จำได้ว่าสมัยเด็กๆ เมนูอาหารที่แม่ทำให้เราส่วนใหญ่จะเหยาะพริกไทย โรยหน้า สร้างความหอมให้กับอาหารเพิ่มขึ้น หรือแม้แต่ไปทานอาหารนอกบ้าน ร้านอาหารก็ชอบเหยาะพริกไทย ลงไปสักหน่อยเพิ่มรสชาติในการทาน

พอโตขึ้นมาทำงาน รู้สึกได้เลยว่า พริกไทยเริ่มมีบทบาทน้อยลงในโต๊ะอาหาร อย่างน้อยร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางก็ไม่ได้เหยาะพริกไทย โรยหน้าเหมือนสมัยเด็กๆ จนแอบคิดไปว่าคนไทย ทานพริกไทย หรือเปล่า

แต่เมื่อมาดูที่เชลฟ์ในซูเปอร์มาร์เก็ตกลับเห็นว่า ขวดพริกไทยวางตระหง่านอยู่หลายแบรนด์เต็มเชลฟ์ไปหมด แถมยังมีโปรดักส์อื่นๆ ภายใต้แบรนด์พริกไทยอีกด้วย

 

แสดงว่าตลาด พริกไทย ยังเติบโตอยู่

และในเมือตลาดพริกไทย เติบโตแล้ว พริกไทย ง่วนสูน ตรามือที่1 รายได้เท่าไร

 

เมื่อดูจากรายได้ของพริกไทย ง่วนสูน ตรามือที่ 1 ที่รายงานกับกระทรวงพาณิชย์ภายใต้บริษัท อาจจิตต์อินเตอร์เนชั่นแนลเพ็พเพอร์แอนด์สไปซ์ จำกัด พบว่า ง่วนสูน ตรามือ ที่ 1 มีการเติบโตอย่างน่าสนใจ

ซึ่งการเติบโตของง่วนสูน ตรามือที่1 มาจากการทำตลาด 4 ประการได้แก่

1.ขยายโปรดักท์ไลน์มากกว่าพริกไทย และเครื่องเทศ

แม้ง่วนสูน ตรามือ ที่ 1 จะเริ่มธุรกิจจากคุณตาอาจจิตต์ ลิ้มประนะ ขายพริกไทยข้างทาง ริมถนนเยาวราช แถววัดเล่งเน่ยยี่ ก่อนที่จะขยับขยายธุรกิจสูงห้องแถวในถนนเยาวราช ในปี 2497 และตั้งชื่อร้านพริกไทยของตัวเองว่า ง่วนสูน ตรามือที่1

โดยง่วนสูน หมายถึง ความเจริญก้าวหน้าอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งชื่อนี่พ่อของคุณตาอาจจิตต์เป็นผู้ตั้งให้ และคุณตาอาจจิตต์ได้เติบคำว่าตรามือที่1 ต่อท้าย จากการเห็นโลโก้ตรามือยกนิ้วโป้งดีเยี่ยมจากลังยาสูบของฝรั่ง เพื่อเป็นการสื่อสารสินค้าคุณภาพดี

แต่ในปัจจุบัน ธุรกิจของง่วนสูนตรามือที่1 มีการแตกไลน์ธุรกิจออกไปสู่ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องเทศ ที่ผลิตเองในประเทศไทย และนำเข้าจากต่างประเทศมากถึง 200 ชนิด

รวมถึงมีการต่อยอดธุรกิจไปยังผงปรุง และเครื่องแกงสำเร็จรูป เส้นหมี่ ขนมจีนอบแห้ง เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่นิยมการปรุงอาหารที่ง่ายและรวดเร็วขึ้น และไม่ต้องกังวลเรื่องส่วนผสมที่ผิดพลาดจากการปรุงรสผ่านเครื่องเทศที่หลากหลายได้

 

2.สร้างภาพลักษณ์เป็นแบรนด์รุ่นใหม่

สินค้าพริกไทย และเครื่องเทศ เป็นสินค้าที่คนรุ่นใหม่อาจมองว่าเป็นเครื่องปรุงของคนรุ่นเก่า ทายาทรุ่นที่ 2 และ 3 จึงเปิดร้าน Spice Story  ซึ่งเป็นแฟลคชิพสโตร์ที่สยามพารากอน เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ง่วนสูน ตรามือ ที่ 1ให้กับลูกค้าชาวไทยและต่างประเทศ และได้นำโมเดลนี้ขยายต่อไปยังห้างสรรพสินค้าอื่นๆ ในรูปแบบ เชลฟ์สแตนอโลนและอื่นๆ

โดยร้าน Spice Story เน้นการตกแต่งร้านสวย ดูพรีเมียม และสินค้าบางชนิดบรรจุแพคเก็จที่ดูสวยงาม สร้างภาพลักษณ์ความเป็นแบรนด์พรีเมียมที่ไม่ดูเชย และสามารถสร้างรายได้จากการเป็นของฝากได้ด้วย

 

3.ให้ความสำคัญกับการส่งออก

ง่วนสูนตรามือที่ 1 ให้ความสำคัญกับการส่งออกพริกไทย และเครื่องเทศไปจำหน่ายยังต่างประเทศมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปี 2520 ภายใต้ชื่อหจก. บางกอกชิลลี่ โดยปัจจุบัน ง่วนสูนตรามือที่ 1 ส่งออกไปยัง 20 ประเทศ

รายได้ง่วนสูน ตรามือที่ 1 จากการส่งออก 2556 38,883,308.99 2557 39,470,015.57 2558 40,614,264.46 2559 40,673,579.78 ที่มา : กระทรวงพาณิชย์ จากรายได้ของหจก. บางกอกชิลลี่

ทั้งนี้ใครจะเชื่อหละว่า จากจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่นำเม็ดนำมาบดโชว์ เพื่อสร้างจุดขายที่แตกต่างจากคู่แข่งรายอื่นเพื่อยืนยันว่าพริกไทยที่จำหน่ายเป็นของแท้ 100% ที่ถนนเยาวราชเมื่อ 60 กว่าปีที่ผ่านมา จะกลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามากกว่า 340 ล้านบาทในวันนี้

อ่านคอนเทนต์การตลาด อ่าน Marketeeronline

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน