ตระกูลโตทับเที่ยง เปิดคำพิพากษาธุรกิจครอบครัวเจ้าของปลากระป๋อง ปุ้มปุ้ย

ในที่สุด คดีกงสีหรือธุรกิจของครอบครัวตระกูล “โตทับเที่ยง”  เจ้าของอาณาจักรปลากระป๋องปุ้มปุ้ย ที่มี สุธรรม โตทับเที่ยง พี่ชายคนโตของตระกูล กับพวก 9 คน ยื่นฟ้องสุรินทร์ โตทับเที่ยง (น้องชายอีกคน) กับพวกรวม 5 คน ต่อศาลแพ่งธนบุรี เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2559

ข้อหา กรรมสิทธิ์รวม เรียกทรัพย์คืน ขอแบ่งทรัพย์ (กงสี) 

วันนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาตัดสินแล้ว 

สรุปผลคำพิพากษาของศาลในธุรกิจของครอบครัวหรือกงสี ตระกูลโตทับเที่ยง

 

ศาลชั้นต้นพิพากษา ลงวันที่ 20 มีนาคม 2561

พิพากษาให้จำเลยทั้ง 6 คน ที่ถือกรรมสิทธิ์ในหุ้นของบริษัททั้ง 19 บริษัทไว้แทนกงสี ซึ่งบริษัทกงสีทั้ง 19 บริษัท ได้แก่ บริษัท กว้างไพศาล จำกัด,  บริษัท กว้างโฮลดิ้ง จำกัด, บริษัท เอส.ตรัง คอมเพล็กซ์ จำกัด, บริษัท เอส.ตรัง ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด, บริษัท เอส.ตรัง เอ็นเตอร์ไพร้ส์ จำกัด, บริษัท ตรังแคนเนอรี่ จำกัด, บริษัท โรงแรมธรรมรินทร์ จำกัด, บริษัท อะเมซิ่ง ไอเดีย จำกัด, บริษัท ตรังกว้างไพศาล จำกัด, บริษัท กว้างไพศาล โฮลดิ้ง จำกัด, บริษัท โตโฮลดิ้ง จำกัด, บริษัท ตรังโฮลดิ้ง จำกัด, บริษัท ไกรตะวัน จำกัด, บริษัท ตรังชัวร์ จำกัด, บริษัท ดิสทริค ดิเวอลอปเม้นท์ 2000 จำกัด, บริษัท ล้านรอยยิ้ม จำกัด, บริษัท คอนสแตนท์ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด, บริษัท ตรังทราเวิล แอนด์ อะเมซิ่ง ทราเวิล จำกัด และบริษัท เอส.ที แมเนจเม้นท์ (2013) จำกัด โอนหุ้นในบริษัทดังกล่าวให้แก่นายสุธรรม โตทับเที่ยง กับพวก รวม 9 คน ได้แก่ นางสาวจุรี โตทับเที่ยง, นางจุฬา หวังศิริเลิศ, นางจุรัตน์ มะนะสุทธิ์, นายสลิล โตทับเที่ยง, นางสาวสุนีย์ โตทับเที่ยง, นางสาวศิริพร โตทับเที่ยง, นายเสริมสันต์ สินสุข, นายไกรลาภ โตทับเที่ยง และนายสุรินทร์ โตทับเที่ยง คนละ 1 ส่วนใน 10 ส่วนของหุ้นในแต่ละบริษัท และให้จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 4 ถึงจำเลยที่ 6 โอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 9 และจำเลยที่ 1 คนละ 1 ส่วนใน 10 ส่วน

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ลงวันที่ 24 เมษายน 2562

ศาลอุทธรณ์พิพากษา

1. ให้จำเลยทั้งหกโอนหุ้นในบริษัททั้ง 19 บริษัทให้แก่โจทก์ทั้ง 9 และจำเลยที่ 1 คนละ 1 ใน 10 ส่วนเท่า ๆ กัน เท่านั้น ไม่มีการชำระเงิน แทนหุ้น

2. ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ถึงแม้ที่ดินดังกล่าวจะนำเงินของบริษัทกงสีมาซื้อแต่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 4 ถึงจำเลยที่ 6 โดยใส่ชื่อแทนบริษัทกงสี แต่บริษัทกงสีเจ้าของเงินไม่ได้ร่วมฟ้องมาด้วย จึงให้ยกคำขอที่โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้ง 9 และจำเลยที่ 1 มาแบ่งกันคนละ 1 ใน 10 ส่วน

คำพิพากษาศาลฎีกา ลงวันที่ 7 ธันวาคม 2564 อ่านเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2565

ศาลฎีกาพิพากษาในส่วนของหุ้นในบริษัททั้ง 19 บริษัท โดยให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และในส่วนของที่ดินให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยศาลฎีกาได้พิพากษายืน

สรุปผลของคำพิพากษาดังกล่าว

ศาลฟังว่าหุ้นทั้ง 19 บริษัท ตลอดจนที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นกรรมสิทธิ์รวมของธุรกิจครอบครัวหรือกงสีตระกูลโตทับเที่ยง

ในทรัพย์สินทั้งหมดสิ่งที่มีค่าที่สุดของพี่น้องตระกูลนี้ คือบริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ “ปุ้มปุ้ย” แบรนด์ปลากระป๋องที่มีโลโก้เป็นรูปปลาตัวอ้วนพี และน้ำลาย 3 หยด ที่ออกวางตลาด มาตั้งแต่ปี 2522

ปัจจุบันการบริหารของ บริษัทกว้างไพศาล มีสุธรรม โตทับเที่ยง อายุ 76 ปี เป็นประธานกรรมการ และน้องสาว ศิริพร โตทับเที่ยง เป็นประธานกรรมการบริหาร, กรรมการผู้จัดการ

จบศึกพี่น้องในครั้งนี้บริษัทคงจะมีความคล่องตัวมากขึ้นในการกลับมาโฟกัสการบริหารจัดการในเรื่องโครงสร้างการทำงาน โครงสร้างการบริหาร โดยมีคนรุ่นเจน 2 ของตระกูลเข้ามาร่วมงานมากขึ้นพร้อมเตรียมดึงมืออาชีพเข้ามาเสริมทัพ  ช่วยกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ขยายตลาดในและต่างประเทศ เพิ่มช่องทางออนไลน์ และออฟไลน์  

รวมทั้งสร้างการรับรู้ในแบรนด์ ขยายฐานลูกค้าไปยังเจเนอเรชั่น Y และ Z

ปัจจุบัน ปุ้มปุ้ยเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูการดำเนินงาน และยังถูกตลาดหลักทรัพย์ฯ ขึ้นเครื่องหมาย SP (ห้ามซื้อขายชั่วคราว) อยู่

โดยในวันที่ 30 เมษายนนี้จะมีการประชุมผู้ถือหุ้นซึ่งก็มีมติรับรองงบการเงินประจำปี 2564 เเละจะดำเนินการยื่นขอให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลดเครื่องหมาย SP ต่อไป เพื่อจะได้กลับมาเทรดได้อีกครั้ง 

ดังนั้นถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดอีก “ปุ้มปุ้ย” คงได้กลับมาสร้างแบรนด์ได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน