ฮอนด้า ออโตโมบิล หยุดผลิตรถยนต์โรงงานอยุธยา เปลี่ยนเป็นพัฒนาชิ้นส่วน รวมศูนย์ผลิตและส่งออกรถยนต์ยังโรงงานปราจีนบุรี สานแผนเร่งสู่ xEV

วันนี้ (8 ก.ค. 2024) บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ส่งจดหมายข่าวแจ้งสื่อมวลชน

เรื่อง: การปฏิรูปฟังก์ชันสายการผลิตรถยนต์ของไทย

บริษัท ดำเนินการพัฒนาขีดความสามารถในการดำเนินการผลิตรถยนต์สำเร็จรูป รวมถึงการเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่ xEV (EV, HEV, PHEV, FCEV) อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเป็นที่พึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า

ผ่านการเสริมสร้างโครงสร้างการผลิตที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม ‘e:HEV series’ ระบบฟูลไฮบริดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งสัดส่วนยอดขายมีการเติบโตขึ้นอย่างมากจาก 32% ของผลประกอบการปี 2565 เป็น 70% ตามแผน ปี 2567

ด้านธุรกิจ บริษัทมีความพร้อมที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตแบบรวมศูนย์ โดยต่อไปบริษัทจะมีการปฏิรูปแต่ละโรงงานเพื่อยกระดับโครงสร้าง ดังต่อไปนี้

โรงงานฮอนด้า ณ สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ. ปราจีนบุรี เริ่มเดินสายพานการผลิต ปี 2559

พัฒนาเป็นฐานการผลิตและส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปที่สมบูรณ์แบบ โดยการใช้ประโยชน์จากสายการผลิตที่ผสมผสานเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีความสามารถในการรองรับธุรกิจ

โรงงานฮอนด้า ณ สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ. พระนครศรีอยุธยา เริ่มเดินสายพานการผลิต ปี 2551

เปลี่ยนโครงสร้างจากโรงงานผลิตรถยนต์ในไทยแห่งแรกของบริษัท เตรียมย้ายส่วนงานดังกล่าวไปอยู่ที่โรงงานปราจีนบุรีทั้งหมด เพื่อพัฒนาโรงงานแห่งนี้เป็นฐานการผลิตและส่งออกชิ้นส่วนเต็มรูปแบบ โดยใช้ประโยชน์จากการทำงานร่วมกันของเทคโนโลยีการผลิตและห่วงโซ่อุปทานที่บริษัทได้มีการพัฒนาและสั่งสมมาเป็นเวลาหลายปี

บริษัทยืนยันว่าจะมุ่งมั่นเป็นบริษัทที่สังคมต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไป ผ่านการดำเนินการผลักดันอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนตลาดรถยนต์ในประเทศไทย รวมทั้งยังเป็นฐานการส่งออกทั่วโลก เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยด้วย

ผลประกอบการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ปี 2562 รายได้รวม 239,165 ล้านบาท กำไร 12,785 ล้านบาท

ปี 2563 รายได้รวม 206,706 ล้านบาท กำไร 11,648 ล้านบาท

ปี 2564 รายได้รวม 137,720 ล้านบาท กำไร 3,649 ล้านบาท

ปี 2565 รายได้รวม 151,520 ล้านบาท กำไร 5,012 ล้านบาท

ปี 2566 รายได้รวม 158,452 ล้านบาท กำไร 5,896 ล้านบาท


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer