กว่า 31 ปีที่อยู่คู่คนไทยมา หลายคนคงบอกได้ว่าแบรนด์น้ำส้ม “ดีโด้” ประสบความสำเร็จมากแค่ไหน ทั้งการครองแชมป์ No.1 ตลาด Fruit Juice (Non 100%) ต่อเนื่อง 6 ปีซ้อน การเข้าไปครองใจกลุ่ม Young Gen ผ่านกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดด้วยพรีเซนเตอร์ที่ตรงใจและกิจกรรมการตลาดที่สดใหม่อย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดกับ Movement สำคัญอย่างการเผยเบื้องหลังกระบวนการผลิตสุดล้ำ ที่ใช้เทคโนโลยีระดับพันล้าน กระบวนการผลิตไร้การสัมผัสตั้งแต่ต้นจนจบ Fully Automation ผ่านหนังโฆษณา 3 ชุดใหม่ในแนวคิด “ดีโด้บิดกี่ที…ควอลิตี้ทุกขวด” โดยได้ “โจอี้-เบิ้ล” 2 นักร้องหนุ่มขวัญใจมหาชน มาช่วยถ่ายทอดความตั้งใจในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้คนไทย
การยกระดับเป็น Smart Factory ลงทุนเพื่อผลิตสินค้าคุณภาพ ตามปรัชญาการดำเนินธรุกิจ “ผลิตสินค้าคุณภาพในราคาที่เหมาะสมให้ผู้บริโภคคนไทย”

คุณจันทรา พงศ์ศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟู้ดสตาร์ จำกัด กล่าวไว้ว่า “ดีโด้ เติบโตด้วยการผลิตสินค้า คุณภาพดี ใน ราคา ที่เหมาะสม เราพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตและนวัตกรรมสินค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งมอบดีโด้ทุกขวดด้วยมาตรฐานระดับสากล”
พร้อมย้ำความมุ่งมั่นนี้ผ่านหนังโฆษณา 3 ชุดล่าสุด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ดีโด้บิดกี่ที…ควอลิตี้ทุกขวด” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อชูจุดเด่นของความใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต การันตีความ “มั่นใจทุกการบิด เทคโนโลยีการผลิตระดับพันล้าน” ได้อย่างแท้จริง
ดีโด้ น้ำส้มหลักสิบ แต่เทคโนโลยีการผลิตระดับพันล้าน
เริ่มต้นที่พาไปรู้จักกับ พลาสติก PET หรือ Polyethylene Eerephthalate หัวใจสำคัญในการผลิตเป็นขวดบรรจุภัณฑ์คุณภาพสูงจากดีโด้

ทุกขวดดีโด้ใช้ PET ในการผลิตทุกเม็ด ซึ่งดีโด้ คัดสรรเม็ดพลาสติกPETคุณภาพสูง มาตรฐาน food gradeผ่านกระบวนการอบความร้อนแล้วขึ้นรูปด้วยเครื่องจักรทันสมัย กลายเป็นหลอดพรีฟอร์ม(pre-form) ก่อนนำไปขึ้นรูปเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ปลอดภัยและทนทานต่อแรงดันและความร้อน เรียกได้ว่าดีโด้ใส่ใจตั้งแต่สเต็ปแรกของการผลิตจริงๆ
ถัดไป Marketeer พาไปดูไฮไลท์กระบวนการผลิตที่น่าสนใจจาก Smart Factory ที่ควบคุมด้วย AI ทุกขั้นตอนของดีโด้ ว่าเทคโนโลยีหลักพันล้านนี้มีอะไรเด็ดบ้าง

Smart Mixing เทคโนโลยีผสมสูตรอัจฉริยะ โดยระบบจะดึงสูตรที่ต้องการใช้มาผสมให้อัตโนมัติ ช่วยให้ดีโด้ทุกขวดมีรสชาติมาตรฐานเดียวกัน
ขั้นตอนการฆ่าเชื้อด้วยระบบ THE (Tubular Heat Exchange) ที่ฆ่าเชื้อได้ 13000 L/hr
Smart Filling เทคโนโลยีบรรจุขวดอัจฉริยะ ที่สามารถผลิตได้ 600 ขวด/นาที และที่โรงงานแห่งนี้ยังขึ้นรูปขวด Pet ด้วยระบบ High-speed Rotary Bottle Blowing Maching ได้ 600 ขวด/นาที เช่นกัน

Smart Q.C. ควบคุมคุณภาพอัจฉริยะ ตั้งแต่ Cap Sterile ระบบล้างฝา, Level detector การตรวจสอบระดับน้ำของสินค้าให้ได้มาตรฐาน, การยิงโค้ดวันหมดอายุของสินค้า, การตรวจสอบฝาปิด ไปจนถึงการสวมฉลาก และระบบการตรวจสอบการสวมฉลากอัตโนมัติ
Smart Packing บรรจุลงกล่องด้วยแขนกลอัจฉริยะ ทั้งการแพ็กที่มีความเร็ว 720 ขวด/นาที, การติดบาร์โค้ด อัตโนมัติความเร็ว 120 แพ็ก/นาที, การบรรจุลงกล่องแบบอัตโนมัติความเร็ว 15 กล่อง/นาที หรือการจัดเรียงแต่ละพาเลตในเวลาเพียง 2.4 นาที
ขีดเส้นใต้เน้น ๆ เลยว่าขึ้นตอนการผลิตตั้งแต่เริ่มต้นจนแพ็กลงกล่อง “ไร้สัมผัส” ทุกขั้นตอนจริง ๆ
สรุป Capacity ของโรงงานผลิตเครื่องดื่มอัจฉริยะแบรนด์ ดีโด้

Smart Sustainability
อีกหนึ่งปัจจัยที่ ดีโด้ ให้ความสำคัญในการออกแบบโรงงาน คือ ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืน (Sustainability) ที่เห็นชัดคือ กระบวนการผลิตที่ใช้เครื่องจักรอัตโนมัติ ดีโด้จัดทำโครงการเพื่อลด Material waste , ลด Carbon Footprint ของการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบ เช่น การลดน้ำหนักพลาสติกเพื่อลดขยะพลาสติก, การนำ Steam Condensate กลับมาใช้ใหม่ในการผลิตไอน้ำเพื่อเซฟพลังงาน ไปจนถึงการติดตั้ง Solar rooftop เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้า
พิสูจน์แล้วว่าทุก ๆ ก้าวเดิน ทุก Movement ของดีโด้ เพื่อมุ่งสู่การ “เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเครื่องดื่มในเอเชีย” และสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ที่สำคัญคือ เพื่อผลิตสินค้าคุณภาพในราคาที่เหมาะสมให้ผู้บริโภคคนไทย
