การบริโภคเนื้อวัวของคนไทยยังคงเป็นกลุ่มเล็กมากเมื่อเทียบกับการบริโภคเนื้อไก่หรือเนื้อหมู ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความเชื่อบางประการ แต่ตลอดสิบปีที่ผ่านมา เริ่มเห็นแนวโน้มการบริโภคเนื้อวัวเพิ่มมากขึ้น โดยสถิติจากกรมปศุสัตว์ระบุว่า คนไทยบริโภคเนื้อวัวรวมราวปีละ 50 ล้านตัน

ที่น่าสนใจคือ ตลาดเนื้อวัวในไทยกลับไม่มีผู้เล่นรายใหญ่ที่ติดฉลากแบรนด์ลงมาแข่งขันในตลาดมากเท่ากับเนื้อไก่หรือเนื้อหมู ทำให้ยังไม่มีแบรนด์เนื้อวัวที่ติดอยู่ในใจผู้บริโภค (Top of Mind Brand) อย่างชัดเจน

“เนื้อแท้” แบรนด์เนื้อวัวที่มีทั้งร้านอาหารและผลิตภัณฑ์สำหรับฟู้ดเซอร์วิส ภายใต้คอนเซ็ปต์เนื้อวัวโดยเฉพาะ ได้ก้าวเข้ามากระตุ้นตลาดให้เปลี่ยนแปลงจากเดิม

วีรชน ศรัทธายิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมพานี บี จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหาร กล่าวว่า ตลาดเนื้อในไทยเปลี่ยนไปนับตั้งแต่ “เนื้อแท้” เริ่มเข้ามาทำตลาด กลายเป็นแบรนด์แรกที่เมื่อพูดถึงเนื้อวัว ผู้บริโภคจะนึกถึงแบรนด์นี้ก่อน

อย่างไรก็ตาม การทำตลาดในช่วงแรกไม่ง่าย เพราะคนยังไม่บริโภคเนื้อวัวมากนัก บริษัทต้องเริ่มต้นจากการให้ความรู้ (Educate) แก่ผู้บริโภคถึงจุดเด่นและเสน่ห์ของเนื้อวัว เพื่อเปลี่ยนมุมมองใหม่ ปัจจุบัน ในกลุ่ม Food Service ขนาดของตลาดเนื้อวัวขยายตัวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อดูจากปริมาณจำหน่ายของเนื้อแท้ที่อยู่ที่ 700,000 กิโลกรัมต่อปี ยังมีโอกาสเติบโตอีกมากเมื่อเทียบกับตัวเลขการบริโภคของคนไทยที่มากกว่า 50 ล้านตันต่อปี

“แม้คนจะรู้จักเนื้อแท้ผ่านร้านอาหาร แต่บริษัทไม่ต้องการจำกัดตัวเองไว้แค่ร้านอาหาร เพราะเรามาจากสาย Butcher มาก่อน และอยากวางตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อวัว ทั้งด้านการขาย การพัฒนา และการจัดการเนื้อในทุกส่วน”

จากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ซบเซาและกำลังซื้อที่ลดลง ส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหารโดยตรง ภาคธุรกิจต้องเผชิญปัจจัยลบรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดระหว่างประเทศมหาอำนาจ สงคราม หรือค่าครองชีพที่สูงขึ้น

บริษัทจึงจำเป็นต้องกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสใหม่ โดยปีนี้หันไปโฟกัสที่ตลาด Food Service มากขึ้น เพื่อให้โครงสร้างรายได้กลับมาเป็นไปตามวิสัยทัศน์เดิมที่วางไว้ตั้งแต่แรก คือ 80% จากฟู้ดเซอร์วิส และ 20% จากร้านอาหาร ซึ่งปัจจุบันกลับกันโดยที่รายได้จากร้านอาหารอยู่ที่ 80% จากการขยายสาขาอย่างรวดเร็วของแบรนด์เนื้อแท้

“ตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจ เราเจอแต่วิกฤต ตั้งแต่โควิด จากนั้นก็มีปัจจัยอื่นรุมเร้า แต่เราก็เดินหน้าตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ร้านอาหารขยายเร็วมาก เพราะเริ่มจากเนื้อแท้ แต่ปลายปีนี้เราจะปรับสัดส่วนรายได้ให้เป็น 50:50 และเป้าหมายสูงสุดคือกลับไปที่ 80:20 โดยมีฟู้ดเซอร์วิสเป็นรายได้หลัก”

โครงสร้างธุรกิจของคอมพานี บี แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก

  1. ร้านอาหาร รวมกว่า 45 สาขา ได้แก่ เนื้อแท้, เนื้อแท้ Wok กะ Steak, เนื้อแท้ Wok, The Beef Master, พันละวัน, เซียนเตี๋ยว
  2. Food Service เริ่มจากร้านเนื้อแท้ Butchery ขายเนื้อสด แล้วขยายสู่ธุรกิจฟู้ดเซอร์วิส ทั้งเนื้อสด (สไลด์, บด, เบอร์เกอร์) และเนื้อแปรรูป โดยเน้นไปที่สินค้าที่หลากหลาย เช่น ลูกชิ้นเนื้อสูตรยุค 90, ลูกชิ้นเอ็น, เนื้อหมักสูตรต่าง ๆ และสินค้า Ready To Eat ที่กำลังอยู่ระหว่างพัฒนา
  3. Catering ให้บริการจัดเลี้ยงในชื่อ “เนื้อแท้ Catering” เริ่มต้นที่กลุ่มลูกค้า 200–300 คนต่อครั้ง และมีแผนขยายสู่กลุ่มงานใหญ่ระดับ 1,000 คน เพื่อเจาะตลาดใหม่ ๆ

7-Eleven พาโตก้าวกระโดด

ผลิตภัณฑ์แรกที่เนื้อแท้จับมือกับ 7-Eleven อย่าง “เนื้อย่างซอสจิ้มแจ่ว ชีสโทสต์แซนด์วิช” ประสบความสำเร็จเกินคาด กลายเป็นไวรัลบนโซเชียล สินค้าขาดตลาด สื่อโฆษณามีบังโตร่วมแสดง สร้างเสียงหัวเราะ และกระตุ้นยอดขายได้ดีมากจนแทบไม่ต้องทำการตลาดเพิ่ม

“ที่ผ่านมาเราไม่เคยทำการตลาดแบบจริงจัง สิ่งที่เห็นเป็นเพียงงาน PR ทั้งหมดเป็นการเติบโตตามกลไกธรรมชาติ แต่การเปิดตัวแซนด์วิชนี้ทำให้คนรู้จักแบรนด์กว้างขึ้นมาก”

การร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง CP ALL, 7-Eleven และ Makro ซึ่งมีฐานลูกค้าในกลุ่ม HoReCa (โรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจจัดเลี้ยง) และร้านค้าปลีก ช่วยให้สินค้า Ready To Eat ของเนื้อแท้เข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศได้มากขึ้น

ชื่อเสียงยังเป็นแต้มต่อ

ยอมรับว่าช่วงแรกที่แบรนด์เปิดตัว คนมักผูกกับภาพของคุณโต แต่ปัจจุบันบริษัทเชื่อว่าแบรนด์สามารถยืนได้ด้วยตัวเอง

“ชื่อเสียงเป็นแต้มต่อที่ช่วยให้เรานำเสนอสินค้าสู่ตลาดได้ง่าย ผมไม่ใช่พรีเซนเตอร์ แต่เป็นคนที่อธิบายสินค้าให้เข้าใจมากกว่า และวันนี้แบรนด์ไม่ได้ผูกติดกับผมอีกแล้ว”

แผนรุกตลาดปี 2025

เตรียมขยายร้านอาหารในทำเลที่เข้าถึงได้ทุกวัน เช่น ฟู้ดคอร์ต และ Walk Space พร้อมแตกไลน์แบรนด์ใหม่ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เนื้อวัว

ครึ่งปีแรกเปิดร้านอาหารใหม่ที่ยะลาและหาดใหญ่ สำหรับแผนขยายต่างประเทศมองไว้ที่จีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย หากเจอพาร์ตเนอร์ที่เหมาะสม

อีกหนึ่งโปรเจกต์ใหญ่ที่เตรียมประกาศใน 2 ปีข้างหน้า คือ การพัฒนาสายพันธุ์วัว ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจเนื้อแท้

แฟรนไชส์มาแน่ แต่คุณภาพต้องมาก่อน

บริษัทเตรียมขยายแฟรนไชส์ โดยคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด แม้เป็นอาหารไทยที่มีรายละเอียดซับซ้อน ไม่ต้องการขยายแบบเร่งรีบ เล็งพื้นที่ภาคใต้และภาคอีสานที่มีฐานผู้บริโภคเนื้อสูง ส่วนต่างประเทศยังอยู่ในแผนระยะยาว

“ร้านอาหารเหนื่อยกว่า Food Service แต่ก็เป็นพื้นที่โชว์สินค้าที่ดี ช่วงแรกเรายังจัดการต้นทุนไม่ดีนัก แต่พอธุรกิจเริ่มเข้าที่เข้าทาง คาดว่ากำไรจะเติบโต ปีนี้คาดว่าจะมีกำไรไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท จากปีก่อนที่ทำได้ 25 ล้านบาท”

อย่างไรก็ดี ร้านอาหารปีนี้ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลงและจำนวนนักท่องเที่ยวที่หดตัว จึงเตรียมเดินหน้าทำตลาดอย่างจริงจังในรอบ 10 ปี

ปีที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวม 630 ล้านบาท กำไร 25 ล้านบาท ปีนี้ตั้งเป้าโต 15% หรือคิดเป็นรายได้ 724 ล้านบาท จากการขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิส ร้านสะดวกซื้อ และการเปิดตัวสินค้าใหม่ไตรมาสละ 1 ตัว

ฝั่งฟู้ดเซอร์วิสตั้งเป้าเติบโต 100% จาก 100 ล้านบาทในปีที่แล้ว ขณะที่ร้านอาหารคาดโตเพียง 5% โดยภาพรวมตั้งเป้ารายได้ทะลุ 1,000 ล้านบาทในปีหน้า ส่วนแผน IPO ยังเดินหน้าเหมือนเดิม แต่มีแนวโน้มอาจเลื่อนเวลาออกไปเล็กน้อย