21 พฤศจิกายน – วันโทรทัศน์สากล (World Television Day) ซึ่งถูกกำหนดขึ้นเพื่อรำลึกถึงการจัดประชุม World Television Forum ครั้งแรกเมื่อวันที่ 21-22 พฤศจิกายน ปี 1996 ทั้งจุดประสงค์ของวันนี้ ยังเพื่อเน้นย้ำถึงบทบาทของการสื่อสารจากหน้าจอทีวีสู่ชาวโลก

แม้ปัจจุบัน พฤติกรรมการรับชมทีวีของผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงจากการดูตามผังรายการในยุคทีวีอะนาล็อก เป็นการดูตามความต้องการผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง แต่ ‘หน้าจอทีวี’ ก็ยังคงทำหน้าที่สำคัญในการเป็นศูนย์รวมการสื่อสารและความบันเทิงแก่ผู้ชมเสมอมา โดยพัฒนามาต่อเนื่องจากจอขาวดำสู่จอสี จอตู้สู่จอแบน ทีวีระบบอะนาล็อกสู่สมาร์ททีวี

ตลาดทีวีในไทย สองหมื่นล้าน

จอใหญ่ – Smart TV แรงรับยุคสตรีมมิ่ง พาฟื้นตัวในรอบ 2 ปี

ปี ค.ศ. มูลค่าตลาดจอทีวีในไทย / ล้านบาท อัตราการเติบโตเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สถานการณ์ที่ส่งผลสำคัญต่อตลาด
2022 24,300 5% ตลาดทรงตัวหลังผ่านช่วงโควิด และได้แรงกระตุ้นให้คนเปลี่ยนทีวีใหม่

จากการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 

2023 21,100 -13% แบรนด์ข้ามชาติเข้ามาลงเล่นในตลาดเพิ่ม ส่งผลให้เกิดการแข่งขันด้านราคา ทำให้จำนวนเครื่องอาจขายได้เท่าเดิม แต่มูลค่ารวมของตลาดลดลง
2024 20,700 -2% ตลาดซบเซาจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ท้าทาย แต่ยังได้แรงกระตุ้นให้คนเปลี่ยนทีวีจากการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 / โอลิมปิก ปารีส 2024
2025 22,400 8% ตลาดจะกลับมาเติบโตในรอบ 2 ปี จากการถึงรอบเปลี่ยนทีวีของคนที่ซื้อไปเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว

และแรงกระตุ้นจากเทรนด์ทีวีจอใหญ่ และสมาร์ททีวี ที่มีราคาจับต้องได้มากขึ้น และตอบโจทย์การรับชมสตรีมมิ่ง

ที่มา: ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์, แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ประเทศไทย อ้างอิงมูลค่าตลาดจอภาพทีวีจาก GFK

ภาพรวมตลาดจอภาพทีวีในไทย ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มูลค่าตลาดราวสองหมื่นล้านบาท มียอดขายในเชิงปริมาณอยู่ที่ราว 2.5 – 2.8 ล้านเครื่องต่อปี 

อ้างอิง ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ได้เปิดเผยว่าจากเดิม ตลาดจอภาพทีวีในไทย ผู้เล่นยังอยู่ในวงจำกัด แต่ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสแบรนด์ข้ามชาติที่เข้ามาทำตลาดมากขึ้น ส่งผลให้การเติบโตในแง่มูลค่าชะลอตัว เนื่องจากการแข่งขันด้านราคา และยังเติบโตเล็กน้อยในแง่ปริมาณ เพราะผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น รอบระยะเวลาในการเปลี่ยนเครื่องใหม่ก็สั้นลง ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 4 ปี จากเดิมที่ราว 6 ปี  

อีกทั้งท่ามกลางเทรนด์ผู้บริโภคที่นิยมชมคอนเทนต์ในรูปแบบสตรีมมิ่ง อาจมองว่าสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตจะเข้ามาทดแทนทีวี แต่ตลาดทีวีในไทยก็ยังมีศักยภาพ ถึงแม้ต้องยอมรับว่ากลุ่มทีวีขนาดจอไซส์เล็ก (32-43 นิ้ว) ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน

แต่ทีวีขนาดจอไซส์ใหญ่ (75 นิ้วขึ้นไป) และทีวีกลุ่มพรีเมียมแมสจนถึงไฮเอนด์ ยังคงมีการเติบโตในเชิงปริมาณระดับเลขสองหลัก จากการที่ผู้บริโภคมองหาทีวีที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสำหรับการรับชมคอนเทนต์ ซึ่งยังส่งผลเชิงบวกต่อเนื่องไปยังกลุ่มทีวี AI ที่สามารถนำเสนอประสบการณ์ในรูปแบบเฉพาะตัว 

Marketeer มองว่า ตลาดทีวีในไทย ก็กำลังประสบกับสถานการณ์สงครามราคาเช่นเดียวกับตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านหลากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะในกลุ่มแมส ซึ่งแบรนด์ข้ามชาติจีนเข้ามาครองส่วนแบ่งตลาดอย่างเบ็ดเสร็จ 

ขณะที่กลุ่มผู้นำเดิมของตลาดทีวีในไทยอย่างแบรนด์ข้ามชาติเกาหลีใต้ ก็หันทิศทางไปจับตลาดกลุ่มพรีเมียมแมสจนถึงไฮเอนด์ แต่แบรนด์จีนก็กำลังวางตัวเองเข้าไปในกลุ่มพรีเมียมแมสเช่นกัน 

จึงทำให้เราจะได้เห็นการแข่งขันที่ดุเดือดของตลาดทีวีกลุ่มพรีเมียมแมสในไทย เพราะแบรนด์จะเทคโนโลยี จอภาพ แคมเปญส่งเสริมการขาย มาสู้กันสนุก ซึ่งคนที่จะได้รับประโยชน์ที่สุดก็คือผู้บริโภคนั่นเอง


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer