Amazon โตในปั๊มจนชนะ Starbucks ต้นแบบที่ใครๆ ต่างเดินตาม

ใครจะเชื่อว่ากาแฟไฮโซอย่าง “Starbucks” เวลานี้มีสาขาในไทยถึง 320 สาขา โดยวิธีขยายสาขาของกาแฟไฮโซแบรนด์นี้น่าสนใจไม่น้อย เพราะนอกจากโลเคชั่นหลักอย่าศูนย์การค้าต่างๆแล้วนั้น Office Building, คอนโดมิเนียม, โรงพยาบาล, แม้แต่โชว์รูมรถยนต์  “Starbucks” ก็ไปเสิร์ฟกาแฟมาแล้ว

แต่โลเคชั่นที่คู่แข่งคนอื่นมีแต่ “Starbucks” ไม่มีนั้นคือสมรภูมิปั๊มน้ำมัน เพราะปั๊มน้ำมันส่วนใหญ่ต่างมีร้านกาแฟที่ปลุกปั้นสร้างมากับมือตัวเอง

ที่สำคัญทุกปั๊มต่างมองว่าร้านกาแฟเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจ Non Oil ที่หอมหวนมีกำไรต่อแก้วสูง แถมพฤติกรรมคนเติมน้ำมันเองยังชอบแวะพักทานกาแฟแก้ง่วง หรือซื้อไปดื่มต่อในรถ ทำให้ Traffic หรือจำนวนคนเข้าปั๊มน้ำมันต่อวันก็มีจำนวนมากในแต่ละวัน

 

Amazon ชนะ Starbucks

 จะเห็นว่า Amazon แทบจะเปิดร้านกาแฟเกือบครบทุกปั๊มน้ำมันของ ปตท.โดยใช้วิธีขยายสาขาด้วยโมเดลแฟรนไชส์ที่คิดเป็น 90% จากสาขาทั้งหมดที่มีอยู่ในมือ เป็นวิธีการขยายสาขาครอบคลุมได้อย่างรวดเร็ว

จนในปี 2016 นั้น  Amazon สามารถมีรายได้มากกว่า 8,000 ล้านบาท แซงหน้า Starbucks ที่มีรายได้ประมาณ 6,000 ล้านบาท

มากไปกว่านั้นร้านกาแฟ Amazon ณ เวลานี้ถือเป็นสินค้ารายได้ระดับต้นๆ ในธุรกิจ Non Oil ที่ ปตท. ใช้เสิร์ฟลูกค้าตัวเองเวลามาเติมน้ำมัน แถมยังขยายสาขาไปนอกปั๊มน้ำมันพร้อมกับตั้งเป้ายอดขายว่าจะต้องถึง 10,000 ล้านบาทในปี 2018   

จากข้อมูลของ ปตท. ระบุว่าในกลุ่มธุรกิจร้านค้าปลีกอัตรากำไรเฉลี่ยสูงถึง 30% ในขณะที่ธุรกิจขายน้ำมันแม้จะมียอดขายมหาศาลทิ้งขาดธุรกิจค้าปลีกแต่มีกำไรบางเฉียบอยู่แค่ 4% เท่านั้น สรุปแล้วคือร้านกาแฟก็คืออีกหนึ่งธุรกิจค้าปลีกและมีกำไรสูงถึง 30% เลยทีเดียว

ภาพที่เห็นในวันนี้คือปั๊มน้ำมันไหนไม่มีร้านกาแฟที่ตัวเองชงมากับมือ ถือว่าพลาดกับการสร้างรายได้เข้ากระเป๋า

แล้วปั๊มน้ำมันนั้นก็มีอยู่จริงคือ Esso ที่ใช้วิธีหา Partner ร้านกาแฟเข้าสู่ปั๊มน้ำมันโดยมี Caffè D´Oro และ Rabika Coffee ที่น่าสนใจคือ 2 ร้านนี้ไม่ได้เซ็นต์สัญญาว่าต้องจำกัดตัวเองอยู่แค่ในปั๊ม Esso

Starbucks ได้เวลาบุก ปั๊มน้ำมัน

นั้นหมายความว่า Starbucks เองก็สามารถเข้าไปเปิดร้านกาแฟในปั๊มน้ำมัน Esso ได้

จึงเป็นโอกาสของ Starbucks ที่จะได้เปิดสาขาไปปั๊มน้ำมันอย่างเต็มตัว จากในอดีตใช้วิธีเปิดสาขาๆ เลียบๆ เคียงๆ ใกล้กับปั๊มน้ำมัน

โดยปัจจุบัน Starbucks มีมากกว่า 320 สาขา โดยเริ่มต้นกับโมเดลนี้คือเปิด 3 สาขาในปั๊มน้ำมันของ Esso ส่วนจะครอบคลุม 500 สาขาของ Esso หรือไม่นั้นคงยังไม่มีใครตอบได้

เพียงแต่สิ่งที่ Starbucks ยืนยันแล้วว่าในปี 2562 จะปักหมุด 400 สาขาในบ้านเรา และปั๊มน้ำมัน Esso ก็อยู่ในแพลนที่จะขยายสาขาแบบ “จัดเต็ม”

พลังแบรนด์ VS เกมราคา

ถึงนาทีนี้ไม่มีใครปฎิเสธว่าชื่อชั้นของถ้วยกาแฟ Starbucks เป็นอันดับ 1 ในเรื่อง Branding แต่ในพื้นที่ ปั๊มน้ำมันร้านกาแฟ ทุกร้านมีราคาขายถูกกว่า Starbucks ที่สตาร์ทราคาขายกาแฟแก้วละ 100 บาทอัพ ในขณะที่คู่แข่งราคาวิ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 50 – 80 บาท

Starbucks ต้องมาชั่งน้ำหนักแล้วว่า Branding VS Pricing strategy ในโลเคชั่นปั๊มน้ำมันนั้น ผู้บริโภคจะเลือกข้อไหนมากกว่ากัน

เพราะโลเคชั่นนี้ ผู้บริโภคมีความหลากหลายมากกว่าโลเคชั่นอื่นๆ ที่ Starbucks เคยเปิดสาขามาก่อนหน้านี้

ไม่แปลกที่ร้านกาแฟคู่แข่งในปั๊มน้ำมันจะใช้วิธีกำหนดราคาขายให้เหมาะสมกับคนที่เข้ามาใช้บริการ และทุกร้านต่างเชื่อมั่นว่าเป็นราคาที่ให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อกาแฟถ้วยหนึ่งได้ไม่ยาก

ปั๊มน้ำมันจึงเป็นสนามรบใหม่ที่ Starbucks ต้องพิสูจน์ตัวเองว่ากาแฟไฮโซที่มีราคาขายแพงกว่าคู่แข่งจะสามารถสร้างยอดขายในปั้นน้ำมันได้มากน้อยแค่ไหน

ในมุมของ Esso เองก็ต้องพัฒนากลุ่มธุรกิจ Non Oil จำนวน 500 สาขาของตัวเองให้มีแรงดึงดูดมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่นอกจากช่วยดันธุรกิจ Non Oil ของตัวเองแล้ว ยังช่วย Traffic หรือจำนวนคนเข้า Starbucks ไปในตัวด้วย

เพราะยุคนี้ปั๊มน้ำมันหลายแห่งไม่ต่างจาก Community Mall เล็กๆ ที่ต้องมีสารพัดร้านอาหารและร้านค้าปลีก

ขณะเดียวกันปั๊มน้ำมันในเวลานี้ก็ไม่ได้มองแค่การขายกาแฟในพื้นที่ตัวเองอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังมองไปที่พื้นที่นอกปั๊ม โดยมี ปตท. ที่ใช้ Amazon เป็นเสมือนต้นแบบให้ปั๊มอื่นๆ ได้เดินตาม

PT โตทางลัดด้วยซื้อกิจการ

PT แบรนด์รองเองก็เลือกจะเดินตามพี่ใหญ่อย่าง ปตท.แต่มีความต่างกันตรงที่ PT เลือกใช้วิธีทางลัดควักเงิน 205 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้นสามัญของ บริษัท จี เอฟ เอ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด หรือร้านกาแฟ Coffee world โดยคิดเป็น 99.99 % (การซื้อครั้งนี้รวมถึงแบรนด์อื่นๆด้วย)

ดีลครั้งนี้นอกจากการเพิ่มศักยภาพในธุรกิจ Non Oil ในปั๊มน้ำมันของ PT ด้วยแล้วนั้นที่จะสามารถนำ Coffee world มาเปิดในปั๊มน้ำมันตัวเองควบคู่ไปกับร้านกาแฟพันธุ์ไทย ยังรวมถึงการหารายได้นอกปั๊มน้ำมันเหมือน ปตท.

เป็นเกมธุรกิจที่ดูวุ่นวายเมื่อ “ร้านกาแฟ ก็ขอบุกปั๊มน้ำมัน” แล้ว “ปั๊มน้ำมันก็ขอไปบุกพื้นที่ศูนย์การค้า ซึ่งเป็นโลเคชั่นหลักของร้านกาแฟ”

แต่เป้าหมายครั้งนี้ทั้งปั๊มน้ำมันและร้านกาแฟต่างมีเป้าหมายเดียวกันคือรายได้ที่ต้องเข้ากระเป๋ามากขึ้น 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline