ผ่านพ้นไปกับ Paris Olympic 2024 กับผลงาน 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง กับทัพนักกีฬาโอลิมปิกที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ

และโอลิมปิกในปีนี้ ภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป จำกัด หรือ MI Group ให้ข้อมูลว่าสามารถสร้างการเติบโตของเม็ดเงินโฆษณามากถึง 500 ล้านบาท จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 300 ล้านบาทเมื่อตอนต้นปี

การเติบโตของมูลค่าโฆษณาโอลิมปิกมาจากสปอนเซอร์หลัก สปอนเซอร์รายย่อย และแบรนด์ที่เกาะกระแส Paris Olympic 2024 ที่ทำให้แพ็กเกจโฆษณาระดับโกลด์ ซิลเวอร์ ที่ขายได้ดีก่อนเริ่มการแข่งขันและโฆษณาที่ซื้อเป็นรายครั้งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากคนไทยให้ความสนใจในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในครั้งนี้

โดยการแข่งขันที่สร้างเรตติ้งคนดูสูงสุด ได้แก่

แบดมินตัน ไทย – เดนมาร์ก นัดชิงเหรียญทองระหว่าง วิว-กุลวุฒิ และ วิคเตอร์ อเซลเซ่น ที่ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 ได้เรตติ้ง 4.70

รองลงมา ได้แก่

เทควันโด ไทย – ซาอุดีอาระเบีย ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 ได้เรตติ้ง 4.08

เทควันโด ฝรั่งเศส – เกาหลีใต้ ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 ได้เรตติ้ง 3.41

การเติบโตของเม็ดเงินโฆษณา Paris Olympic 2024 เป็นการเติบโตบนเศรษฐกิจไทยไม่เอื้ออำนวยในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค ที่เกิดจากหลาย ๆ ปัจจัยที่สร้างความฝืดเคืองให้กับเม็ดเงินในกระเป๋า และการไม่สามารถขอสินเชื่อได้ จนแบรนด์สินค้า High Involvement สินค้าราคาสูง และ Low Involvement ไม่สามารถสร้างยอดจำหน่ายได้ดีตามที่ต้องการ

โดยเฉพาะในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี ที่วันที่ 14 สิงหาคม 2024 ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้เศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตําแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อม ครม.

ซึ่งภวัตมองว่าการตัดสินให้ เศรษฐา พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ สร้างผลกระทบทางลบให้กับอุตสาหกรรมโฆษณาที่อาจจะปิดปีด้วยเม็ดเงินที่ติดลบ 0.2% เมื่อเทียบกับปี 2023 จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ในกรณีที่เศรษฐายังคงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่ 3.3% หรือมูลค่า 87,617 ล้านบาท

เหตุผลที่การพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเศรษฐา และ ครม. ให้ผลทางลบกับอุตสาหกรรมโฆษณามาจาก

1. เกิดภาวะสุญญากาศของตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และ ครม. ที่อาจจะกินเวลาประมาณ 2-3 เดือนเป็นอย่างน้อย แม้จะมีนายกรัฐมนตรีและ ครม. รักษาการ แต่จะส่งผลกับการขับเคลื่อนนโยบายและการใช้จ่ายงบประมาณต่าง ๆ เนื่องจากคณะรักษาการไม่หยิบยกโครงการต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณามาพิจารณา

2. การลดลงของความเชื่อมั่นของนักลงทุน

3. อาจจะไม่มีโครงการดิจิทัลวอลเลตที่เริ่มใช้เดือนธันวาคม 2024

 

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก่อให้เกิดปัจจัยทางลบด้านกำลังซื้อผู้บริโภคที่มีผลกระทบต่อสินค้าและบริการทุกเซกเมนต์

และคาดการณ์ว่าสิ้นปี 2024 อุตสาหกรรมโฆษณาจะมีมูลค่าที่ 84,688 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 84,817 ล้านบาท

โดยมูลค่าโฆษณา 2024 แบ่งเป็น

สื่อทีวี 33,250 ล้านบาท ลดลง 6% จากปี 2023 ที่ทำได้ 35,364 ล้านบาท

สื่อดิจิทัล 31,558 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จาก 29,283 ล้านบาท

สื่อ Out of Home 12,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จาก 12,721 ล้านบาท

สื่อวิทยุในกรุงเทพ (BKK Radio) 3,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จาก 2,975 ล้านบาท

สื่อในโรงภาพยนตร์ 1,592 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,181 ล้านบาท

สื่อหนังสือพิมพ์ 1,400 ล้านบาท ลดลง 10% จาก 1,551 ล้านบาท

สื่อนิตยสาร 480 ล้านบาท ลดลง 14% จาก 557 ล้านบาท

 

อย่างไรก็ดี สำหรับ 7 เดือนที่ผ่านมาข้อมูลจาก MI Group พบว่า มูลค่าโฆษณามีการเติบโต 4.90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ด้วยมูลค่า 49,433 ล้านบาท

การเติบโตนี้มาจาก

สื่อทีวี 19,501 ล้านบาท ลดลงจาก 20,225 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปี 2023

สื่อดิจิทัล 18,409 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 15,889 ล้านบาท

สื่อ Out of Home 7,462 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 6,891 ล้านบาท

สื่อวิทยุในกรุงเทพ (BKK Radio) 1,567 ล้านบาท ลดลงจาก 1,640 ล้านบาท

สื่อในโรงภาพยนตร์ 1,592 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,181 ล้านบาท

สื่อหนังสือพิมพ์ 966 ล้านบาท ลดลงจาก 966 ล้านบาท

สื่อนิตยสาร 311 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 301 ล้านบาท

 

และแบรนด์ที่ทุ่มเม็ดเงินโฆษณาสร้างแรงขับเคลื่อนการเติบโต ได้แก่

เทพไทย 598 ล้านบาท จาก 533 ล้านบาท เติบโต 12% จากช่วงเดียวกันปี 2023

ซัมซุง 565 ล้านบาท จาก 217 ล้านบาท เติบโต 161%

KFC 455 ล้านบาท จาก 277 ล้านบาท เติบโต 65%

คอลเกต 450 ล้านบาท จาก 331 ล้านบาท เติบโต 36%

เป๊ปซี่ 436 ล้านบาท จาก 297 ล้านบาท เติบโต 47%

วาสลีน 401 ล้านบาท จาก 114 ล้านบาท เติบโต 252%

เคลียร์ 388 ล้านบาท จาก 384 ล้านบาท เติบโต 1%

เอนฟาโกร 381 ล้านบาท จาก 330 ล้านบาท เติบโต 15%

เนสกาแฟ 373 ล้านบาท จาก 296 ล้านบาท เติบโต 26%

รีเจนซี 357 ล้านบาท จาก 353 ล้านบาท เติบโต 1%

 

และสิ้นปี 2024 มูลค่าโฆษณาอาจทำสูงสุดได้แค่เพียงเท่ากับปีที่ผ่านมา ที่ทำได้ 84,817 ล้านบาท เท่านั้น


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer