ในยุคที่ชิปยิ่งทวีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก เวียดนามก็หวังก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ต้นๆ ในนี้ของกลุ่มประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านการดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกอย่างต่อเนื่อง
เมื่อ 15 มกราคมที่ผ่าน นายเอ็ดเวิร์ด สติฟเฮาท์ รองประธาน ASML บริษัทผลิตเครื่องผลิตชิปของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งยังเป็นเบอร์ต้นๆ ของโลกด้วย ได้มาเยือนเวียดนาม และเข้าพบกับนายกรัฐมนตรี ฝ่าม มิงห์ จิ๊ญ

ในการหารือครั้งนี้ ผู้บริหารของอ ASML ได้แสดงความสนใจที่จะขยายห่วงโซ่อุปทานเข้ามายังเวียดนาม พร้อมระบุว่าไม่ได้มองเวียดนามเป็นเพียงฐานการผลิตเท่านั้น แต่ยังมีแผนการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา รวมถึงศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรเฉพาะทาง เพื่อสร้างระบบนิเวศการทำงานที่ครบวงจรอีกด้วย
นอกจากนี้บริษัทยังตั้งเป้าที่จะจัดตั้งสำนักงานอย่างเป็นทางการ เพื่อดูแลและจัดหาอุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูงให้แก่กลุ่มลูกค้าในเวียดนาม ซึ่งถือเป็นการยืนยันว่าเวียดนามมีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับเทคโนโลยีที่ซับซ้อนที่สุดระดับโลกได้
ทางด้านนายกรัฐมนตรี ฝ่าม มิงห์ จิ๊ญ ได้เน้นย้ำว่าเวียดนามกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของการเปลี่ยนผ่านเชิงยุทธศาสตร์ โดยตั้งเป้าที่จะบรรลุการเติบโตของจีดีพีในระดับเลขสองหลัก เพื่อก้าวสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2045

นี่จึงทำให้รัฐบาลเวียดนามเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีให้ทันสมัยที่สุดเพื่อให้สอดรับกับมาตรฐานที่สูงมากของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายและนโยบายด้านนวัตกรรมต่างๆ ให้เอื้อต่อการลงทุน
นายกรัฐมนตรี ฝ่าม มิงห์ จิ๊ญ ยังได้ร้องขอให้ ASML ช่วยเร่งรัดการสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนา และช่วยสนับสนุนการเชื่อมโยงธุรกิจท้องถิ่นของเวียดนามเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลกของ ASML เพื่อให้บริษัทในประเทศได้เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีชั้นสูง

พร้อมกันนี้รัฐบาลเวียดนามยังได้เสนอให้ ASML ช่วยผลักดันโครงการฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ และการมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนเวียดนาม เพื่อสร้าง “กองทัพบุคลากร” ที่มีความพร้อมในอุตสาหกรรมชิป
สำหรับเวียดนาม ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศในอุตสาหกรรมชิปเพียบพร้อมที่สุดของแถบอาเซียน ผ่านการลงทุนสร้างโรงงานของบริษัทชั้นนำระดับโลกอย่าง Samsung, Intel และ Nvidia
ขณะเดียวกัน บริษัทเทคโนโลยีสัญชาติเวียดนามเอง เช่น Viettel, FPT และ VSAP Lab ก็มีความพร้อมและศักยภาพสูงในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับกลุ่มทุนต่างชาติ ซึ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ
จากทั้งหมดจึงสรุปได้ว่า เวียดนามไม่ได้หวังเพียงการลงทุนต่างจากชาติเท่านั้น แต่ยังเชื่อว่านี่คือก้าวย่างที่สำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมภายในประเทศเวียดนามไปสู่ระดับสากล

โดยที่รัฐบาลเองก็เปิดไฟเขียวอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้ไลน์ผลิตในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของเวียดนาม และจะช่วยผลักดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ให้โตต่อเนื่องในระดับที่เพื่อนบ้านอาเซียนต้องอิจฉาได้ต่อไป
สำหรับ Advanced Semiconductors Materials Lithography หรือ ASML ก่อตั้งในปี 1984 หรือเมื่อ 42 ปีก่อน ผ่านความร่วมมือกับ Philips บริษัทเทคโนโลยีดังของเนเธอร์แลนด์ เป็นเริ่มต้นจากบริษัทลูกของฟิลิปลิปส์ แต่อีก 4 ต่อมาก็ได้แยกตัวออกมา

ถัดจากนั้น ASML ก็ก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ จนที่สุดขึ้นมาเป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องผลิตชิปเบอร์ต้นๆ ของโลก ผ่านการทำเงินได้มหาศาลจากเครื่องผลิตชิป ซึ่งมีราคาถึงเครื่องละ 200 ล้านดอลลาร์ (เกือบ 7,000 ล้านบาท)
นี่ทำให้ทั้ง ASML กับเนเธอร์แลนด์ มีส่วนสำคัญต่ออุตสาหกรรมชิปของโลกในปัจจุบัน โดยช่วงไม่กี่ปีมานี้ ASML เริ่มรุกเข้ามาในเอเชีย ด้วยการขยายธุรกิจเข้าในญี่ปุ่น และอาจจะต่อด้วยเวียดนาม ตามรายงานล่าสุด / vietnamvn
