายอาหาร หรือตามร้านโชห่วย

อย่างในตอนนี้ กระเเสของเรื่อง “Congrats My Ex!” จากทีมผู้สร้าง Benetone films ที่นำเเสดงโดยเบลล่าเเละไบร์ท วชิรวิชญ์ ฉายบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง Prime Video ก็กำลังถูกพูดถึงกันในโลกออนไลน์ค่อนข้างมาก เพราะพัดพากลิ่นอายอินเดียมาอยู่ในภาพยนตร์ไทย กลับมาปลุกความชื่นชอบในวัฒธรรมอินเดียที่มีอยู่เเล้วในตัวคนไทย

ซึ่งพักหลังการมีเเพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเข้ามา ก็ช่วยให้คอนเทนต์อินเดียเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ในไทยได้ง่ายมากขึ้น ดังเห็นได้จากกระเเสที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งคังคุไบ ที่คนแต่งตัวโคฟเวอร์กันทั่วเมืองไทย  รวมไปถึงช่องทางสื่อโทรทัศน์ก็นำซีรีส์อินเดียมาฉายบ่อยเช่นกัน ด้วยเพราะสามารถจับตลาดเเมสได้ดี เป็นเรื่องราวครอบครัว ชีวิตการเเต่งงาน เเม่สามี-ลูกสะใภ้ ซึ่งรีเลทกับกลุ่มคนส่วนใหญ่มากกว่า  ไม่เหมือนเกาหลีหรือจีนที่เนื้อหาเจาะกลุ่มวัยรุ่น

คนไทยชอบคอนเทนต์อินเดีย เพียงเเต่กระเเสอาจไม่กระโตกกระตาก

หมายความว่า คอนเทนต์บันเทิงอินเดียนั้นค่อนข้างถูกจริตผู้ชมไทย เพราะมีพลอตใกล้เคียงกับละครไทย ดูง่าย ไม่ซับซ้อน เเละวัฒนธรรมที่น่าหลงใหล ตกชาวไทยเข้าด้อมภารตะได้ไม่ยาก

เพราะอินเดียมีประเด็นที่หยิบมาเล่นได้หลากหลาย เพราะเป็นประเทศที่อัดเเน่นไปด้วย story ทั้งด้านศาสนา พิธีกรรมความเชื่อ เทศกาล ขนบธรรมเนียมประเพณี

ภาพยนตร์-ละครไทย ที่โดดเด่นเป็นกระเเสอยู่ในตอนนี้ ที่นำความเป็นอินเดียมาขาย

ช่วงไม่กี่ปีมานี้ สังเกตได้ว่าละครไทยนำเอาเอกลักษณ์อินเดียมาสร้างเป็นพลอตหลายเรื่อง ที่เด่นชัดคือ “สิเน่หาส่าหรี” ทางช่องวัน ที่อ้างอิงฉากเป็นเมืองมันตราปุระ  มี Motif เด่น ๆ คือ ผ้าส่าหรี เครื่องนุ่งห่มอันล้ำค่าของสตรีอินเดีย ที่มักจะเก็บไว้ส่งต่อให้ทายาท เครื่องแต่งกายที่ซ่อนความเชื่อ แฝงธรรมเนียมของคนอินเดีย นำมาต่อยอดสร้างปมของเรื่องได้อย่างดี

เช่นเดียวกับเรื่อง “บุหงาส่าหรี” ของช่องเดียวกัน ก็ได้ใช้ผ้าส่าหรี มาเป็นตัวขมวดปมเรื่อง แต่เลือกพื้นหลังตัวละครเป็นสาวลูกครึ่งไทย-มลายู แต่ส่าหรีของชาวมลายูก็ได้รับอิทธิพลมาจากอินเดีย

หรืออย่างล่าสุด ภาพยนตร์ไทยเรื่อง “Congrats My Ex!” บน Prime Video ที่เล่าเรื่องโดยผสมผสานความเป็นอินเดียเข้าไว้ในภาพยนตร์ไทย  ผ่านการยกเอาประเด็นงานเเต่งของคนอินเดีย ที่ต้องจัดงานยิ่งใหญ่ 3 วัน 3 คืน หรือตลอดทั้งสัปดาห์ก็มี เพื่อแสดงฐานะให้ได้มากที่สุด ซึ่งน่าสนใจในสายตาชาติอื่น

เเละข้อเท็จจริงคือชาวอินเดียที่มีฐานะชื่นชอบที่จะมาจัดงานแต่งงานในไทย ด้วยการซื้อเเพ็กเกจงานเเต่งผ่านเอเจนซี  ตรงกับตัวละครเอกในหนังที่เป็นเจ้าของบริษัทจัดงานแต่งในไทย  เนื่องจากค่าเช่าโรงเเรมเมื่อคำนวณเเล้วในไทยดูจะคุ้มค่ากว่ามาก สถานที่ก็มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งเเต่วิวหลักหมื่นไปจนถึงวิวหลักล้าน ประเด็นนี้ก็กลายมาเป็นธีมหลักเล่าผ่านภาพยนตร์ได้อย่างน่าประทับใจ

 

ไม่เพียงเท่านั้น ละครอินเดียโดยเเท้ ยังขายได้ ดึงเรตติ้ง ให้กับช่องทีวีด้วย

โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ กระแสความนิยมของซีรีส์อินเดียมากขึ้นมหาศาล กลายเป็นแม่เหล็กของช่องทีวีดิจิทัลไปแล้ว ละครอินเดียถูกนำมาฉายในไทยจำนวนไม่น้อย มากกว่าซีรีส์เกาหลีเเละจีน  อีกทั้งได้ช่วงเวลาฉายเป็น prime time อีกด้วย เช่น ซีรีส์ดราม่าแฟนตาซี “นาคิน” ทางช่อง 3, “กำเนิดรามเกียรติ์” ช่อง 7, พระศิวะ  ฉายตอนเย็นวันศุกร์ ช่อง 5, พระพิฆเนศ ช่อง  ThaiPBS, ตรีมูรติ, ดูลลันรักข้ามภพ, มหาภารตยุทธ์ ทางช่อง 3, อโศกมหาราช-พระพุทธเจ้า ทางช่อง 23 ซึ่งทั้งหมดก็กวาดเรตติ้งขึ้นอันดับหนึ่งให้แก่ช่องได้เป็นอย่างดี

FYI : ทำไมหนังอินเดียต้องเต้น

จะเห็นว่าลายเส้นของความเป็นหนังอินเดีย  คือการรวมกลุ่มเต้นอย่างสนุกสนาน เสียงดนตรีปลุกให้ผู้ชมออกสเต็ปตามไปด้วย เเม้จะเป็นหนังที่เล่าย้อนกลับไปนับสองพันปีก่อนก็ตาม   ตัวละครในเรื่องก็ถือเครื่องดนตรีประจำตัวไว้บรรเลงสำหรับร้องรำทำเพลงแล้ว  แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่ซึมลึกอยู่ใน DNA ของชาวอินเดีย เช่นเดียวกับเวลาที่เราชมเรื่ององค์บาก ก็หวังจะได้เห็นฉากออกแม่ไม้มวยไทย ขี่ช้าง รำไทย การเต้นรำฮัมเพลงในภาพยนตร์อินเดียก็เช่นกัน  การเต้นกลายเป็นความโดดเด่นในสายตาของผู้ชมไปแล้ว 

เเละปัจจุบันหนังอินเดียไปไกลมากกว่านั้นเเล้ว  เเละพยายามจะฉีกขนบออกไปทำเเนวใหม่ ไม่ให้ซ้ำซาก ซึ่งต้องยอมรับว่าทีมโปรดักชันทำออกมาได้ดีทีเดียว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอุตสาหกรรมบันเทิงอินเดียมีบริษัทระดับโลกเข้าไปลงทุนเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่าง ซีรี่ส์ฟอร์มยักษ์ Prithvi Vallabh ได้รับการสนับสนุนจาก SONY ที่ได้เข้าไปเปิดสตูดิโอทำเกมส์ออนไลน์ในอินเดีย   เป็นทีมที่อยู่เบื้องหลังซีรีส์ ทำให้ CG ในเรื่องออกมาดีมาก ยกระดับละครอินเดียไปไกลขึ้นอีก

หรือเรื่อง RRR ก็กวาดรางวัลเเละคำชมไปมหาศาล เชิดหน้าชูตาหนังเอเชียท่ามกลางการเเข่งขันระดับโลกได้อย่างภาคภูมิ  ตลอดจน Jawan หนังเเอคชันที่ถูกพูดถึงตลอดครึ่งปีหลังนี้ ก็สร้างรายได้เข้าประเทศอินเดียแบบถล่มทลาย

ความสัมพันธ์ไทย-อินเดีย

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอินเดีย มีความราบรื่นและใกล้ชิดด้านวัฒนธรรม เริ่มมาแต่โบราณ โดยในรัชสมัยพระเจ้าอโศก-มหาราช ได้มีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้ามาในดินแดนสุวรรณภูมิ  มรดกทางวัฒนธรรมและประเพณีของไทยจึงได้รับอิทธิพลมาจากอินเดีย ทั้งทางศาสนา ภาษา วรรณกรรม และศิลปะแขนงต่าง ๆ (ที่เด่นชัดคือชื่อเต็มของคนไทยกับอินเดียเหมือนกันมาก เพราะใช้ชื่อที่มาจากภาษาบาลีสันสกฤต)

นอกจากนั้น ไทยยังดำเนินนโยบายมุ่งตะวันตก (Look West Policy) ให้ความสำคัญกับอินเดีย ในฐานะมหาอำนาจและเป็นตลาดการค้าที่มีศักยภาพมากที่สุดในเอเชียใต้ ♦


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer