จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 แล้วสำหรับโครงการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ฟินเทคสตาร์ทอัพ Krungsri Uni Startup 2016 เวทีสำหรับนักศึกษาที่มีไอเดียในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นทางการเงินและมุ่งมั่นสู่การเป็นสตาร์ทอัพมืออาชีพ จากกลุ่มธุรกิจการเงินชั้นนำระดับโลกอย่าง กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) ในเครือมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) ซี่งปีนี้มีไฮไลท์ตรงที่ ไอเดียและความสามารถอันน่าทึ่งของเด็กรุ่นใหม่ ที่ไม่แพ้สตาร์ทอัพรุ่นใหญ่ โดยเฉพาะแอพพลิเคชั่นจากทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ เรียกได้ว่าเป็นไอเดียที่หลายคนคาดไม่ถึง แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด ทั้งยังมีความเป็นไปได้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product) ให้เกิดเป็นบริการจริงได้

“ความสำเร็จในปีที่ผ่านมา เป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของเด็กรุ่นใหม่ที่พร้อมก้าวเข้าสู่การเป็นสตาร์ทอัพ ทำให้มั่นใจว่าโครงการนี้จะสามารถพัฒนาและต่อยอดทั้งตัวน้อง ๆ นักศึกษาเอง โมเดลธุรกิจที่นำเสนอ และความร่วมมือระหว่างฟินเทคและธนาคาร” ฐากร ปิยะพันธ์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิทัลแบงก์กิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าว

จากการจุดประกายโอกาสและความฝันของโครงการ Krungsri Uni Startup เมื่อปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ปีนี้ ได้รับความสนใจจากนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศอย่างล้นหลาม ซึ่งกรุงศรีและคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้คัดเลือกจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม Bootcamp โดยทั้ง 8 ทีมจะได้รับการรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์อย่างดี จากเมนเทอร์ที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน

โดยทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในปีนี้คือ ทีม Finis แพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งฮาลาลรายแรกในประเทศไทย ที่สามารถเชื่อมต่อสหกรณ์อิสลามกับธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้ลูกค้าทำธุรกรรมการเงินสะดวก รวดเร็ว และที่สำคัญถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม ซึ่งน้อง ๆ ในทีมอย่าง ตัสนีม สันหรน, โรสมาริน ฮามะ และธีระกฤษ พร้อมมูล สามารถครองใจเหล่ากรรมการด้วยการตอบคำถามเรื่องพร้อมเพย์ที่เป็นคู่แข่งของแอพพลิเคชั่นนี้ โดยนำเรื่อง ‘ความน่าเชื่อถือของระบบที่เป็นฮาลาลโดยแท้จริง’ มาเป็นข้อได้เปรียบ นับเป็นการมองเห็นและเข้าใจถึง Customer Pain Point อย่างแท้จริง

สำหรับทีมที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งคือ ทีม JumNum แอพพลิเคชั่นรายแรกในไทยที่จะทำให้ การจำนำง่ายเพียงแค่ปลายนิ้วจริง ๆ หลักการคือแค่ผู้ใช้โพสรูปสินทรัพย์ รอรับการติดต่อกลับจากโรงรับจำนำที่จะไปตีราคา และให้ดอกเบี้ยที่ดีที่สุดสำหรับคุณถึงบ้าน ซึ่งกระบวนการทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ซึ่งเป็นโมเดลที่มีการออกแบบการใช้งานง่าย สะดวก และสามารถนำไปพัฒนาได้จริง

และทีมที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง คือ ทีม Alpha Trade แอพพลิเคชั่นที่สร้างความมั่นใจในการเทรดหุ้นตามกราฟให้กับนักลงทุน เพิ่มผลกำไรจากการเทรดด้วยเครื่องมือทั้งหมดที่รวมอยู่ในสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ ได้ให้คำแนะนำกับน้อง ๆ นักศึกษา ภายในงานเพิ่มเติมอีกด้วย

ฐากร ปิยะพันธ์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิทัลแบงก์กิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

“นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของโอกาส เพื่อให้เด็กรุ่นใหม่ได้กระโจนเข้ามาอยู่ในสนามสตาร์ทอัพที่แท้จริง ด้วยความที่เป็นมือใหม่ ยังไม่เคยลงสนามจริง จึงต้องศึกษาจากรุ่นพี่หรือผู้มีประสบการณ์ เรียนรู้จากความผิดพลาดเยอะๆ แล้วจะรู้ว่าเราต้องแก้ไขจุดไหน ต้องพัฒนาเรื่องใด สิ่งสำคัญอีกอย่างคือต้องเข้าใจก่อนว่าลูกค้าของเราคือใคร และสิ่งที่เราจะทำมันตอบโจทย์ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภค (Customer Pain Point) ได้จริงหรือไม่ พยายามตีโจทย์ของธุรกิจและความต้องการของผู้บริโภคให้ได้ก่อน จากนั้นจะค่อย ๆ มีวิวัฒนาการขึ้นเอง” ฐากร กล่าว

 

 

 

วิเรขา สันตะพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกำกับธุรกิจสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

 

 

“3 ประโยค ที่ทำให้คุณเป็นสตาร์ทอัพที่ดี อย่างแรกคือ ‘รู้เขารู้เรา’ รู้ลูกค้าและคู่แข่งว่าคือใคร ที่สำคัญคือรู้ตัวเอง ว่าตัวเราไปได้ไกลแค่ไหน ถัดมาคือ ‘คิดนอกกรอบ’ ต้องคิดให้นอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ มันจะกลายเป็นไอเดียที่ดี และสุดท้ายคือ ‘ล้มแล้วต้องลุกเป็น’ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นสตาร์ทอัพ มันมีโอกาสที่เราอาจจะล้ม แต่ถ้าล้มแล้วลุกไม่เป็น มันก็จะไม่ได้ลุกอีกเลย”

 

 

 

กระทิง-เรืองโรจน์ พูนผล ผู้ก่อตั้งกองทุน 500 TukTuks

กระทิง-เรืองโรจน์ พูนผล ผู้ก่อตั้ง กองทุน 500 TukTuks เพื่อร่วมลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพ หรือเรียกได้ว่าเป็นความหวังของสตาร์ทอัพมือใหม่ ได้แบ่งปันประสบการณ์และข้อคิดกับน้อง ๆ นักศึกษา ว่าอย่าให้สิ่งแวดล้อมและคนรอบข้างมาฉุดความคิดคุณว่าสิ่งที่กำลังทำมันเป็นไปไม่ได้ “ที่ซิลิคอนวัลเลย์ ได้รับใบอนุญาต 2 ใบ คือ ใบอนุญาตให้ล้มเหลวและลุกขึ้นมาสู้ใหม่กี่ครั้งก็ได้ ทั้งนักลงทุนและลูกค้ายินยอมที่จะให้โอกาสและร่วมลงทุนใหม่เมื่อคุณลุกขึ้นสู่ และอีกใบคือ Permission to Change the World ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มาจากไหน คุณมีสิทธิ์ที่จะเป็นเปลี่ยนแปลงโลก และถ้าคุณรู้จักการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี คุณก็สามารถทำสิ่งดี ๆ ที่เปลี่ยนแปลงโลกทั้งโลกได้”



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer