OR ประกาศแผนธุรกิจ ปี 2025 ภายใต้ CEO คนใหม่ ‘หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่’ เป้ารายได้เติบโต 3% วางงบลงทุน 1.9 หมื่น ลบ. ฟื้นมาร์เก็ตแชร์ขายน้ำมัน ขยับกลับมาเป็น 38% เปิดพีทีที สเตชั่นอีก 100 สถานี และเตรียมเปิดธุรกิจใหม่ ถอดโมเดล Amazon มาใช้ ทั้งเตรียมนำพอร์ตใหม่ลงแทนพื้นที่ว่างจากการปิดเท็กซัสสาขาในปั๊ม

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ประกาศแผนงานปี 2025 รับการเข้ารับตำแหน่งดังกล่าวคนใหม่ โดยมุ่งส่งเสริมความแข็งแกร่งผ่าน 3 พันธกิจหลัก Seamless Mobility, All Lifestyles, Global Market แจกแจงดังนี้
Seamless Mobility
มุ่งเสริมความเป็นผู้นำในธุรกิจน้ำมันผ่านการขยายเครือข่ายสถานีบริการและเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง
ปี 2024 บริษัทมี ‘พีทีที สเตชั่น’ ในไทย ประมาณกว่า 2,000 สถานี เป้าปี 2025 เปิดใหม่อีกประมาณ 90-100 สถานี โดยควบคู่ไปกับการพัฒนาสถานีสู่พลังงานทางเลือก เช่น สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV Station PluZ และการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์
โดยใช้กลยุทธ์ Thailand Mobility Partner ในการเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจน้ำมัน (Fossil Based) สู่ธุรกิจพลังงานแบบผสมผสาน (New Energy-Based)
บริษัทตั้งเป้าส่วนแบ่งทางการตลาดขายปลีกน้ำมันในไทย ปี 2025 ขยายตัว 2-3% อยู่ที่ 38% กลับมาเท่าปี 2023 หลังจากที่ในปี 2024 ลดลงไปอยู่ที่ 36%
All Lifestyles
บริษัทยังมุ่งเสริมความแข็งแกร่งของ ‘คาเฟ่ อเมซอน’ ตลอด Value Chain ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 4,500 ร้านสาขาในไทย พร้อมแสวงหาโอกาสการลงทุนร่วมกับพันธมิตรในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม โดยจะมีการเปิดตัวธุรกิจใหม่ที่วางบิสิเนสโมเดลไว้แบบเดียวกับแบรนด์ Amazon
บริษัทยังอยู่ระหว่างการเตรียมนำแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มใหม่เข้ามาเพิ่มเติมในพีทีที สเตชั่น ซึ่งยังเป็นไปเพื่อทดแทนพื้นที่ที่ว่างจากการปิดตัวลงของเท็กซัส ชิคเก้น ที่เคยเปิดให้บริการอยู่ในสถานีประมาณ 90 ร้านสาขา
รวมถึงเริ่มศึกษาธุรกิจ Health & Wellness ที่มีโอกาสเติบโตสูง ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์กระจายพอร์ตการลงทุน (Diversify Portfolio)
Global Market
บริษัทยังให้ความสำคัญกับการลงทุนในประเทศที่มีศักยภาพสูง โดยมีแผนลงทุนเพื่อสร้างความเข้มแข็งในโครงสร้างพื้นฐานในต่างประเทศ ซึ่งวางอยู่บนความระมัดระวังและรักษาเสถียรภาพ
โดยปัจจุบันบริษัทมีการขยาย พีทีที สเตชั่น, คาเฟ่ อเมซอน, การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ในกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพ อาทิ ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, เมียนมา
นอกจากนั้น ปี 2025 บริษัทตั้งเป้าผลการดำเนินงานเติบโต 3% สอดคล้องตาม GDP ประเทศ และวางงบลงทุนทั้งปี 19,000 ล้านบาท จากงบลงทุนรวม 5 ปี (2025-2029) รวม 60,000 ล้านบาท
แบ่งสัดส่วนการลงทุนตามแกนธุรกิจหลัก Mobility 7,600 ล้านบาท, Lifestyle 7,300 ล้านบาท และประมาณ 4,100 ล้านบาท สำหรับกลุ่ม Global, Innovation
บริษัทยังจะมุ่งเน้นการขับเคลื่อนองค์กรอย่างรอบด้าน พร้อมผลักดันไทยสู่การเป็น Oil Hub แห่งภูมิภาค ด้วยการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ครบวงจร ทั้งการเชื่อมโยงเครือข่ายด้านน้ำมันระหว่างประเทศ และการสร้าง New Magnet เพื่อยกระดับระบบนิเวศทางธุรกิจให้แข็งแกร่ง
บริษัทคงเน้นย้ำถึงการต่อยอดนโยบาย OR SDG ที่มุ่งสร้างสมดุลในทุกมิติ ทั้ง ด้าน S: Small การสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย ด้าน D: Diversified การลงทุนในธุรกิจที่เสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลักของบริษัท และ ด้าน G: Green การดูแลสิ่งแวดล้อม
โดยที่ผ่านมา บริษัทได้สร้างผลงานที่โดดเด่น อาทิ การยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนผ่านโครงการไทยเด็ด
การสนับสนุนผู้เปราะบางทางสังคมผ่าน Café Amazon for Chance รวมถึงการติดตั้ง Solar Roof ในสถานีบริการ PTT Station ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2030 และ Net Zero ในปี 2050
อ่านเพิ่มเติม: OR กำลังเริ่มต้นอีกครั้ง ภายใต้การบริหารของ ม.ล. ปีกทอง ทองใหญ่ CEO คนที่ 3
–
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
