ในยุคสมัยที่การพึ่งพาอาศัยกันทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมระหว่างประเทศทวีความสำคัญ ระบบการศึกษาจึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของโลก โดยหนึ่งในประเทศที่บทบาทในเวทีโลกเพิ่มขึ้นอย่างคือเกาหลีใต้ ซึ่งก็สะท้อนออกมาผ่านความนิยมของ K-power ด้านต่างๆ ในหลายประเทศ 

ตีกรอบให้เหลือเฉพาะประเทศกลุ่มอาเซียน เวียดนามคือประเทศที่วัฒนธรรมเกาหลีใต้ได้รับความนิยมมากที่สุด ซึ่งหลักฐานคือ สถาบันสอนภาษาเกาหลีที่มีอยู่มากมาย และการที่ภาษาเกาหลีก็มีสอนอยู่ในโรงเรียนมาหลายปีแล้ว 

ล่าสุด ภาษาเกาหลีในเวียดนามยกระดับขึ้นไปอีกขั้น โดยกระทรวงศึกษาธิการเวียดนามได้อนุมัติให้ใช้ผลสอบวัดระดับความรู้ภาษาเกาหลี หรือ TOPIK (Test of Proficiency in Korean) เป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาอย่างเป็นทางการ 

นโยบายดังกล่าวได้รับการรับรองผ่านคำสั่งระดับรัฐมนตรีซึ่งระบุว่า นักเรียนที่มีผลคะแนนสอบ TOPIK ตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป สามารถใช้คะแนนดังกล่าวทดแทนการสอบวิชาภาษาต่างประเทศในการสอบระดับชาติเพื่อจบการศึกษาระดับมัธยมปลาย 

คะแนนที่ได้รับการเทียบเคียงนี้จะถูกนับเป็นคะแนนเต็มในส่วนวิชาเลือกภาษาทันที เพื่อนำไปคำนวณรวมกับคะแนนวิชาบังคับอื่นๆ เช่น คณิตศาสตร์ และภาษาเวียดนาม โดยคาดว่านักเรียนกลุ่มแรกที่จะได้รับประโยชน์จากนโยบายนี้คือผู้ที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2026 เป็นต้นไป 

การบรรจุภาษาเกาหลีเข้าสู่ระบบการสอบระดับชาตินี้ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างความหลากหลายทางภาษาในระบบการศึกษาของเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันอนุญาตให้นักเรียนเลือกสอบภาษาต่างประเทศได้ถึง 7 ภาษาหลัก ได้แก่ อังกฤษ, จีน, ญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, รัสเซีย และเกาหลี 

แต่ละภาษาล้วนมีเกณฑ์การเทียบเคียงคะแนนจากใบประกาศนียบัตรสากลที่เข้มงวด ดังนั้นการบรรจุ TOPIK เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบนี้จึงเป็นการยกระดับภาษาเกาหลีให้ขึ้นมาอยู่แถวหน้าเคียงคู่กับภาษาสากลอื่นๆ 

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จในการผลักดันภาษาเกาหลีในเวียดนาม ซึ่งมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดนับตั้งแต่ปี 2020 ที่เริ่มบรรจุเป็นวิชาเลือก จนกระทั่งยกระดับเป็นภาษาต่างประเทศหลักเพียงหนึ่งปีให้หลัง 

ทำให้ในปัจจุบันมีโรงเรียนกว่า 169 แห่งทั่วประเทศที่เปิดสอนภาษาเกาหลี โดยมีจำนวนนักเรียนในระบบมากกว่า 33,000 คน และเมื่อไม่นานมานี้ ภาษาเกาหลียังเพิ่มเข้าไปอยู่ในภาษาที่เริ่มสอนในโรงเรียนเตรียมอนุบาล ร่วมกับภาษาต่างประเทศยอดนิยมอื่นๆ อย่างอังกฤษและจีน อีกด้วย 

พัฒนาการเหล่านี้ทำให้จำนวนชาวเวียดนามที่เรียนภาษาเกาหลีพร้อมทักษะภาษาเกาหลีที่เพิ่มขึ้น จนไปครองตำแหน่งประเทศที่มีผู้สมัครสอบ TOPIK สูงที่สุดในโลก (นอกเหนือจากประเทศเกาหลีใต้) โดยในปีที่ผ่านมามีผู้สมัครชาวเวียดนามสูงถึง 85,000 คน จากจำนวนผู้สมัครทั่วโลก 566,000 คน  

พร้อมกันนี้ยังมีรายงานด้วยว่า ชาวเวียดนามคือชาวต่างชาติที่ไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยเกาหลีใต้มากเป็นอันดับ 1 โดยปัจจุบันมีอยู่ราว 115,000 คน คิดเป็นเกือบ 38% ของนักศึกษาต่างชาติที่ถือวีซ่านักศึกษาอย่างถูกต้องตามกฎหมายของเกาหลีใต้ 

ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ภาษาเกาหลีกลายมาเป็น “ทักษะสำคัญ” ของคนรุ่นใหม่ในเวียดนาม ซึ่งรัฐบาลก็เห็นตรงกันจนนำสู่การบรรจุภาษาเกาหลีเป็นภาษาต่างประเทศที่ 7 ซึ่งใช้สมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้นี้ คือความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้น ระหว่างเวียดนามกับเกาหลีใต้ 

เกาหลีใต้ เป็นประเทศที่ทุ่มเงินลงทุนในเวียดนามมากที่สุด โดยระหว่างปี 2021-2025 ตัวเลขเงินลงทุนสะสมของเกาหลีใต้ในเวียดนาม สูงถึง 90,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.7 ล้านล้านบาท) ขณะที่บริษัทเกาหลีใต้ชั้นนำอย่าง Samsung, LG และ Hyundai ได้ย้ายฐานการผลิตหลักมายังเวียดนาม 

ดังนั้นความต้องการบุคลากรที่สื่อสารภาษาเกาหลีได้จึงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายบริษัทมีการเสนอเงินอุดหนุนด้านภาษา (Language Allowance) และโอกาสในการก้าวหน้าทางอาชีพที่เหนือกว่าให้กับพนักงานที่มีคะแนน TOPIK 

การเปิดกว้างให้ใช้คะแนนภาษาต่างประเทศที่หลากหลาย รวมถึงการรับรองคะแนน TOPIK เข้าสู่ระบบการรับเข้ามหาวิทยาลัย เป็นการดำเนินนโยบายที่ชาญฉลาดและตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในระยะยาว ไม่เพียงแต่จะช่วยลดภาระการสอบซ้ำซ้อนให้กับนักเรียนที่มีความสามารถเฉพาะทาง แต่ยังเป็นการสร้างกลไกที่เชื่อมโยงระหว่างระบบการศึกษากับตลาดแรงงานสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

การขยายตัวของภาษาเกาหลีในเวียดนามจึงไม่ใช่เพียงเทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยในระดับประชากร โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ ภาษาเกาหลีคือใบเบิกทางสู่ความก้าวหน้าในชีวิต 

ส่วนภาพใหญ่ระดับประเทศ การส่งเสริมและยกระดับภาษาเกาหลีย่อมส่งผลดีต่อเศรษฐกิจเวียดนามที่ขยายตัวมากที่สุดในอาเซียนมาแล้วหลายปี ในยุคที่เกาหลีใต้ทวีความสำคัญ ให้เติบโตมากยิ่งขึ้นอีกในอนาคต / vnexpress, koreatimes