หลังเป็นข่าวลือมานาน ในที่สุด เซ็นทรัลพัฒนา(CPN) ก็เปิดเกมอย่างเป็นทางการ ด้วยการประกาศลงทุน Mega Project บนที่ดินกว่า 750 ไร่ ย่านรังสิต ใกล้ๆกับ ESC PARK RANGSIT และกองกษาปณ์ บนถนนพหลโยธิน
นี่ไม่ใช่แค่โปรเจกต์ใหม่ แต่คือโปรเจกต์ที่วัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CPN ย้ำว่าใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การลงทุนของทั้งบริษัทและกลุ่มเซ็นทรัล
แม้การพัฒนาโครงการแบบ Mixed-use ขนาดใหญ่ จะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับผู้เล่นอสังหาฯ รายใหญ่
แต่สิ่งที่ “ไม่ธรรมดา” ของเกมนี้ คือ “โลเคชัน” เพราะรังสิตไม่ใช่แค่ย่านชานเมือง แต่คือ Gateway สำคัญของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ เชื่อมต่อทั้งปทุมธานี อยุธยา ไปจนถึงภาคอีสาน มีฐานประชากรขนาดใหญ่ และเป็นหนึ่งในโซนที่มี Traffic สูงที่สุดของกรุงเทพฯ
มีโครงข่ายคมนาคมที่เอื้ออำนวยมหาศาล ทั้งถนนพหลโยธินซึ่งเป็นสายหลักของประเทศ, แผนการขยายทางด่วนโทลล์เวย์, มอเตอร์เวย์ M6 และรถไฟฟ้าสายสีแดง รวมถึงใช้เวลาเดินทางเพียง ไม่กี่นาทีจากสนามบินดอนเมือง
แต่ยังมีความท้าทายสำคัญคือเป็นพื้นที่ที่มี “เจ้าถิ่นแข็งแรงอยู่ก่อนแล้ว” คือ “ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต” ของกลุ่มหวั่งหลี ที่เป็นมากกว่าศูนย์การค้า แต่เป็นเหมือน “ศูนย์กลางชีวิต” ของผู้คนย่านนี้ มานานถึง 30 ปี
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ฟิวเจอร์พาร์คเองก็ไม่ได้หยุดนิ่ง จาก “ห้างใหญ่” กำลังยกระดับตัวเองสู่โมเดล “เมือง” ภายใต้โครงการ Future City Rangsit บนพื้นที่กว่า 600 ไร่
ที่ผสานทั้งโรงแรมระดับอินเตอร์เนชั่นแนล โนโวเทลที่สร้างเสร็จแล้ว โรงแรมเมอร์เคียวที่กำลังก่อสร้าง รวมทั้งอาคารสำนักงาน โรงพยาบาล ร้านอาหาร ศูนย์บริการรถยนต์ โซนสัตว์เลี้ยง ฯลฯ
ทั้งหมดนี้คือการขยับจาก “Retail Destination” ไปสู่ “Urban Ecosystem” ที่ตอบโจทย์ชีวิตครบทุกมิติ
ฟิวเจอร์พาร์คมีข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุด คือ “Habit” พฤติกรรมที่ถูกสร้างซ้ำ ๆ จนกลายเป็นสถานที่ที่คนเลือกไปโดยอัตโนมัติ จากความเคยชินที่ฝังลึกมานานหลายสิบปี
ขณะที่เซ็นทรัล มีสิ่งที่เรียกว่า “Brand Power”ที่มาพร้อมกับความยิ่งใหญ่วางเป้าหมายเป็นการสร้าง “เมืองแห่งอนาคต” ภายใต้แนวคิด The Future Vision of Urban Living โ ดยถอดบทเรียนจากเมืองน่าอยู่ระดับโลก เพื่อยกระดับจาก “ห้าง” ไปสู่ “เมืองที่คนอยากมาใช้ชีวิต” อย่างแท้จริง
ผู้บริหารของเซ็นทรัลพัฒนา เน้นย้ำว่าโครงการนี้ ผ่านการซุ่มStudy มาอย่างหนักหน่วงมากกว่า 10 ปี
โดยเฉพาะเมื่อทั้งสองโครงการอยู่ห่างกันเพียง 5-10 กิโลเมตร ทำให้การแข่งขันครั้งนี้ ไม่ใช่การแย่ง “พื้นที่” แต่คือการแย่ง “พฤติกรรม” ของคนกลุ่มเดียวกันโดยตรง
ฟิวเจอร์พาร์ค กำลังทะยอยสร้างต่อจิ๊กซอร์โครงการต่าง ๆ ส่วนเมืองของเซ็นทรัล ปัจจุบันโครงการกำลังอยู่ในขั้นตอนการทำ Master Plan อย่างละเอียด ซึ่งต้องใช้เวลาพัฒนาประมาณ 10 ปีขึ้นไป เฟสแรกอาจจะเห็นภายใน 5 ปี
ทันทีที่ “ตัวเลือก” เกิดขึ้น แน่นอน “ความภักดีบนความเคยชิน” จะถูกทดสอบ
ในอีกมุมหนึ่ง การแข่งขันครั้งนี้ อาจไม่ได้จบที่การมีผู้ชนะเพียงรายเดียว แต่กำลัง “ยกระดับทั้งย่าน” ให้รังสิตกลายเป็น North Bangkok Destination หรือศูนย์กลางใหม่ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ
เกมนี้จึงไม่ใช่คำถามว่าใครใหญ่กว่า หรือใครใหม่กว่า แต่คือคำถามที่ยากกว่า “ใครจะทำให้คนอยากมาใช้ชีวิตได้มากกว่า”
เพราะในสงครามระดับ “เมือง” ผู้ชนะอาจไม่ใช่คนที่สร้างได้ใหญ่ที่สุด แต่คือคนที่ทำให้ผู้คน “ อยากมาใช้ชีวิตด้วย” มากที่สุด
