ในรอบปีที่ผ่านมา ภาพลักษณ์ของร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตในอังกฤษเริ่มเปลี่ยนไปอย่างน่าตกใจ เมื่อสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานที่เคยหยิบจับได้ง่าย กลับต้องไปอยู่ในตู้กระจกหรือล็อกไว้ในกล่องพลาสติกนิรภัย
ล่าสุดสินค้าที่ต้อง “ถูกล็อก” เพื่อกันขโมย ขยับลงมาถึงขนมสีน้ำตาลรสหวานซื้อง่าย-ขายคล่องแล้ว
ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ของอังกฤษอย่าง Sainsbury’s, Tesco และ Co-Op เริ่มขยายมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุดมาใช้กับชั้นวางขนมหวาน โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงอย่างกรุงลอนดอนและเขตมิดแลนด์ส สินค้าอย่างช็อกโกแลต Cadbury Dairy Milk ที่มีราคาเพียง 2.60 ปอนด์ (ประมาณ 120 บาท) กลับต้องถูกบรรจุลงในกล่องพลาสติกใสแบบล็อก
ทำให้ลูกค้าที่ต้องการซื้อ จะต้องนำกล่องไปให้พนักงานที่เคาน์เตอร์ปลดล็อกให้เท่านั้น โดยมาตรการนี้ถูกนำมาใช้เพื่อยับยั้งการกวาดยกแผงของหัวขโมยในปัจจุบัน

สมาคมร้านสะดวกซื้ออังกฤษ (ACS) และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยระบุว่า ช็อกโกแลตได้กลายเป็นที่ต้องการในตลาดมืดไปแล้ว หลังพฤติกรรมการขโมยในปัจจุบันเปลี่ยนจาก “ขโมยไปกิน” เป็น “ขโมยตามใบสั่ง” โดยเหล่ามิจฉาชีพจะแอบเข้าไปกวาดช็อกโกแลตยกชั้นวางเพื่อนำไปส่งต่อให้กับร้านอาหาร คาเฟ่ หรือร้านโชห่วยบางแห่งที่รับซื้อของโจรในราคาถูกกว่าท้องตลาด
หลักฐานจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นความอุกอาจที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ชายที่กวาดช็อกโกแลตใส่กระเป๋าเป้ครั้งละมูลค่ากว่า 200-250 ปอนด์ (ประมาณ 8,400 – 10,000 บาท) ไปจนถึงกรณีที่หัวขโมยลากชั้นวางโชว์ช็อกโกแลตออกไปนอกร้านทั้งชุด หรือแม้แต่การซ่อนขนมไว้ใต้เสื้อโค้ทจนเต็มตัว
สตีฟ บราวน์ ซีอีโอของ Heart of England Co-Op หนึ่งในเชนร้านค้าปลีกอังกฤษ เผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า เฉพาะการขโมยช็อกโกแลตอย่างเดียวทำให้บริษัทสูญเสียเงินไปถึง 250,000 ปอนด์ (ราว 11.5 ล้านบาท) ในปีที่ผ่านมา และบริษัทต้องควักกระเป๋าลงทุนเพิ่มอีกกว่า 3 ล้านปอนด์ (ประมาณ 126 ล้านบาท) สำหรับระบบรักษาความปลอดภัย
ด้านเจ้าของร้านโชห่วยรายย่อยต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อรักษาผลกำไร โดยบางรายต้องติดตั้งกล้องวงจรปิดกว่า 30 ตัว และเอไอ มาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า รวมถึงต้องยอมเปลี่ยนวิธีการจัดวางร้าน เช่น การเลิกวางสินค้าโปรโมชันไว้ที่หัวชั้นซึ่งหยิบง่าย หรือการวางสินค้าบนชั้นเพียงแค่ครึ่งเดียวเพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกกวาดเรียบในครั้งเดียว
สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่เพิ่มต้นทุน แต่ยังทำลายบรรยากาศการเลือกซื้อสินค้าและความสะดวกสบายของลูกค้าลงอย่างสิ้นเชิง
แม้ว่าตำรวจและหน่วยงาน National Police Chiefs’ Council (NPCC) ของอังกฤษจะเริ่มขยายผลการสืบสวนผ่านหน่วยข่าวกรอง (Opal) เพื่อแกะรอยเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ แต่ภาคธุรกิจยังคงมองว่าบทลงโทษในปัจจุบันยังไม่รุนแรงพอที่จะยับยั้งหัวขโมยมืออาชีพได้
ดังนั้นกลุ่มค้าปลีกจึงเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มความคุ้มครองแก่พนักงานร้านค้าที่ต้องเผชิญกับการข่มขู่และความรุนแรงรายวัน รวมถึงการทลายเครือข่ายรับซื้อของโจรที่เป็นต้นตอสำคัญของปัญหา
การขโมยช็อกโกแลตในอังกฤษไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่มองข้ามได้ แต่มันคือภาพสะท้อนของปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านเศรษฐกิจที่บีบคั้นและความเข้มแข็งของเครือข่ายอาชญากรรมที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
เมื่อปี 2024 มีรายงานว่า การลักเล็กขโมยน้อยในอังกฤษและกลุ่มประเทศในสหราชอาณาจักรมีมากถึงกว่า 55,000 ครั้งต่อวัน เพิ่มขึ้น 50% จากปี 2023

การที่สินค้าพื้นฐานอย่างขนมหวานต้องถูกล็อกไว้ในกล่องนิรภัยเป็นสัญญาณเตือนภัยที่สำคัญว่า สังคมกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหม่ที่การป้องกันเพียงที่ปลายเหตุอาจไม่เพียงพอ
โดยหากปราศจากการบังคับใช้กฎหมายที่เด็ดขาดและการร่วมมือกันของทุกภาคส่วนเพื่อตัดวงจรตลาดมืด อาจทำให้การเลือกซื้อสินค้าที่เสรีและไว้วางใจกันเช่นในอดีตทำไม่ได้อีกต่อไป / bbc
