Trend/ด้วยความที่ยุโรปเป็นศูนย์กลางวงการฟุตบอลโลก นักเตะทั่วโลกต่างก็อยากไปเล่นในลีกยุโรป อย่าง Premier League อังกฤษ La Liga สเปน และ Bundesliga เยอรมนี

วงการฟุตบอลยุโรปจึงพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ส่งผลต่อเนื่องให้การแข่งขันทั้งระดับลีกและทีมชาติของยุโรปได้รับความสนใจจากคอบอลมากไปด้วย โดยเป็นรองแค่เพียงฟุตบอลโลกเท่านั้น

มาปี 2024 ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ Euro กลับมาอีกครั้ง โดยเยอรมนีเป็นเจ้าภาพ ซึ่งขั้วอำนาจฟุตบอลของยุโรปที่ลีกในประเทศแข็งแกร่ง
อย่าง เยอรมนี อิตาลี อังกฤษ สเปน และฝรั่งเศส ต่างก็ผ่านเข้ารอบมากันได้ครบ โดยมี เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม และโปรตุเกส เป็นทีมรองฟอร์มดีที่ประมาทไม่ได้

นอกจากเรื่องฟุตบอลแล้ว Euro 2024 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่าง 14 มิถุนายน ถึง 14 กรกฎาคม ยังมีอีก 2 ประเด็นที่น่าสนใจ
เริ่มจากการหวังคว้าแชมป์หรือเข้ารอบลึก ๆ ของเยอรมนี เพื่อปลุกวงการฟุตบอล กระตุ้นเศรษฐกิจ และบรรเทาปัญหาในประเทศ ซึ่งมีที่มาจากการได้เป็นเจ้าภาพ

ที่ชาวเยอรมันเรียกกันว่า Deutschland. Ein Sommermärchen ซึ่งแปลเป็นไทยได้ประมาณว่าเทพนิยายฤดูร้อนของเยอรมนี

แบบเดียวกับการได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2006 ซึ่งทีมชาติเยอรมนีคว้าที่ 3 มาได้ ต่อเนื่องสู่การรั้งที่ 3 ในฟุตบอลโลกปี 2010 และไปถึงแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2014
ท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ที่ดีของเยอรมนีบนเวทีโลกในยุคที่มี แองเกลาร์ แมร์เคิล เป็นนายกรัฐมนตรี

ส่วนอีกประเด็นน่าสนใจใน Euro 2024 คือสปอนเซอร์ เพราะจีนเป็นประเทศที่ครองแชมป์สปอนเซอร์ของทัวร์นาเมนต์ ด้วยจำนวน 5 จากทั้งหมด 14 แบรนด์

5 แบรนด์จีนเป็นสปอนเซอร์ของ Euro 2024 ประกอบไปด้วย Ali Express กับ Alipay ที่อยู่ในเครือ Alibaba ตามด้วย Vivo, Hisense และ BYD ซึ่งมาจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซ แพลตฟอร์มการเงิน สมาร์ตโฟน โทรทัศน์ และรถอีวี ตามลำดับ
สื่อเยอรมนีวิเคราะห์ว่า การที่แบรนด์จีนยกทัพบุก Euro 2024 มาจากการมีงบประมาณก้อนใหญ่ในการประชาสัมพันธ์ ซึ่งก็ต่อเนื่องจากมายอดขาย และผลประกอบการที่ค่อนข้างดี

รวมไปถึงความต้องการเจาะตลาดยุโรป และคว้าพื้นที่ประชาสัมพันธ์ตลอดราว 1 เดือนของการแข่งขัน ประกอบกับฝ่ายธุรกิจของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (UEFA)
และรัฐบาลเยอรมนีในฐานะเจ้าภาพ เห็นว่าแบรนด์จีนเหล่านี้เป็นที่รู้จักในระดับโลกโดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่ มากกว่าแบรนด์ในประเทศยุโรป

ในบรรดากลุ่ม 5 แบรนด์จีนที่ได้เป็นสปอนเซอร์ของ Euro 2024 ที่ถูกจับตามองมากสุด คือ BYD เพราะเป็นการย้ำถึงความพยายามในการเจาะตลาดรถ EV ยุโรป
นี่จะทำให้ BMW ต้องกำหมัดกับตลาดในบ้านเกิดอีกครั้ง หลังไม่ได้เป็นสปอนเซอร์แม้เป็นแบรนด์รถใหญ่ของทั้งประเทศเจ้าภาพและยุโรปซ้ำรอยฟุตบอลโลกปี 2006 ที่ Hyundai ปาดหน้า BMW

สื่อเยอรมันยังวิเคราะห์เรื่องที่ฝ่ายจัดการแข่งขันเลือกแบรนด์ต่างประเทศ โดยเฉพาะแบรนด์จีนให้เป็นสปอนเซอร์ของ Euro 2024 อีกว่า เป็นการมองเรื่องเม็ดเงินกับผลประโยชน์ทางธุรกิจ
มากกว่าปกป้องนโยบายปกป้องทางการค้าที่เอื้อต่อบริษัทยุโรป และเป็นการตัดสินใจที่มองข้ามความขัดแย้งทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับยุโรป

แต่จีนโดยเฉพาะ BYD คงดีใจได้ไม่นานและค่ายรถยุโรปคงหัวเราะทีหลังดังกว่า เพราะต้นกรกฎาคมนี้ ซึ่ง Euro 2024 กำลังเข้าสู่รอบลึก ๆ สหภาพยุโรป (EU) จะตั้งกำแพงภาษีกับรถ EV จีนทุกแบรนด์ รวมถึง BYD

เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์โดยเฉพาะตลาดรถอีวีในยุโรป จากรถอีวีจีน ที่จะเป็นชนวนก่อสงครามการค้าระหว่างยุโรปกับจีนรอบใหม่ ซึ่งสมรภูมิหลักอยู่ที่ตลาดรถอีวี
จีนต้องออกมาตรการโต้ต่อเรื่องนี้อย่างแน่นอน ส่วนฝ่ายยุโรปก็มีแนวโน้มที่จะใช้มาตรการแข็งกร้าวต่อจีน เพื่อปกป้องทางการค้ามากขึ้น
เพราะในการเลือกตั้งสภายุโรปครั้งล่าสุด พรรคการเมืองที่มีแนวคิดอนุรักษนิยม หรือขวาจัด ได้ที่นั่งในสภามากขึ้น ♦/dw, uefa, theguardain
–
