สมาคมตลาดสดไทยเผย “ตลาดสด” จะไปต่อได้ ต้องรักษารอยัลตี้ผู้บริโภค วางโพสิชั่นนิ่งให้ต่างจากโมเดิร์นเทรด ร้านค้าต้องเปิดรับดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น เซอร์วิสความสะดวกซื้อแก่ผู้บริโภค ยกระดับร้านค้าเป็นสินทรัพย์ จูงใจสถาบันการเงินหนุนสินเชื่อ
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า จัดงานเสวนาในหัวข้อ อนาคตตลาดสดไทย: หายไปหรือไปต่อ วิทยากรในงาน ปริญญา ธรรมวัฒนะ นายกสมาคมตลาดสดไทย กล่าวว่า
ฐานสมาชิก 40-50 ตลาดในสมาคมฯ แต่ละตลาดสดก็มีบุคลิกไม่เหมือนกัน สมัยที่ยังไม่มีโมเดิร์นเทรดตลาดสดเป็นทางเลือกหลักสำหรับผู้บริโภคในทุกกลุ่ม แม้กระทั่งร้านโชห่วยก็มีจุดเริ่มต้นอยู่ในตลาดสด
จนเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว การเข้ามาของโมเดิร์นเทรดตั้งแต่แรกเริ่มก็มาในหลากหลายรูปแบบ ก็ได้กวาดมาร์เก็ตแชร์ผู้บริโภคในตลาดสดไปมาก เกิดการก่อตั้งสมาคมฯ ขึ้นมาเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง
ร่วมกันเดินหน้าปรับปรุง พัฒนากันจนกระทั่งโมเดิร์นเทรดกับตลาดสด อยู่กันได้อย่างยั่งยืนทั้งคู่ ด้วยการวางโพสิชั่นนิ่งของลูกค้าให้แตกต่างกันชัดเจน
ตลาดสด เจาะกลุ่ม B2B ในภาครายย่อย อาทิ ร้านอาหารในกลุ่มเอสเอ็มอี
โมเดิร์นเทรดเจาะกลุ่ม B2C และภาครีเทลเป็นหลัก
ตลาดสด เกิดจุดเปลี่ยนใหญ่อีกครั้งจากวิกฤตโรคระบาด ผู้ประกอบการที่มีฐานลูกค้าเข้มแข็งก็เทิร์นไปสู่ภาคอีคอมเมิร์ซเต็มตัว ร้านค้าเกิดใหม่ก็หายไปไม่น้อยจากจำนวนผู้ขายที่มากกว่าผู้ซื้อ
อย่างไรก็ตาม ร้านค้าในตลาดสดที่ยังคงไม่หายไป คือ ร้านที่สามารถรักษาคุณภาพไว้ได้ อาทิ ร้านอาหารที่มีฐานลูกค้ารอยัลตี้ในรสชาติ ไม่ได้พึ่งพิงระบบแฟรนไชส์ ตลอดจนการใช้จ่ายด้วยกระแสเงินสดที่ยังคงมีความจำเป็น
ขณะที่ร้านค้าในกลุ่มแฟชั่นเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยร้านค้าในตลาดสดจึงต้องปรับตัวให้มีอิมเมจเป็นตลาดสะดวกซื้อไปในตัว และเปิดรับเทรนด์ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น
ตลอดจนโลเคชั่นและไซซ์ของตลาดก็มีส่วนสำคัญ ยิ่งอยู่ในแหล่งชุมชนก็ยิ่งทำให้ได้เปรียบ และต้องมีมาตรฐาน 5 ส. หรือ สะสาง-สะดวก-สะอาด-สุขลักษณะ-สร้างนิสัย
การสร้างความแข็งแรงในการประกอบกิจการของร้านค้าในตลาดสด ปัญหาของร้านค้าในตลาดสด คือ พอล้มแล้วลุกยาก ดาต้าเบสเกี่ยวกับการซื้อขายจึงเป็นหนึ่งในส่วนที่มีความสำคัญที่สุดของเทรนด์ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่นหลังวิกฤต
เนื่องจากใช้เป็นฐานข้อมูลการเก็บและแสดงยอดขายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สถาบันการเงินมีความเชื่อมั่นในการปล่อยสินเชื่อ โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ แต่ใช้ร้านค้าเป็นหลักทรัพย์แทนได้
โดยในฐานะนายกสมาคมตลาดสดไทย ปริญญา หวังว่าสถาบันการเงินจะเปิดรับแนวทางดังกล่าวกันมากขึ้น เพื่อให้ตลาดสดยังไปต่อได้
ว่าที่ ร.ต.ต. ธัญวิสิษฐ์ ดวงพลอย ผู้จัดการตลาดดวงพลอย ตัวแทนในภาคผู้ประกอบการ เสริมว่า แนวทางข้างต้นยังช่วยลดการไปพึ่งพิงการกู้นอกระบบของร้านค้า และทำให้ตลาดสด ซึ่งมีจุดแข็งอย่างการเป็นแหล่งเข้าถึงอาหารในราคาย่อมเยา มีอาหารปรุงสุกคุณภาพ และสร้างการพบปะสังสรรค์ จะยังอยู่เป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืน
โดยภายในงานเสวนา ดีป้า ได้อัปเดตแผนการเดินหน้ายกระดับตลาดสดสู่ยุควิถีใหม่ด้วยดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่นผ่านโครงการ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่ (ขยายผล)
ผศ. ดร. ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวว่า โครงการฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ในกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ค้า หาบเร่ แผงลอย รวมถึงเจ้าของตลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ สามารถพัฒนาสู่การแข่งขันรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
หลังเริ่มต้นในเดือน ก.พ. 66 โครงการฯ ได้กระจายการทำงานไปตามพื้นที่เป้าหมายจนมีผู้ประกอบการเข้าร่วมมากกว่า 13,200 ราย รวม 25 จังหวัด (75 ตลาดสด) สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 450 ล้านบาท
พื้นที่ตั้งร้านค้าที่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสูงสุด 3 อันดับแรก
ตลาดนัด 5,637 ร้าน
ตลาดสด 4,290 ร้าน
ตลาดโต้รุ่ง จำนวน 922 ร้าน
เทคโนโลยีดิจิทัลที่ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการสูงสุด 3 อันดับแรก
Services 44.53%
E-Payment 28.73%
Logistics/Delivery 17.84%
อนึ่ง โครงการ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่ ทั้งเฟส 1 และเฟส 2 (ขยายผล) สามารถเข้าถึงผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่แล้ว 35 จังหวัด ดีป้า จะดำเนินโครงการดังกล่าวเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยให้ครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศต่อไป
–



