ลำไย ไหทองคำ ทำความรู้จักกับเด็กสาวหาบเร่ขายของตามร้านข้าวต้ม สู่ศิลปินไทยโกอินเตอร์ และออกทัวร์ยุโรป

“หมอลำ” การแสดงที่ถูกมองว่าเป็นมหรสพสำหรับกลุ่มคนชนชั้นแรงงานหรือคนต่างจังหวัด จึงไม่มีใครจินตนาการได้ว่า วันหนึ่งอาชีพหมอลำจะกลายเป็นเครื่องทำเงิน และได้รับความนิยมจากคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกระดับ เพราะเมื่อดำเนินมาถึงยุคนี้ คำว่าดนตรีไร้พรมแดน การเสพเสียงเพลงไม่ใช่เครื่องแบ่งแยกรสนิยม แต่เป็นเพียงความบันเทิงที่สร้างสุนทรียภาพแก่ผู้เสพที่พึงใจ

“ลำไย ไหทองคำ” คือศิลปินหมอลำคนหนึ่งที่ก้าวผ่านยุคสมัยอันยากลำบาก และพิสูจน์ตนเองจนกลายมาเป็นศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย และยังดังไกลถึงต่างแดน ประสบความสำเร็จถึงขีดสุด

 

จากเด็กสาวเมืองร้อยเอ็ด ลูกชาวนา ชีวิตของ “ลำไย” หรือชื่อจริงว่า “อ้าย-สุพรรณษา เวชกามา” ไม่ต่างจากเด็กต่างจังหวัดทุกคน ที่ต้องปากกัดตีนถีบ หาเช้ากินค่ำ  เมื่อไม่พอจุนเจือครอบครัวก็ต้องกระเตงลูกเข้าเมืองหลวงหางานทำ

ชีวิตในวัยเด็กของลำไย โตมากับมารดา ตา และยาย เมื่อเธออายุได้ 6 ขวบ แม่และยายก็หอบกระเป๋าจากร้อยเอ็ดมาหางานทำในกรุงเทพฯ พาเธอมาเข้าเรียนอยู่ที่โรงเรียนวัดยางสุทธาราม ส่วนคุณแม่และยายก็หาเลี้ยงชีพด้วยการหาบเร่ ขายถั่วคั่ว ลูกอม เม็ดกระบก ตามร้านข้าวต้ม หลังเลิกเรียนลำไยก็ไปช่วยขายด้วยเช่นกัน เธอต้องหาบของขายจนถึงเที่ยงคืน กว่าจะนั่งรถเมล์กลับถึงบ้านก็ดึกดื่นทุกวัน แต่ก็ทำเพื่อช่วยแม่และยาย

ตั้งแต่ยังเด็ก ลำไยรู้ตัวมาตลอดว่าตนเป็นคนกล้าแสดงออก รักการแสดงต่อหน้าธารกำนัล ช่วงประถมศึกษาตอนปลายเธอจึงเลือกเข้าชมรมนาฏศิลป์ ทำให้เธอมีความสามารถด้านการร่ายรำติดตัว มีอยู่วันหนึ่งที่นักร้องของโรงเรียนไม่สบาย และขาดเรียนไปหลายวัน ทำให้คุณครูต้องหานักเรียนไปประกวดร้องเพลงแทน  ทำให้ลำไยได้โอกาสเป็นตัวแทนโรงเรียนประกวดร้องเพลง แม้จะเป็นครั้งแรกของเธอ แต่ก็สามารถคว้ารางวัลชมเชยติดมือกลับมา  ทำให้จากนั้นเด็กหญิงสุพรรณษาก็กลายเป็นนักร้องประจำโรงเรียนไปโดยปริยาย

 

นับแต่นั้นในวัยเพียง 10 ขวบ ลำไยเริ่มหาเงินจุนเจือที่บ้านด้วยการร้องเพลงวงอิเล็กโทน ค่าจ้างเพียงวันละ 150 บาท แต่ต้องร้องตั้งแต่สองทุ่มถึงเที่ยงคืน และยังเป็นเวทีเล็ก ๆ ไม่มีผู้ชม แต่เวลานั้นเพียงแค่ได้ใช้ความสามารถหาเงินช่วยแม่กับยายได้ เธอก็ดีใจมากแล้ว จากนั้นก็รับงานร้องเพลงมาตลอดไม่หยุด เป็นเวลากว่า 6 ปี จนวันหนึ่งที่ได้เจอกับนายห้างประจักษ์ชัย ในเวทีงานร้องเพลง และเขาได้ทาบทามเธอเข้าสังกัด ไหทองคำอินดี้เรคคอร์ด เซ็นสัญญาเป็นนักร้องในค่าย

 

วัฒนธรรมลำซิ่งกับบรรทัดฐานสังคม

แต่ก่อนที่จะได้แจ้งเกิดในฐานะศิลปิน ลำไยยังเดินสายร้องเพลงต่อเนื่อง และวันที่ทำให้ชื่อ “ลำไย ไหทองคำ” กลายเป็นหัวข้อถกเถียงกันบนโลกอินเทอร์เน็ต ในช่วงที่ Facebook เพิ่งจะบูม คลิปการแสดงของลำไยว่อนอินเทอร์เน็ตไทย โดยที่ตัวเธอเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนจะกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคม  เพราะคลิปที่เผยแพร่ออกไปคือการแสดงเหมือนปกติทุกวันที่ทำมาตลอดหกปี โดยในตอนนั้นคำนิยามของแนวการร้องแบบลำไย เรียกว่า “ลำซิ่งวาไรตี้” เธอขึ้นร้องเพลง เอนเตอร์เทนต์ลูกค้าตามที่รับงานมา แต่เมื่อการแสดงถูกเผยแพร่ออกไป สังคมโจมตีว่ามันดูเกินงาม และทำให้คำว่า ‘ศิลปะการแสดง’ อันดีงามตามขนบธรรมเนียมไทยถูกด้อยค่า เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ถึงขั้นที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคมออกมาติง

 

คำว่า “ลำไย” และ “หมอลำวาบหวิว” กลายเป็นพาดหัวข่าวใหญ่ทุกสำนัก จนถึงขั้นที่คนออกมาตั้งคำถามกับศิลปวัฒนธรรมดนตรีไทยว่ากำลังเข้าขั้นวิบัติแล้วหรือไม่ แต่ก็มีอีกฝ่ายออกมาตอบโต้ว่า “หมอลำ” มีอยู่หลากหลายกลุ่ม  ในอีกมุมแสดงให้เห็นถึงรากเหง้าของวัฒนธรรมที่ฝังรากอยู่ในสังคม เช่นว่า การจะมองว่าหมอลำมีเนื้อร้องที่ไม่สุภาพ มีคำบ่งชี้เพศมาเกี่ยวข้อง แต่นั่นก็ต้องยอมรับว่า “วรรณกรรม” หรือภาษา พัฒนามาจาก “วัฒนธรรรม” คนต่างจังหวัดในสมัยก่อนไม่ได้เล่าเรียนหนังสือ เข้าไม่ถึงการศึกษา ใช้ภาษาบ้าน ๆ สื่อสาร เมื่อหมอลำคือการแสดงของคนพื้นถิ่น การร้องลำจึงใช้ภาษาบ้าน ๆ ตรงไปตรงมา มีการใช้คำเกี่ยวกับเพศเพื่อให้ความตลกขบขันทางอารมณ์แล้ว อาจไม่สุภาพแต่มันคือรากเหง้าของสังคมอีสาน

 

ผู้สาวขาเลาะ ทลายกำแพงเพลงลูกทุ่ง

กว่าข่าวจะซาลงไป ลำไยต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองอยู่นาน จนเมื่อปี 2016 ซิงเกิลที่เปลี่ยนชีวิตของเธอก็ถูกปล่อยออกมา ในชื่อเพลง “ผู้สาวขาเลาะ” และทำให้ลำไย ไหทองคำ โด่งดังเป็นพลุแตก สปอตไลท์ทุกดวงพร้อมใจกันฉายมาที่เธอ และเพลงนี้ก็ฮิตชนิดที่คนร้องได้ทั่วบ้านทั่วเมือง ปัจจุบันยอดรับชมบนยูทูบปาไปกว่า 397 ล้านวิวแล้ว

กระแสของเพลงยังเข้ามาเปลี่ยนพลวัตเพลงลูกทุ่งอีสานให้กลายเป็นที่ยอมรับในสังคมมากขึ้น จากเดิมที่คนส่วนใหญ่มองว่าคนฟังเพลงลูกทุ่งรสนิยมไม่ดี กลับกลายเป็นว่าคนเริ่มเปิดใจ และกล้าที่จะร้องเพลงภาษาอีสานแบบเปิดเผย และยังส่งผลกระทบในวงกว้างถึงการเปลี่ยนมุมมองที่คนมีต่อภาษาถิ่นในเชิงเหยียดหยาม เป็นหันมามองว่าภาษาทุกภาคมีความไพเราะในตนเอง

 

ชีวิตของหมอลำสู้

ความสำเร็จอันหอมหวานที่มาอย่างรวดเร็วในฐานะนักร้องมีสังกัด การโด่งดังเป็นพลุแตกกับเพลงแรก ๆ ทำให้ลำไยก็ยอมรับว่าเธอไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ  แต่ก็พยายามทำทุกอย่างเต็มที่ วันหนึ่งเธอต้องวิ่งงาน 7 งาน แต่งหน้าแต่งตัวบนรถ ทำทุกอย่างเร็ว ๆ แข่งกับเวลาทุกนาที แม้เธอจะมีอาการเมารถเป็นนิสัยก็ตาม  งานแรกเริ่มขึ้นเวทีตั้งแต่ 9 โมงเช้า จนถึงตี 5 ของอีกวัน แต่ก็ไม่เคยเหนื่อย เธอเต็มที่ และรักในอาชีพนักร้องมาก เมื่อขึ้นเวทีเธอจะทิ้งตัวตนของ “อ้าย สุพรรณษา” เอาไว้ข้างล่าง แล้วสวมวิญญาณมืออาชีพ ร้อง เต้น เอนเตอร์เทนต์ผู้ชมอย่างสุดพลัง ความรักในอาชีพของลำไย พลอยทำให้คนดูรู้สึกถึงความสนุกไปพร้อมกับเธอได้  จนเมื่อความสุขนั้นส่งผ่านไปถึงคนหน้าเวที  ทำให้เธอกลายเป็นศิลปินที่กุมหัวใจผู้ชมไว้อยู่หมัด

 

กลยุทธ์ขยายกลุ่มลูกค้า New Generation ด้วยแดนเซอร์

ช่วงหนึ่งที่ค่ายประกาศรับนักเต้นประจำวงสร้างกระแสไวรัลอยู่พักใหญ่ เพราะการการันตีเงินเดือนขั้นต่ำ 60,000 – 100,000 บาท ทำให้คนอึ้งกับตัวเลขรายได้ และทำให้อาชีพวงหมอลำกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง  เพราะเงินเดือนดังกล่าวเป็นเพียงขั้นต่ำ ซึ่งเทียบเท่ากับเงินเดือนคนสายไอที และผู้บริหารระดับสูง กลายเป็นกระแสในโซเชียลที่ทุกคนรีบอัดคลิปตนเองเต้นลงอินเทอร์เน็ต เผื่อถูกเรียกตัวไปอยู่ค่ายลำไย

ซึ่งการรับสมัครนักเต้นชายนั้น ก็มาจากความต้องการขยายกลุ่มผู้ชมของวง โดยที่ลำไยมองว่าการเพิ่มนักเต้นชายเข้ามา จากเดิมที่มีเพียงผู้หญิง (ซึ่งได้รับความนิยมมากอยู่แล้ว) แต่นักเต้นชายจะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่มีความหลากหลายทางเพศได้ด้วย  และกลยุทธ์นี้ก็ประสบความสำเร็จตามที่คาด เพราะทันทีที่เปิดตัวแดนเซอร์ชาย ก็กลายเป็นไวรัลในโซเชียลทันที วงลำไยกลับมาขึ้นฮอตเสิร์ชอีกรอบ ความนิยมยังทำให้การจ้างงานทวีคูณยิ่งขึ้นไปอีก จำนวนผู้ชมกลุ่ม LGBTQ ก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

ดนตรีไร้พรมแดน

ผลงานเพลง “ยายแล่ม” กลายเป็นไวรัลที่ฝั่งยุโรปพูดถึงกันในวงกว้าง  โดยเฉพาะชาวบราซิลที่แห่กันเต้น Cover ทั่วบ้านทั่วเมือง จนทำให้ลำไยและวงเป็นที่รู้จักในประเทศบราซิล ทั้งมากดติดตาม Instagram และถึงขั้นบินมาดูคอนเสิร์ตที่ไทย

อีกทั้งไอดอลเกาหลีวง SuperJunior ยังนำเพลงนี้ไปเต้นบนเวทีคอนเสิร์ต ซึ่งทำให้เพลงทวีคูณความนิยมขึ้นไปอีกหลายเท่า แม้ชาวต่างชาติจะไม่รู้ความหมายเพลง แต่จังหวะดนตรีที่สนุกเร้าใจ ทำให้พวกเขามีอารมณ์สนุกร่วมด้วย เท่านั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับคำว่าสุนทรียศาสตร์ทางดนตรี

ความนิยมอันล้นเหลือยังทำให้ค่ายเตรียมจัดคอนเสิร์ตใหญ่ช่วงปลายปี ที่ยังไม่คอนเฟิร์มว่าจะจัดที่ธันเดอร์โดม อิมแพค เมืองทองธานี หรือสนามราชมัง แต่สเกลจะเป็นคอนเสิร์ตใหญ่เป็นประวัติการณ์วงการลูกทุ่งอย่างแน่นอน

 

และเตรียมบินทัวร์ยุโรปแบบเต็มวงสิ้นเดือนนี้ แม้ลำไยจะไม่ใช่คนแรกหรือวงแรกที่ได้ไปจัดการแสดงที่ต่างประเทศ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีนักร้องลูกทุ่งหลายคนไปแสดงอยู่เนือง ๆ แต่เป็นการแสดงที่ไปแสดงให้คนไทยในต่างแดนดูเสียส่วนใหญ่ แต่ในกรณีลำไยจะเป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่แฟนคลับต่างชาติมีส่วนร่วมด้วย และน่าจะร้องและเต้นตามได้แทบทุกเพลง

แม้ทุกวันนี้ เธอจะมีทรัพย์สิน ธุรกิจ บ้าน รถ ครบตามที่เด็กต่างจังหวัดคนหนึ่งเคยนึกฝันหา แต่ ลำไย ไหทองคำ ก็ยังรับงานแสดงอย่างต่อเนื่องตลอด 7 วัน

และไม่ว่าจะเป็นเวทีเล็กใหญ่ เธอไม่เคยออมแรง ทั้งยังวางตัวดี สุภาพอ่อนน้อม แสดงเต็มที่คุ้มค่าเม็ดเงินที่ได้รับจากผู้ว่าจ้าง ทำให้เธอมีงานจองตัวข้ามปี  และในอีกไม่กี่เดือนนี้ ก็จะบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปทัวร์คอนเสิร์ตในยุโรป เป็นอีกบทพิสูจน์ความสำเร็จของหญิงสาวผู้ไม่เคยยอมแพ้แก่ชีวิต

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer