พอเวลาล่วงผ่านครึ่งปี “กรกฎาคม” คือก้าวแรกของครึ่งปีหลัง  สังเกตหรือไม่ว่าเรามักจะนั่งคิดทบทวนบางอย่างในชีวิตทุกช่วงเวลานี้ของปีเสมอ นั่งคิดทบทวนถึงสิ่งที่ตั้งใจไว้ว่าจะเปลี่ยนแปลงเสียดิบดี แต่สุดท้ายเมื่อเดือนมกราคมผ่านไป เมษายนผ่านไป มิถุนายนผ่านไป อะไรก็ยังดูไม่เป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง รู้ตัวอีกทีก็เสียเวลาไปครึ่งปีแล้ว

เดือนกรกฎาคม คือ ช่วงเวลาแห่งการทบทวนระหว่างสิ่งที่ผ่านไปแล้ว กับสิ่งที่ยังพอจะเป็นไปได้ก่อนถึงสิ้นปี หากเทียบเป็นช่วงเวลา มันคือช่วงพักเที่ยงที่ดวงอาทิตย์กำลังสาดส่องสว่างที่สุด เป็นเวลาที่คนกำลังนั่งพัก จิบน้ำ ทานมื้อเที่ยง แล้วหวนนึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ มากเป็นพิเศษในช่วงเวลานี้

เกิดเป็น “ทฤษฎีกรกฎาคม” เดือนแห่งการรีเซ็ตชีวิต

บน YouTube หรือ TikTok ของช่องต่างประเทศ มีคนออกมากล่าวถึงทฤษฎีนี้มากมาย จนกลายเป็นหัวข้อที่คนออกมาแสดงความคิดเห็นกันเป็นวงกว้าง ไม่ต่างจากทฤษฎีตุลาคม หรือ October Theory

เพราะเดือนกรกฎาคมของทุกปีคือเดือนแห่งการรีเซ็ตตัวเอง เป็นเวลาที่จะได้มองย้อนกลับไปถึงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา  แล้วมองต่อไปถึงครึ่งปีหลังที่ยังเหลืออยู่ แล้วเริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีคิด รีสตาร์ทใหม่

แต่ก็อย่ามองถึงแต่สิ่งที่เราละเลยไป ให้มองสิ่งที่ได้ทำไปแล้วบ้าง ความเครียด ชัยชนะ อุปสรรค พลาดพลั้ง ทุกอย่างคือบทเรียน  ซึ่งเรายังมีเวลาอีกหกเดือนสำหรับการเปลี่ยนแปลง แต่อันที่จริงยิ่งรอนานเท่าไหร่ การเปลี่ยนแปลงก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น เพราะนิสัยคือสิ่งที่ฝังรากลึก  ยิ่งรอช้าเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งรู้สึกคุ้นชินและขี้เกียจจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงมากขึ้นเท่านั้น 

หากแม้เรารู้สึกว่าที่ผ่านมาทำอะไรได้ไม่ดีสักอย่าง แต่จำไว้ว่าเราไม่สามารถสร้างนิสัยที่ดีขึ้นได้จากการเกลียดตัวเอง  แต่ต้องสร้างขึ้นจากความตระหนักรู้ แล้วเมตตาตัวเอง นั่นถึงจะเป็นรากฐานของการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง

คำแนะนำสำหรับการเปลี่ยนแปลงตัวเองในเดือนกรกฎาคม

1. ตรวจสอบพลังงานที่เหลือในตัวคุณ

  • ทบทวนนิสัยที่คุณต้องการรักษาไว้
  • ยกเลิกภาระหน้าที่อันบั่นทอนไฟในตัวคุณ

2. ปรับปรุงรูปแบบการใช้ชีวิต

  • ตัดนิสัยที่ไม่ส่งเสริมความกระตือรือร้นออกไป
  • ลองตั้งคำถามกับตัวเอง เช่น กำลังฝืนทำสิ่งที่ไม่ใช่อยู่หรือเปล่า อยู่ถูกที่หรือไม่ มีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่หรือไม่
  • เขียนโน้ตสิ่งที่ตั้งใจอยากจะให้เป็นแปะไว้ในที่ที่มองเห็นได้ชัด เช่น ฉันอยากใจดีกับตัวเองมากขึ้น, ฉันอยากออกกำลังกายมากขึ้น, ต้องอย่าลืมวิ่งไล่ตามความฝัน, ฉันจะปฏิเสธให้มากขึ้น

3. ออกแบบกิจวัตรประจำวันใหม่

  • ตื่นเช้าเร็วขึ้น 30 นาที เพื่อสัมผัสกับช่วงเวลาเงียบสงบของวัน มีเวลาอยู่กับตัวเอง ลดการฟุ้งซ่าน
  • เพิ่มนิสัยที่ดีต่อสุขภาพหนึ่งอย่าง (ดื่มน้ำมากขึ้น เดิน 10 นาที งดการดูทีวีในตอนเช้า)
  • เคลียร์โซเชียลมีเดีย อะไรที่ toxic ไม่จรรโลงใจก็ลบออกไป
  • อ่านหนังสือสักเล่มที่เก็บไว้นานหลายเดือน
  • ลองทำอะไรสิ่งที่ไม่เคยทำ เช่น วาดภาพ ทำอาหาร ออกแบบ เขียนบล็อก  หรือนั่งเงียบ ๆ ฟังเสียงนกร้องในยามเช้า
  • ออกไปพบปะคนรอบข้าง โทรหาคนที่คิดถึง ทานมื้อค่ำกับครอบครัว

ต่อให้เกินมาครึ่งปีแล้วก็ยังถือเป็นการเริ่มต้นใหม่ได้ ยังไม่สายเกินไป ก้าวเล็กๆ ในเดือนกรกฎาคมอาจเท่ากับชัยชนะครั้งใหญ่ของปีก็ได้  เราผ่านมาได้ขนาดนี้แล้ว จากนี้ก็ไม่มีอะไรยาก

เพียงแค่ให้เวลาตัวเองได้ ‘หยุด’ นั่งตกผลึกกับชีวิตสักประเดี๋ยว เมื่อตั้งหลักได้จากนี้ทุกอย่างจะเข้าที่ แล้วเดินทางไปถึงธันวาคมได้อย่างราบลื่น 

“เรายังมีเวลาเปลี่ยนแปลงอยู่นะ”


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer