เมื่อวาน (1 ตุลาคม 2567) หลายคนเจอเหตุการณ์แทบนับเหรียญจ่าย จากแอปธนาคารล่ม ไม่สามารถสแกนจ่ายค่าสินค้า บริการ และอื่น ๆ ได้
ปรากฏการณ์แทบนับเหรียญจ่าย เป็นหนึ่งสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงการเข้าสู่สังคมไร้เงินสด หรือ Cashless Society ใช้เงินสดน้อยลง การสแกนจ่าย, โอน และอื่น ๆ มากขึ้น
ซึ่งการเข้าสู่สังคมไร้เงินสดมีส่วนสำคัญจากการเข้ามาของพร้อมเพย์ และ QR Code Payment ที่ให้ผู้ใช้สามารถโอนเงิน, ชำระค่าสินค้า และบริการผ่านแอปฯ มือถือได้อย่างสะดวก ไม่มีค่าใช้จ่าย
และมีโครงการคนละครึ่ง แอปฯ เป๋าตัง เป็นตัวกระตุ้นสร้างพฤติกรรมสแกนจ่ายของคนไทยสู่วงกว้าง ทั้งในแง่ผู้จ่ายและผู้รับ
สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ยืนยันได้จากการสำรวจทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภค (Visa Consumer Payment Attitudes Study) ประจำปี 2566 ซึ่งเป็นครั้งล่าสุด ที่สำรวจกลุ่มตัวอย่าง 6,550 คน อายุระหว่าง 18-65 ปี ช่วงเวลาตุลาคม-พฤศจิกายน 2566 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 7 ประเทศ ได้แก่ ไทย, กัมพูชา, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, และเวียดนาม พบความน่าสนใจของโลก Cashless Society ของคนไทย ได้เติบโตต่อเนื่องทุกปี
จากการสำรวจครั้งนี้พบว่าในปี 2566 คนไทยใช้ชีวิตในรูปแบบ Cashless ได้เฉลี่ยนานถึง 9.2 วัน
มากกว่าปี 2565 ที่มีค่าเฉลี่ย 8.6 วัน
และมีกลุ่มตัวอย่างมากถึง 54% เชื่อว่าไทยจะก้าวสู่สังคมไร้เงินสดอย่างแท้จริง ภายใน 4 ปี โดยสามารถแยกย่อยได้เป็น
4% เชื่อว่าไทยเป็นสังคมไร้เงินสดแล้ว (ค่าเฉลี่ยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 8%)
32% ภายในปี 2566-2568 (ค่าเฉลี่ยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 25%)
22% ภายในปี 2569-2571 (ค่าเฉลี่ยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 16%)
34% นานกว่าปี 2571 (ค่าเฉลี่ยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 39%)
9% ไม่เกิดขึ้นแน่นอน (ค่าเฉลี่ยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 11%)
สิ่งที่ทำให้คนไทยคิดเช่นนั้นมาจาก
คนไทยนิยมใช้โมบายแบงกิ้งในการทำธุรกรรมทางการเงิน 96% และมีเพียง 4% ที่ใช้อินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง

โดย 97% ใช้โมบายแบงกิ้งมากกว่า 1 ครั้งต่ออาทิตย์ (ค่าเฉลี่ยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 89%)
และมีมากถึง 47% พกเงินสดน้อยลง (ค่าเฉลี่ยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 46%)
เนื่องจาก
55% หันมาชำระเงินในรูปแบบดิจิทัล หรือ Contactless
42% สถานที่รับชำระเงินในรูปแบบดิจิทัลที่มีมากขึ้น
38% ไม่ต้องกังวลเงินสดสูญหาย หรือถูกขโมย

นอกจากนี้ ผลสำรวจของ VISA ยังได้ถามถึงพฤติกรรมการชำระเงิน Real-time payments : RTP การชำระเงิน หรือโอนเงินและผู้รับเงินได้เงินทันที ซึ่งเป็นระบบชำระเงินในรูปแบบ Cashless Society ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น พร้อมเพย์ การสแกนจ่ายให้กับร้านค้า
พบว่าคนไทย 84% รู้จักการชำระเงินรูปแบบนี้ (ค่าเฉลี่ยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 76%)
และมีมากถึง 55% ที่ใช้บริการ (ค่าเฉลี่ยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 47%)
แต่ถ้ามองไปที่การใช้งานผ่านการชำระเงินแบบ Real-time payments ของคนไทยมีมากถึง 86% ที่ใช้มากกว่าอาทิตย์ละครั้ง (ค่าเฉลี่ยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 73%)
ซึ่งสิ่งที่ทำให้พวกเขาลังเลในการชำระเงินในรูปแบบ Real-time payments มาจาก
ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย, ชอบชำระเงินดิจิทัลรูปแบบอื่นมากกว่า เช่น บัตรเครดิต/ บัตรเดบิต และขาดความเข้าใจในการใช้งาน
อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากการสำรวจด้าน Cashless Society ใน Visa Consumer Payment Attitudes Study ยังสำรวจถึงทัศนคติเกี่ยวกับเทคโนโลยี Generative AI หรือ Gen AI ที่ธนาคารนำมาใช้
และพบว่า
38% ของคนไทยเคยใช้งาน Gen AI (ค่าเฉลี่ยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 32%)
39% รู้จักแต่ไม่เคยใช้งานมาก่อน ค่าเฉลี่ยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 38%)

และถ้ามองไปที่ภาพรวมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะพบว่ากลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง (51%) จะคุ้นเคยกับ Gen AI มากกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป (37%)
โดยสิ่งที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มองหาจาก Gen AI ในการทำธุรกรรมมากที่สุดสามอันดับแรก คือ
79% การแจ้งเตือนธุรกรรมที่อาจเกิดการฉ้อโกงหรือตรวจจับการฉ้อโกง
73% การโต้ตอบกับลูกค้าที่สอบถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการ
71% การแนะนำผลิตภัณฑ์ด้านการเงินแบบเฉพาะบุคคล
–
