เสริมสุข กำลังจะออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ในไม่ช้า หลังจากที่โซ วอเตอร์ ผู้ถือหุ้นใหญ่ในเสริมสุข และเป็นบริษัทลูกของไทยเบฟฯ แจ้งทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของเสริมสุขเพื่อเพิกถอนเสริมสุขออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ
การเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของเสริมสุขเป็นไปในแนวทางปรับโครงสร้างบนกลยุทธ์ Unlock นำศักยภาพที่มีอยู่ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ซึ่งการเพิกถอนเสริมสุขจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ไทยเบฟฯ มองว่าที่ผ่านมาหุ้นเสริมสุขมีการซื้อขายไม่มาก และการเพิกถอนจากตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพมากขึ้นจากการลดขั้นตอนในการดำเนินงานต่าง ๆ ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และทำให้การตัดสินใจทางธุรกิจคล่องตัวมากขึ้น
สำหรับที่ผ่านมาเสริมสุขมีรายได้ตามปีปฏิทิน ตุลาคม-กันยายน ดังนี้
2563 รายได้ 10,994 ล้านบาท กำไรสุทธิ 169 ล้านบาท
2564 รายได้ 9,761 ล้านบาท กำไรสุทธิ 83 ล้านบาท
2565 รายได้ 11,059 ล้านบาท กำไรสุทธิ 13 ล้านบาท
2566 รายได้ 12,593 ล้านบาท กำไรสุทธิ 248 ล้านบาท
1H/2567 รายได้ 6,374 ล้านบาท กำไรสุทธิ 179 ล้านบาท

โดยเป็นรายได้ที่มาจากธุรกิจดังนี้
ธุรกิจผลิตและจัดจำหน่าย
น้ำอัดลมเอส
น้ำอัดลมซาสี่
น้ำเกลือแร่อัดลม 100 พลัส
น้ำดื่มคริสตัล
ชาเขียวโออิชิแบบคืนขวด
เครื่องดื่มบำรุงกำลังแรงเยอร์
เครื่องดื่มเกลือแร่พาวเวอร์พลัส
เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ วีบูสท์
ธุรกิจจัดจำหน่าย
ชาเชียวโออิชิแบบขวด PET และกระป๋อง
น้ำโซดา Rock Mountain
เครื่องดื่มสมุนไพร จับใจ
น้ำแร่ช้าง
ซุปปลาทูน่าสกัด ซี ทูน่าเอสเซนต์
ซึ่งกว่าจะมาถึงจุดนี้เสริมสุขเคยได้ชื่อว่าเป็นผู้เปิดตลาดเป๊ปซี่ในไทยตั้งแต่ปี 2496 ด้วยการจับมือกับเป๊ปซี่ โค บริษัทแม่ของเป๊ปซี่ในรูปแบบพาร์ตเนอร์ เป๊ปซี่ โค เป็นผู้ส่งขายหัวเชื้อให้กับเสริมสุข เพื่อนำไปผลิตเป็นน้ำอัดลมจัดจำหน่ายในไทย
ก่อนที่จะเกิดความร้าวฉานทางธุรกิจ จนเสริมสุขประกาศยกเลิกผลิตเป๊ปซี่ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 เป็นต้นไป และน้ำอัดลมเอส อย่างเป็นทางการเพื่อเข้ามาแข่งขันในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2555
และความร้าวฉานของเสริมสุขกับเป๊ปซี่กลายเป็นช่วงเวลาไล่เลี่ยกันที่ไทยเบฟฯ เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นในเสริมสุข จนได้เสริมสุขเป็นบริษัทย่อยในเครือ แม้ที่ผ่านมา เป๊ปซี่ โค อิงค์ จะเคยเป็นผู้ถือหุ้นในเสริมสุขนับตั้งแต่ปี 2529 ที่เสริมสุขให้บริษัท เป๊ปซี่-โคลา (ไทย) เทรดดิ้ง เข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 28.29% เพื่อมีเม็ดเงินหมุนเวียนในการทำธุรกิจ และสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
หลังจากที่เสริมสุขได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ปี 2537 ความสัมพันธ์ระหว่างเสริมสุขกับเป๊ปซี่ยังคงแน่นแฟ้นในฐานะผู้ถือหุ้น และผู้ขายหัวเชื้อให้เสริมสุขผลิตและทำตลาดในไทย
จนกระทั่งปี 2553 เป๊ปซี่ โค อิงค์ ต้องการเทกโอเวอร์เสริมสุขจากการขอซื้อหุ้นเพิ่มจากผู้ถือหุ้นเดิม จากการมองเห็นศักยภาพของตลาดน้ำอัดลมไทย แต่ไม่สำเร็จ
และไทยเบฟฯ ผู้เคยแต่งตั้งเสริมสุขเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องดื่มโออิชิได้เข้ามาดับฝันของ เป๊ปซี่ โค อิงค์ ด้วยการเริ่มเข้ามาซื้อหุ้นเสริมสุข ตั้งแต่ปลายปี 2553-2554 จนได้เสริมสุขมาเป็นบริษัทในเครือ
พร้อมกับความขัดแย้งระหว่างเป๊ปซี่ โค อิงค์ และเสริมสุขที่เพิ่มขึ้น จากสัญญาซื้อขายหัวเชื้อ
จนสุดสิ้นสุดของเป๊ปซี่ และเสริมสุขได้เกิดขึ้นในวันที่ 31 มีนาคม ที่เป๊ปซี่ประกาศยุติสัญญากับเสริมสุข การประกาศยุติสัญญาครั้งนี้มีผลสัญญาระหว่างเป๊ปซี่กับเสริมสุขสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ตุลาคม 2555
และหลังจากเสริมสุขเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในเครือไทยเบฟฯ ได้ขยายธุรกิจไปยังเครื่องดื่มใหม่ ๆ ในฐานะผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่าย จากความแข็งแกร่งด้านเครือข่ายที่ตัวเองมีอยู่
จนในปัจจุบันกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งในฐานะบริษัท จำกัด ที่ไม่ใช่มหาชน จากการประกาศซื้อหุ้นทั้งหมดในครั้งนี้
Marketeer FYI
เสริมสุข ธุรกิจที่เกิดจากหุ้น 4 ตระกูล
บริษัทที่เกิดจาก ยม ตัณฑเศรษฐี ผู้จัดการธนาคารกรุงเทพฯ พณิชย์การ ได้ชวนนักธุรกิจที่สนิทในตระกูลบูลสุข หวั่งหลี และล่ำซำ ทำธุรกิจน้ำอัดลมเป๊ปซี่ พร้อมวางขายเป็นครั้งแรกในวันที่ 18 มีนาคม 2496
–
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
