กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการยานยนต์ไทย เมื่อ ‘เชอรี ออโตโมบิล’ (Chery Automobile) ยักษ์ใหญ่ยานยนต์ข้ามชาติจากจีน ประกาศเลื่อนพิธีเปิดโรงงานผลิตในไทยก่อนเริ่มงานไม่ถึง 24 ชั่วโมง ส่งสัญญาณความท้าทายครั้งใหญ่ในการรุกตลาดรถยนต์ไทยปี 2569

โดยฟันเฟืองสำคัญของการบุกตลาดไทย คือการสร้างฐานการผลิต ซึ่ง Chery ได้จับมือกับพันธมิตรท้องถิ่นอย่าง KGEN ทุ่มงบลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ OMODA & JAECOO Manufacturing บนพื้นที่ 104 ไร่ ที่อ. นิคมพัฒนา จ. ระยอง โดยวางเป้าการผลิตสูงสุด 80,000 คันต่อปี ภายในปี 2028

หมายเชิญ พิธีเปิดโรงงานประกอบรถยนต์ เชอรี่ กรุ๊ป – โอโมดา แอนด์ เจคู ถูกส่งมาตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2026 หรือ 1 เดือน ก่อนวันงานจะเริ่มต้นขึ้น ทุกอย่างถูกจัดเตรียม วางแผนล่วงหน้า รวมถึงการประสานงานกับสื่อ ผู้แทนจากรัฐบาล ดีลเลอร์ รวมถึงสื่อจากต่างประเทศ ก็ยังคงดำเนินการเป็นไปอย่างปกติตลอดเมื่อวานนี้ 

ต่อมาเมื่อช่วง 22.00 น. ของวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2026 มีการแจ้ง ‘ยกเลิกและเลื่อน’ พิธีเปิดโรงงานประกอบรถยนต์ดังกล่าว ซึ่งกำหนดเดิมคือวันที่ 26 ก.พ. 2569 ออกไปอย่างกะทันหัน โดยแจ้งสื่อมวลชนและผู้เกี่ยวข้องล่วงหน้าไม่ถึง 24 ชั่วโมง

ทางแบรนด์ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า สาเหตุเกิดจากเหตุสุดวิสัย เนื่องจากผู้บริหารระดับสูงจากจีนติดภารกิจด่วนไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานได้ เหตุการณ์นี้ได้สร้างแรงกระเพื่อมและส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและดีลเลอร์ 

แม้ทางบริษัทจะยืนยันว่าการดำเนินงานก่อสร้างและการผลิตของโรงงานยังคงเดินหน้าตามแผนงานที่วางไว้ทุกประการก็ตาม  

แต่เหตุการณ์ดังกล่าว ถือเป็นความเสี่ยงทางการตลาดที่สูงมากและนำไปสู่คำถามเรื่องวิกฤตศรัทธา เนื่องจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เปราะบางเพียงหนึ่งเดือนก่อนที่งาน Motor Show 2026 จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 25 มีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้บริโภคกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อตัดสินใจจองรถ การเลื่อนงานแบบสายฟ้าแลบอาจสร้างความกังวลในหมู่ลูกค้าว่าแบรนด์อย่างสูง

ซึ่งหลังจากนี้ เราคงจะได้เห็น Chery เร่งกู้ความเชื่อมั่นโดยพิสูจน์ความพร้อมของโรงงานผ่านความคืบหน้าการผลิตจริง ควบคู่กับการเร่งขยายศูนย์บริการเพื่อยืนยันการดูแลหลังการขาย รวมถึงการส่งแคมเปญพิเศษหรือการรับประกันที่เพื่อดึงดูดใจและขจัดความลังเลใจของผู้บริโภคให้กลับมาเชื่อมั่นในแบรนด์อีกครั้งแน่นอน

ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เชอรี ออโตโมบิล (Chery Automobile) บริษัทยานยนต์ยักษ์ใหญ่จากจีน ผู้ครองแชมป์ส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอันดับ 1 ถึง 22 ปีซ้อน จากจุดเริ่มต้นสู่ผู้นำในตลาดรถยนต์โลก และไทม์ไลน์การเข้ามารุกตลาดไทยอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่ปี 2567 ภายใต้แบรนด์ลูก ‘โอโมดา แอนด์ เจคู’ (Omoda & Jaecoo) ตลอดจนการนำแบรนด์หลักอย่าง Chery และ iCAR เข้ามาสู้ศึกยานยนต์ไฟฟ้า

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : CHERY รุกไทยเต็มสูบ แยก 3 แบรนด์ เจาะ 3 กลุ่ม

จุดเริ่มต้นสู่ผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์โลก

บริษัท เชอรี ออโตโมบิล จำกัด (Chery Automobile) ก่อตั้งขึ้นในปี 1997 ในประเทศจีน โดย Chery นับเป็นองค์กรไฮเทคชั้นนำที่มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์และนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง ขอบเขตธุรกิจครอบคลุมทั้งรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)

จุดแข็งสำคัญของ Chery คือการเป็นแบรนด์ที่ทุ่มเทให้กับการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างหนัก จนสามารถครอบครองเทคโนโลยีหลักที่ครอบคลุมห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั้งหมดของยานยนต์ ทั้งด้านเครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ และเทคโนโลยีแบตเตอรี่

นวัตกรรมขับเคลื่อนอนาคตของ Chery

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจัยสำคัญของรถยนต์พลังงานทางเลือก ที่เป็นแรงจูงใจในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค หนีไม่พ้นเรื่องของสมรรถนะและความปลอดภัย โดย Chery ได้ชูจุดเด่นด้านเทคโนโลยีล้ำสมัย

อาทิ เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ (Super Hybrid) ที่ให้สมรรถนะยอดเยี่ยมและประสิทธิภาพด้านพลังงานขั้นสุด ภายใต้แนวคิด ‘Endless Horizons’ ขับได้ไกลเกินกว่า 1,400 กม. ต่อน้ำมัน 1 ถัง รวมถึงนวัตกรรม “Pushing Battery Limits” เทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ออกแบบมาให้มีความปลอดภัยขั้นสูงแม้ถูกชน ช่วยแก้ปัญหาและลดความกังวลด้านความปลอดภัยให้กับตลาดยานยนต์ไฟฟ้าโลก

แชมป์ส่งออกรถยนต์จีน 22 ปีซ้อน

หลังจากการเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน Chery กลายเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก โดยบริษัทได้รับการยอมรับในฐานะ “ผู้ส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอันดับ 1 ของจีน” ติดต่อกันยาวนานถึง 22 ปี

นอกจากนี้ ในปี 2568 แบรนด์ย่อยอย่าง OMODA & JAECOO ยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยยอดขายพุ่งทะยานกว่า 250,000 คันทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในคุณภาพ ดีไซน์ และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ ทั้งกลุ่มที่ชื่นชอบความสปอร์ตแฟชั่นและกลุ่มที่รักการผจญภัยแบบออฟโรด

ฐานธุรกิจของ Chery

ปัจจุบัน Chery มีฐานการผลิตและเครือข่ายธุรกิจที่ขยายวงกว้างไปในหลายสิบประเทศทั่วโลก รถยนต์ของ Chery ได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งในภูมิภาคยุโรป อเมริกาใต้ ตะวันออกกลาง และล่าสุดคือการตั้งเป้ารุกคืบเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างจริงจัง โดยมี ‘ประเทศไทย’ เป็นหนึ่งในหมุดหมายยุทธศาสตร์สำคัญ ทั้งในแง่ของการขยายตลาดผู้บริโภค และการสร้างฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาเพื่อการส่งออก

รุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในไทยเต็มสูบ นับตั้งแต่ปี 2567

การเข้ามารุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของ Chery ในไทย เริ่มเป็นที่จับตาอย่างหนักนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2567 หลังจากการประกาศจัดตั้ง บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเข้ามาทำตลาดด้วยตัวเอง 

บริษัทแบ่งการทำตลาดออกเป็น 2 แบรนด์ย่อย ได้แก่ OMODA ที่เน้นรถยนต์ครอสโอเวอร์ดีไซน์ล้ำสมัย นำร่องด้วยรุ่น OMODA C5 EV และ JAECOO ที่เน้นรถเอสยูวีพรีเมียมสายลุย นำร่องด้วย JAECOO 6 EV

ต่อมาในช่วงปี 2568 จนถึงต้นปี 2569 ทางกลุ่ม Chery ได้ประกาศบุกตลาดเต็มสูบ เพื่อแย่งส่วนแบ่งการตลาดจากค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นและจีนด้วยกันเอง ด้วยการนำแบรนด์หลักอย่าง CHERY และแบรนด์ลูกอย่าง iCAR เข้ามาทำตลาด พร้อมหั่นราคาลุยแคมเปญส่งท้ายปีและเปิดตัวยนตรกรรมรุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ:

JAECOO 5 EV: ซิตี้อีวีเอสยูวี ชาร์จไฟวิ่งไกล 461 กม. เคาะราคาเริ่มต้นสุดเร้าใจช่วงแนะนำที่ 549,000 บาท

iCAR V23 (CHERY V23): รถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวีสไตล์เรโทรทรงกล่อง เน้นเจาะกลุ่มคนเมืองยุคใหม่ เคาะราคาเริ่มต้น 689,900 บาท

CHERY Tiggo 8 PHEV (TIGGO8 CSH): พรีเมียมเอสยูวี 7 ที่นั่ง ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด ในราคาจำหน่ายต่ำกว่า 1 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ ทางแบรนด์ยังได้ขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ OMODA & JAECOO ทั่วประเทศไทยให้ครอบคลุมมากกว่า 40 แห่ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคชาวไทย

ไทม์ไลน์ Chery รุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในไทยเต็มสูบ นับแต่ปี 2567

ไทม์ไลน์ การดำเนินงาน
ต้นปี 2567 จัดตั้ง บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด อย่างเป็นทางการเพื่อบุกตลาดไทย
กลาง-ปลายปี 2567 เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า OMODA C5 EV และรถเอสยูวีไฟฟ้า JAECOO 6 EV รุกตลาดอย่างเป็นทางการ
ส.ค. – พ.ย. 2568 ลุยสงครามราคา หั่นราคา OMODA C5 EV และเปิดตัว JAECOO 5 EV (เริ่ม 5.49 แสนบาท) พร้อมนำแบรนด์ CHERY และ iCAR (V23) เข้ามาเสริมทัพ
25 – 26 ก.พ. 2569 เกิดเหตุสะดุด ประกาศเลื่อนพิธีเปิดโรงงานผลิตรถยนต์มูลค่า 5,000 ล้านบาท ที่ จ.ระยอง กะทันหัน โดยให้เหตุผลผู้บริหารจีนติดภารกิจด่วน
ที่มา : Marketeer รวบรวม